E-DUANG : สถานการณ์ การเมือง เลือกตั้งซ่อม ท้าทาย ตบะ สุเทพ เทือกสุบรรณ

อาการไหลเลื่อนในทางการเมืองจากเดือนธันวาคมต่อเนื่องมายังเดือนมกราคมดำเนินไปอย่างพลิกผันและแปรเปลี่ยน สร้างภาวะที่ เย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง
ชวนให้มองได้ว่า อีกไม่นานบรรดา”กปปส.” ทั้งหลายจักต้องออกโรง เพื่อแสดงบทบาทบนเวทีอย่างแน่นอน
ทั้งหมดนี้อาจมีกรณีของ”สามกีบ”เป็นแรงจูงใจอย่างลึกซึ้ง
กระนั้น ที่กำลังเป็นแท่งแม่เหล็กขนาดมหึมาและอย่างต่อเนื่อง กลับเป็นการต่อสู้ภายในกระบวนแห่งความขัดแย้งกันเองของรัฐบาลอันมีพรรคพลังประชารัฐเป็นหัวใจสำคัญ
เค้าลางเห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าจะเป็นที่เขต 1 ชุมพร ไม่ว่าจะเป็นที่เขต 6 สงขลา และยิ่งการเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ จตุจักร เขต 9 กทม.ปี่กลองยิ่งมากด้วยความเร้าใจ
เพราะเด่นชัดอย่างยิ่งแล้วว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จะต้องส่ง
คนของพรรคไทยภักดีเข้าแย่งยึดเอามาจากพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน
ตรงนี้แหละจะกลายเป็น”จุดเดือด”ยิ่งในท่ามกลางการต่อสู้
เมื่อมองจากหลักสี่ จตุจักร ไปยังเขต 1 สงขลา นายถาวร เสนเนียม อาจเลือกยากเป็นอย่างยิ่งระหว่างคนของพรรคประชาธิปัตย์กับคน ของพรรคพลังประชารัฐ
แต่พอมาถึงความสลับซับซ้อนในการชิงชัยต่อพื้นที่ เขต 1 ชุมพร สะพานเชื่อมที่เคยมีก็ต้องพังครืนต่อหน้าต่อตา
อย่าลืมเป็นอันขาดว่าชุมพรเป็นพื้นที่ในความยึดครองของตระกูล”จุลใส”ซึ่งเหยียบอยู่ 2 ขาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย
ถามว่าการที่พรรคพลังประชารัฐมีมติไม่ส่งในเบื้องต้นแล้วกลับ มติทั้งๆที่ยังไม่ทันข้ามคืนมาจากปัจจัยอะไรเล่าหากมิใช่เพราะความ
ไม่มั่นใจอย่างเพียงพอในข้อตกลงในทางการเมืองเดิม
ความละเอียดอ่อนของเรื่องจาก เขต 1 ชุมพร มายัง เขต 9 กทม.จึงอยู่ที่เป็นการต่อสู้กันเอง ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับฐานอำนาจ เดิมของมวลมหาประชาชน”กปปส.”
นี่ย่อมสร้างความหนักใจให้ไม่เพียง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
หากแต่เป็นไปได้ว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ต้องเหนื่อย
ขณะที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ยืนมองอยู่พร้อมรอยยิ้ม
