E-DUANG : บทเรียน คับแค้น ทางจิตใจ กับความยากไร้ ในทางวัตถุ

การเดินแนวทาง”อหิงสา” ของท่าน มหาตมะ คานธี เป็นการเดินแนวทางสันติ ปราศจากอาวุธ อย่างเด่นชัด
เป็นการเคลื่อนในทาง”ความคิด” เคลื่อนในทาง”จิต”
แต่ก็สามารถระดมชาวอินเดียให้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมหาศาล ก่อผลสะเทือนเป็นอย่างสูงทั้งในทางความคิดและในทางการเมือง
เป็นปัจจัยอย่างสำคัญทำให้ “อังกฤษ” ต้องมอบความเป็นเอกราชให้กับอินเดีย
จากกรณีของ มหาตมะ คานธี แห่งอินเดีย สังคมประทับใจกับการต่อสู้ของ เนลสัน แมนเดลล่า จนสามารถทำให้อาฟริกาใต้ได้ประชาธิปไตย คนผิวดำได้สิทธิและเสรีภาพ
แนวทางของ เนลสัน แมนเดลล่า เป็นแนวทางเดียวกันกับแนวทางของ มหาตมะ คานธี นั่นก็คือ เดินไปในหลักการสันติ อาศัยการเจรจามาเป็นอาวุธสำคัญ
จึงไม่เพียงแต่ชาวอินเดีย และชาวอัฟริกาใต้จะเห็นด้วยเข้ามาร่วมในการเคลื่อนไหว หากนานาอารยะประเทศก็เห็นใจ
อาวุธที่มีอยู่คืออาวุธ”ทางความคิด” ที่กลายเป็น”พลัง”
ในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมนุษยชาติ มีการถกเถียงระหว่างการต่อสู้อย่างสันติ กับ การต่อสู้ด้วยอาวุธ มาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ
ชัยชนะและพ่ายแพ้ขึ้นอยู่กับสภาพที่เป็นจริงแต่ละสังคม
หากสมาทานแนวทาง”อาวุธ”ก็มองเห็นด้านที่ล้ำเลิศของอาวุธ หากสมาทานแนวทาง”สันติ”ก็มองเห็นด้านที่ล้ำเลิศของพลังแห่งสันติอหิงสา
แท้จริงแล้ว การเคลื่อนไหวอย่างสันติผ่านการนำเสนอในทางความคิด หากดำเนินอย่างมีความเข้าใจก็สามารถแปรพลังจิตนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอินเดีย อัฟริกาใต้ และที่กำลังเป็น
กรณีตัวอย่างจากสถานการณ์ในศรีลังกา
สถานการณ์ในศรีลังกาเป็นกรณีตัวอย่างอีกสถานการณ์หนึ่งซึ่งควรให้ความสนใจ เพราะมีรากฐานมาจากความผิดพลาด
เนื่องแต่กความคับแค้นทางจิตใจ ความยากไร้ในทางวัตถุ
แม้อำนาจรัฐจะใช้มาตรการที่รุนแรงในการตอบโต้และสลาย การต่อสู้ แต่ความคับแค้นและความยากไร้ก็ยังดำรงอยู่
ความไม่พอใจจึงกลายเป็นพลังและปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
