E-DUANG : ธาตุแท้ คน ยามกระแส ”ต่ำ” จะยืนหยัด ต่อสู้ หรือจำนน

ไม่ว่าจะมองผ่านปรากฏการณ์”ต้อม แป้ง”ที่กำลังเพยแพร่ข่าวลือเล่นงาน”ทราย บุ๊ง”
ไม่ว่าจะมองผ่านการเปิดโปงกันเองของ”ผู้ลี้ภัย”ในต่างแดน
มิได้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ หากเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งตั้งแต่ยุคหลังสถานการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อเดือนมิถุนายน 2475 เป็นต้นมา กระทั่งสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516
สัมผัสได้ในความขัดแย้งภายใน”คณะราษฎร” สัมผัสได้ในความขัดแย้งภายในของขบวนการนักศึกษาที่ร่วมเคลื่อนไหวในเดือนตุลาคม
ยิ่งในการเปลี่ยนแปลงมิได้ดำเนินไปอย่างถอนรากถอนโคนยังคงใช้”โครงสร้าง”ของระบบ”รัฐราชการรวมศูนย์”อันก่อรูปขึ้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเป็นต้นมา
“อำนาจนำ”ในทางความคิดก็ยังคงอยู่ การหวนกลับมาก่อให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกก็ทำได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งเมื่อกระแสการเคลื่อนไหว”ต่ำ” ยิ่งเป็นชนวนเชื้ออันสำคัญ
ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง “พระยาทรง” “หลวงพิบูล”ซึ่งเป็นเรื่องยาวไกล ขอให้ศึกษาจากสถานการณ์หลังเดือนตุลาคม 2516 กระทั่งหลังเดือนตุลาคม 2519 ก็จะสัมผัสได้
ทำไมคนอย่าง นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จึงยืนคนละมุมกับ คนอย่าง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์
ยิ่งเมื่อผ่านสถานการณ์นองเลือดเมื่อเดือนตุลาคม 2519 ยิ่งจำแนกแยกแยะคนที่เคยเคลื่อนไหวในห้วงก่อนและหลังเดือนตุลาคม 2519 ออกห่างไกลมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
หากติดตามบทบาทนักการเมืองอย่าง นายพินิจ จารุสมบัติ ในห้วงถีบลงเขาเผาลงถังแดง กับบทบาทของ นายคำนูญ สิทธิสมาน ตั้งแต่ยังเป็นสื่อกระสั่งเป็น ส.ว.จะยิ่งเห็นในความเป็นไป
แปลกอะไรหากบรรดาเยาวชน นักเรียนในรุ่น”คณะราษฎร 2563”จะได้เรียนรู้ในความสลับซับซ้อน
กรณี”ต้อม แป้ง” พลันกลับกลายเป็นเรื่อง”เล็ก”โดยอัตโนมัติ
กระแสสูงเราจะสัมผัสได้ในความคึกคักห้าวหาญ ทะยานไปข้างหน้า แต่พลันที่ประสบเข้ากับกระแสต่ำก็จะจะสัมผัสได้ในหลากหลายการ แสดงออก
ตัวตนที่แท้ของแต่ละคนจะสำแดงออกก็แต่เมื่อประสบกับสภาวะกระแสต่ำในทางการเมืองเท่านั้น
หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
