E-DUANG : เส้นทาง ของ แนวร่วมธรรมศาสตร์ เริ่มทับ เส้นทาง เยาวชนปลดแอก

ไม่ว่าจะมองไปยังการเคลื่อนไหวของ”เยาวชนปลดแอก” ไม่ว่าจะมองไปยังการเคลื่อนไหวของ”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”
สัมผัสได้ในการเคลื่อนไหว สัมผัสได้ในการเปลี่ยนแปลง
ภายในการเคลื่อนไหว ภายในการเปลี่ยนแปลง มองจากมุมหนึ่งก็รับรู้และรู้สึกว่าเป็นการถดถอย อ่อนแรง มองจากอีกมุมหนึ่งก็รับรู้และรู้สึกว่ามีการพัฒนา ปรับตัว
การปรับตัวของ”เยาวชนปลดแอก”จะมองเห็นได้นับแต่หลัง เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นมา นั่นก็คือ การหายไปของ ฟอร์ด ทัตเทพ จากวงจร
จากนั้น ก็มีการนำเสนอรูปการเคลื่อนไหวผ่านขบวนการใหม่ที่เรียกขานว่า “รีเด็ม” ประกาศอย่างเด่นชัด ไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที ไม่มีการปราศรัย เป็นการเคลื่อนไปโดย”มวลชน”อยู่ในฐานะ”แกนนำ”
ไม่ว่าการเคลื่อนไหวผ่าน”รีเด็ม”หลายครั้งในห้วงต้นปี 2564 ไม่
ว่าการเคลื่อนไหวผ่าน”เยาวชนปลดแอก”หลังสุดก็ดำเนินการผ่านรูปแบบเดียวกัน นั่นก็คือ ไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที ไม่มีการปราศรัย
แม้ไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที แต่ความหมายของการเคลื่อนไหวก็มี
พลันที่มีการถอนการให้ประกันตัวและดำเนินการคุมขัง นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ รวมถึง นายไผ่ ดาวดิน มีผลสะเทือนโดยตรงไปอย่างน้อย 2 กลุ่ม
1 ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวของ”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” 1 ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวของ”ทะลุฟ้า”
เด่นชัดยิ่งว่าการเคลื่อนไหวในวันที่ 10 สิงหาคม เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เพียงแต่ไม่เห็น นายพริษฐ์ ชิวรักษ์ ยังไม่เห็นแม้กระ ทั่งเงาร่างของ น.ส.ปภัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
ขณะที่การเคลื่อนไหวของ”กลุ่มทะลุฟ้า” ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันที่ 11 สิงหาคม ไม่มีเงาร่างของ นายไผ่ ดาวดิน
ความหมายก็คือเป็นการเคลื่อนไหวแบบ”เยาวชนปลดแอก”
จะเรียกว่าไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ”เยาวชนปลดแอก” ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของ”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”เริ่มเข้าไปอยู่ในพื้นที่ละม้ายเหมือนกัน
นั่นก็คือ เริ่มไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที ไม่มีการปราศรัย
คำถามก็คือ การเคลื่อนไหวในนาม”เยาวชนปลดแอก” การเคลื่อนไหวในนาม”แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ”ยังดำรงคงอยู่หรือไม่
คำถามนี้คือคำตอบว่าเป็นการถดถอยหรือ”พัฒนาการ”
