E-DUANG : มูลฐาน กรณีแตงโม บานปลาย มาจาก ความเชื่อมั่น ต่อตำรวจ

ทำไมกรณีการตายของแตงโมจึงกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไม่เพียงแต่จะติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หากแต่ยังกวาดต้อนผู้คนเข้ามาตะลุมบอนเป้นจำนวนมาก
ไม่เพียงแต่ในแวดวงดารา ธุรกิจบันเทิง ตำรวจ ทนายความ หากแม้กระทั่งในแวดวงการเมืองและรวมถึงสื่อ
เบื้องต้นอาจเป็นสื่อบันเทิงซึ่งฉูดฉาดมากด้วยสีสันอยู่แล้วโดยพื้นฐาน แต่ต่อมาสื่อป้อบปูลาร์อย่างสรยุทธ์ กรรชัย บรรจงชงข่าว ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปคลุกวงใน
ในที่สุดแม้กระทั่งหมาแก่ บากบั่น หรือ สุทธิชัย หยุ่น ก็มีความจำเป็นต้องนำเอาบางรายละเอียดเข้ามาตั้งข้อสังเกตและลงลึกมากยิ่งขึ้นไปอีก
กลายเป็นว่าสีสันอันเพริศแพร้วจากการตายอย่างมีเงื่อนงำของน้องแตงโมกลายเป็นเรื่องที่ลามไหม้ลุกลามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าศึกที่
ปูตินกำลังปฏิบัติการทางการทหารที่ยูเครน
พลันที่เรื่องนี้มีตัวละครเป็น”นักการเมือง”เข้ามาพัวพัน พื้นที่ของน้องแตงโมก็แปรจากซอฟท์ นิวส์ แตะไปยังฮาร์ดนิวส์
ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนกับที่ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ตั้งข้อสังเกตโดยโยงให้เห็นลักษณะ”ร่วม”ระหว่างการตายของหมอกระต่าย การนำเสนอเรื่องค้ามนุษย์และลงเอยที่เรื่องของแตงโม
ในที่สุด ทั้ง 3 เรื่องก็กลายเป็นคนละเรื่อยเดียวกัน นั่นก็คือ มาจากความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ในที่สุด ทั้ง 3 เรื่องก็โยงยาวไปถึงกรณีของ”บอส กระทิงแดง”
เนื่องจากการตายของหมอกระต่ายมี”ตำรวจ”เป็นตัวละคร เนื่องจากกรณีค้ามนุษย์ส่งผลให้ตำรวจระดับนายพลกลายเป็นคนลี้ภัย และเรื่องของแตงโมก็เริ่มไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ
เมื่อมีตำรวจ เมื่อมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาสัมพันธ์ ก็ย่อมทำให้
แผลเก่าอันดำรงอยู่ในสังคมไทยถูกราดด้วยน้ำเกลือหนักยิ่งขึ้นไปอีก
จากนี้จึงเห็นได้ว่า กรณีของหมอกระต่ายอาจสัมพันธ์กับทางม้าลาย กรณีของนายพลมือปราบแห่งกรมตำรวจอาจสัมพันธ์กับการค้ามนุษย์ กรณีของแตงโมอาจเป็นเรื่องในแวดวงดารา
กระบวนการทำงานของตำรวจนั่นแหละทำให้เกิดคำถาม เป็นคำถามที่มิได้จำกัดแต่เพียงเรื่องนั้นหากแต่โยงไปยังเรื่องโน้น
คำถามถึงเครดิตและความเชื่อมั่นต่อตำรวจจึงตามมา
