bg-single

เสียง ‘นิวโหวตเตอร์’ จุดเปลี่ยนกรุงเทพฯ ชี้ชะตาการเมือง-ความเป็นอยู่คนกรุง/บทความในประเทศ

18.04.2022

บทความในประเทศ

 

เสียง ‘นิวโหวตเตอร์’

จุดเปลี่ยนกรุงเทพฯ

ชี้ชะตาการเมือง-ความเป็นอยู่คนกรุง

 

หลังประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ พร้อมปักหมุดหมายเอาวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เป็นวันดีเดย์ที่คนกรุงเทพฯ จะได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเอง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรกในรอบ 9 ปี รวมถึงการเลือก ส.ก.ในรอบ 12 ปี ทันทีที่การดองตำแหน่งไว้ด้วยการแต่งตั้งมานาน ถูกปลดล็อกให้เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตย

เราต่างได้เห็นพรรคการเมืองพรรคต่างๆ ส่งตัวแทนของพรรคลงชิงตำแหน่งนี้ ในขณะที่ผู้สมัครในนาม “ผู้สมัครอิสระ” ก็มีมากหน้าหลายตา มีทั้ง “บิ๊กเนม” และ “โนเนม” ตบเท้าเข้าสมัครชิงเก้าอี้เพื่อจะเป็นพ่อเมืองของคนกรุงเป็นจำนวนมาก

ความคึกคักของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในคราวนี้ เริ่มตั้งแต่วันเปิดรับผู้สมัครรับเลือกตั้งและจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร มีผู้สมัครทั้งสิ้น 31 คน แบ่งเป็นผู้สมัครชาย 25 คน ผู้สมัครหญิง 6 คน ขณะที่ผู้สมัคร ส.ก.มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 382 คน

ถือได้ว่ามีผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ มากเป็นประวัติการณ์

ขณะที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้มีประมาณ 4 ล้านกว่าคน ที่น่าสนใจไม่น้อยคือจำนวนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกหรือนิวโหวตเตอร์ ช่วงอายุ 18-27 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกพรากสิทธิ์พรากเสียงในการเลือกผู้ว่าฯ กทม. นับจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 9 ปีก่อน มาถึงวันนี้มีจำนวนประมาณ 7 แสนคน คิดเป็น 16% โดยประมาณ จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด และในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา

คาดหมายว่าคนรุ่นใหม่มีความสนใจและตื่นตัวในการเมืองเป็นอย่างมาก ดังนั้น สนามการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า 7 แสนเสียงของคนรุ่นใหม่ มีผลอย่างยิ่งในการชี้ชะตาอนาคตของคนกรุง ในการเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ที่จะมาคอยดูแลและรักษาผลประโยชน์ที่คนกรุงควรจะได้รับ รวมถึงกลุ่มคนอีกหลายล้านคน ที่มาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อทำมาหากินและศึกษาเล่าเรียน แต่ไม่ได้มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ดังนั้น ภาพลักษณ์ จุดยืนทางการเมือง ตลอดจนนโยบายในการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคน จึงต้องตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่นี้ให้ได้

 

ทีมข่าวมติชนทีวี ได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นกลุ่มนิวโหวตเตอร์ ช่วงอายุ 18-27 ปี ย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่จะมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าด้วยเรื่องของ “พลังนิวโหวตเตอร์ กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่อยากได้”

พรรณนิศา โฆษิตสุรังคกุล” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะ British & American Studies (BAS TU) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เผยว่ามีโอกาสติดตามข่าวการเลือกตั้งในครั้งนี้ แม้จะไม่ถึงกับเกาะติดสถานการณ์รายวัน แต่หากได้เลือก ก็จะเลือกจากนโยบายของผู้สมัคร ที่จะทำเพื่อคนกรุงเทพฯ เป็นอันดับแรก

“มุมมองหนู นโยบายต้องมาก่อนอย่างแรก ดูว่าเขามีนโยบายอะไรบ้างที่จะสามารถพัฒนากรุงเทพฯ ได้ แล้วก็ส่งผลดีต่อตัวเราค่ะ อยากให้ว่าที่ผู้ว่าฯ คนใหม่แก้ปัญหาตรงไหนของกรุงเทพฯ หรอคะ หลายๆ เรื่องค่ะ เพราะว่าด้วยสถานการณ์ตอนนี้ทุกอย่างมันก็ย่ำแย่ลง ถ้าเกิดว่ามีนโยบายที่สามารถช่วยเหลือได้จริง ทำได้จริง ที่มันดีมากๆ ก็น่าสนใจ”

สุกฤตา ผัดขัน” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากวิทยาลัยสหวิทยาการ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่าได้ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผ่านข่าวสารในโลกโซเชียลเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงจากป้ายโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคน ถ้าต้องเลือกใครสักคนมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ขอเลือกที่นโยบาย ส่วนตัวมี “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เบอร์ 8 เป็นผู้สมัครที่ชื่นชอบ

“เลือกจากนโยบายค่ะ อย่างเช่น นโยบายของคุณชัชชาติที่เห็นบ่อยๆ ก็คือรถเมล์ ค่อนข้างเก่าแล้ว ควรจะมีใหม่บ้าง แล้วก็ทางเท้า ควรจะมีการพัฒนาและแก้ไข คิดว่าคนรุ่นใหม่ก็น่าจะเลือกคนที่คู่ควรมาพัฒนากรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นค่ะ และส่วนตัวชื่นชอบคุณชัชชาติค่ะ เพราะว่าเขาฟังเสียงเยาวชนคนรุ่นใหม่ และพร้อมจะพัฒนากรุงเทพฯ ด้วย”

ด้าน “กชพรรณ วิเศษสัตย์” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยสหวิทยาการ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ และมีโอกาสได้เข้าไปร่วมฟังเสวนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น รวมไปถึงการติดตามข่าวสารในโลกโซเชียล และส่วนตัวจะเลือกจากนโยบายของผู้สมัครที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ

“สำหรับตัวเราก็คงจะเลือกเป็นนโยบายค่ะ อย่างนโยบาย เวลาที่เขาจะทำออกมา เขาจะต้องนึกถึงสภาพสังคมหรือว่าประชาชนเป็นส่วนใหญ่ก่อนใช่ไหมคะ ก่อนจะออกนโยบายอะไรออกมา ซึ่งเราเป็นคนเลือกเขาเข้ามา เราก็คงจะมองที่นโยบายของเขามากกว่าจุดยืนทางการเมืองก่อนเป็นอันดับแรก”

“พลังคนรุ่นใหม่จะเป็นเสียงที่กำหนดผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้วค่ะ เรามองว่าสมัยนี้คนออกมาสนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น เราก็มองว่าตัวคนรุ่นใหม่ น่าจะเป็นตัวกำหนดได้อยู่แล้วค่ะ”

เมื่อถามว่าอยากให้ว่าที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ แก้ไขปัญหาตรงไหนให้คนกรุงบ้าง กชพรรณยกตัวอย่างปัญหาคนไร้บ้านในเมืองกรุงขึ้นมาอธิบาย

“สำหรับเรา ก้าวออกจากบ้านก็จะเห็นคนไร้บ้านเยอะมาก อย่างช่วงโควิดแบบนี้ เขาก็ไม่มีที่ไปเลย เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเขาเข้ามาแก้ปัญหาตรงเรื่องคนไร้บ้านได้ก็คงจะดีมากๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ เมื่อถามมุมมองการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะมีความสอดคล้องกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในครั้งหน้าหรือไม่ นักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 ตอบเสียงชัดว่าสอดคล้อง พร้อมยืนยันว่าจะเลือกคนที่มีจุดยืนทางประชาธิปไตยเหมือนกันให้เข้ามาดูแลคนกรุงเทพฯ

“คิดว่าสอดคล้องค่ะ เพราะว่าการเลือกเข้ามาของผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ถ้าดีก็คงจะสอดคล้องกับในอนาคตว่าเราควรจะเลือกใคร หรือว่าเลือกคนที่มีแนวคิดหรือแง่คิดแบบไหนเข้ามาบริหารประเทศ เรารู้สึกว่าเราสนับสนุนประชาธิปไตย สุดท้ายแล้วเราคงจะเลือกคนที่สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกันให้เข้ามา ชอบคุณชัชชาติค่ะ เพราะว่าเรามองวิสัยทัศน์หรือแนวคิด แล้วอีกอย่างการเข้าถึงคนในสังคม เราดูจากข่าวที่เห็นเขาก็คือเขาไปลงพื้นที่ ไปดูอะไรที่มันอยู่กับประชาชนจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่าเราคงจะเลือกคนนี้ถ้าจะมาเป็นคนที่ดูแลตัวเรา หรือคนในสังคมเราค่ะ”

 

“ภานุพันธ์ ลินพล” พนักงานเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นนิวโหวตเตอร์วัยทำงาน เผยว่าตนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะเลือกคนที่ทำงานจริงให้เข้ามาดูแลคนกรุงเทพฯ

“รอบนี้สนใจมากครับ หลักๆ ที่ผมสนใจคือ หนึ่งดูว่าใครเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ รวมถึงนโยบายของผู้สมัครแต่ละท่าน ผมมองเรื่องนโยบายแล้วก็ผลงานครับ หนึ่งเลย ผมมองว่าหลักๆ เรื่องขยะ น้ำท่วม รถติด คนรุ่นใหม่น่าจะมีจุดเปลี่ยนของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้แน่นอนครับผม”

“มินธดา หวังไพฑูรย์” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เผยว่าได้ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผ่านช่องทางสื่อโซเชียล แม้ตนจะไม่มีสิทธิ์เลือก แต่มองว่านโยบายของผู้สมัครคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนตัวอยากเห็นผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่แก้ไขปัญหาเรื่องความเลื่อมล้ำกับเรื่องการศึกษาให้กับคนกรุง

“คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความเลื่อมล้ำกับเรื่องของการศึกษาค่ะ เพราะว่าหนูเป็นคนต่างจังหวัดเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อจะได้รับสังคมที่ดี การศึกษาที่ดี อยากให้กรุงเทพฯ มีมาตรฐานมากขึ้น เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่จะได้รับโอกาสเท่ากัน”

นี่เป็นเพียงเสียงตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ ที่เสนอมุมมองต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเป็นเสียงสำคัญที่จะกำหนดชะตาการเมือง ความเป็นอยู่ของคนกรุง ผ่านปลายปากกาในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง และที่สำคัญเสียงของคนกลุ่มนี้จะเป็นตัวชี้นำอนาคตของประเทศในวันข้างหน้า ในฐานะกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร