E-DUANG : ร่องรอย คลาดเคลื่อน การเมือง ศึกษา จากกรณี “วัน อยู่บำรุง”

กรณีหาร 100 และกรณีหาร 500 ได้ให้”บทเรียน”อย่างแหลมคมยิ่งต่อคนมือไวในโลกแห่ง”โซเชียล มีเดีย”ในลักษณะที่เรียกกันว่า ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอาไปกระเดียด
เหมือนกับว่าบทเรียนนี้กำลังสร้างความหงุดหงิดเป็นอย่างสูงให้กับ นายวัน อยู่บำรุง
เนื่องจากเป็นคนแรกๆที่โพสต์”ข้อความ”ด้วยความมั่น
“กก.กลืนน้ำลายตัวเองไปลงมติเอา 500 หาร ทั้งที่พรรคตัวเองเสนอกม.ให้รัฐสภารับร่างไปเข้ากมธ.ก็เสนอเอา 100 หาร”
ซึ่งไม่เพียงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการแถลงของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็นการอธิ บายอย่างเป็นธรรมจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังสะท้อนให้เห็น 1 นายวัน อยู่บำรุง ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เมื่อมีการลงมติ 1 นายวัน อยู่บำรุง ไป เชื่อบทสรุปที่มีความคลาดเคลื่อนจากบางคนบางฝ่าย
เห็นได้จากข้อความของ นายวัน อยู่บำรุง ยอมรับ”ผมเข้าใจ
คลาดเคลื่อนและพิมพ์ตกหล่นหลายคำ และผมได้ไปขอโทษในเพจสส.เจี๊ยบและโทรคุยกันแล้ว”
ในที่สุด แม้ นายวัน อยู่บำรุง จะยืนยัน”ผมลบโพสต์ไปแล้วด้วย” แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้รับการลบไปด้วยหรือไม่
ความเป็นจริงอย่างที่ นายวัน อยู่บำรุง ปฏิบัติในห้วงจากวันที่ 6 ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม ภาษาของยุคดิจิทัลระบุว่าได้เกิดสิ่งที่เรียก ว่า”ฟูทพรินท์”ขึ้นแล้ว
แม้จะลบผ่านเพจของ นายวัน อยู่บำรุง แต่ร่องรอยก็ยังดำรง อยู่โดยเฉพาะเมื่อมีผู้แชร์และยืนยัน”ข้อความ”
ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ กรณีแห่งความเข้าใจผิดครั้งนี้มิได้มีแต่เพียง นายวัน อยู่บำรุง เท่านั้น หากแต่ยังมีนักการเมืองหลายคนของพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจเช่นนั้น
บางคนในเบื้องต้นอาจมองว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนเช่นเดียวกับ นายวัน อยู่บำรุง แต่เมื่อมีแถลงการณ์ของพรรคก้าว ไกลพร้อมกับคำอธิบายที่ไม่มีอคติของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
ก็ยังมีการแสดงความเห็นจากพื้นฐานความคลาดเคลื่อนอยู่
รอยเท้าจากการแสดงความเห็นทั้งหมดอันเกิดขึ้นภายหลังสถาน การณ์หาร 100 กับ หาร 500 จึงกลายเป็น”หลักฐาน”อย่างมีนัยสำคัญทางการเมือง
ไม่ว่าจะเป็นของพรรคเพื่อไทย หรือที่เกี่ยวพันพรรคเพื่อไทย
ฉายชี้เจตนคติในทางความคิดในทางการเมืองที่อาจไม่สบอารมณ์ต่อแต่ละก้าวย่างของพรรคก้าวไกลมากนัก
ร่องรอยนี้จึงนับว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในทางการเมือง
