bg-single

การลอบสังหาร พล.อ.เปรม ทศวรรษ 2520 | My Country Thailand ณัฐพล ใจจริง

18.08.2022

การลอบสังหาร

พล.อ.เปรม ทศวรรษ 2520

ภายหลังการลอบสังหารจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในช่วงต้นระบอบประชาธิปไตยผ่านพ้นไปแล้ว พัฒนาการของการเมืองไทยก็เปลี่ยนแปลงไปอีก เมื่อคณะราษฎรสิ้นอำนาจไปนับแต่ 2500 การเมืองไทยได้เดินผ่านยุคสงครามเย็น ผ่านการปกครองระบอบเผด็จการทหารนับแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519 การรัฐประหาร 2519 การก้าวขึ้นมาของรัฐบาลเผด็จการพลเรือนสมัยรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ (2520-2523) และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (2523-2532) อันเป็นจุดเริ่มต้นยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

ความเป็นมาของประชาธิปไตยครึ่งใบมีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ 2521 เป้าหมายของรัฐธรรมนูญนี้คือ การประนีประนอมระหว่างกลุ่มทหารกับนักการเมืองพลเรือน รัฐธรรมนูญกำหนดให้คณะปฏิวัติ 2520 มีอำนาจควบคุมการเมืองผ่านการแต่งตั้งวุฒิสภา ส.ว.เหล่านี้มีอำนาจเทียบเท่ากับ ส.ส.

การปกครองประชาธิปไตยครึ่งใบ หมายถึง นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. ส่วนข้าราชการประจำทั้งทหารและพลเรือนสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และตำแหน่งการเมืองอื่นๆ ได้ ตลอดจน ส.ว.แต่งตั้งช่วยค้ำจุนให้รัฐบาลมั่นคงทางการเมือง

การก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเมืองของ พล.อ.เปรมเกิดขึ้นจากการผลักดันของกลุ่มทหารยังเติร์ก ด้วยการเสนอชื่อ พล.อ.เปรม ผู้บัญชาการทหารบกที่กำลังจะเกษียณอายุราชการเป็นนายกรัฐมนตรี อันก่อให้เกิดทั้งการต่อต้านและสนับสนุนการต่ออายุราชการให้ พล.อ.เปรม อย่างไรก็ตาม การต่ออายุราชการให้ พล.อ.เปรมต่อไป ทำให้นายทหารระดับรองลงไปไม่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของกองทัพได้ ก่อให้เกิดความขัดแย้งในกองทัพจนเกิดการต่อต้านรัฐบาลหลายครั้ง

จากการต่ออายุ ผบ.ทบ.ในปี 2523 คือความพยายามทำให้ พล.อ.เปรมสามารถควบคุมกองทัพต่อไปได้ แต่ก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ผู้นำทหารระหว่างผู้นำทหารหนุ่ม จปร.รุ่น 7 หรือ “ยังเติร์ก” กับ พล.อ.เปรม และขยายตัวเป็นความขัดแย้งภายในกองทัพ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “กบฏเมษาฮาวาย” ในเดือนเมษายน 2524 ในที่สุด (สุรชาติ บำรุงสุข, 2563)

ความพยายามควบคุมกองทัพภายใต้รัฐบาล พล.อ.เปรมเป็นเวลาถึง 8 ปีนั้นก่อเกิดความพยายามรัฐประหารหลายกรณี ดังนี้ กรณีเมษายน 2524 หรือ “กบฏเมษาฮาวาย” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1-3 เมษายน 2524 มีสาเหตุมาจากการต่ออายุให้ พล.อ.เปรม ให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อไป อันเป็นชนวนให้ถูกต่อต้านจากนายทหารกลุ่ม จปร.7 หรือ “กลุ่มยังเติร์ก” ร่วมกับ พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา รองผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะปฏิวัติ พล.ท.วศิน อิศรางกูร ณ อยุธยา แม่ทัพภาคที่ 1 พ.อ.มนูญ รูปขจร ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เลขาธิการคณะปฏิวัติ เข้าจับตัว พล.อ.เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายทหาระดับสูงหลายคนไว้ได้ ต่อมา พล.อ.เปรมจึงกราบบังคมทูลเชิญในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในครั้งนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อความปลอดภัย และตั้งกองบัญชาการตอบโต้ และใช้อำนาจปลดผู้ก่อการออกจากตำแหน่งทางทหาร โดยได้กำลังสนับสนุนจาก พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ต่อมา ฝ่ายต่อต้าน พล.อ.เปรม ตกเป็นรอง เนื่องจาก พล.อ.เปรมอ้างความชอบธรรมจากสถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้กองกำลังต่างๆ หันไปสนับสนุน พล.อ.เปรมมากกว่าฝ่ายต่อต้าน (รุ่งรัตน์ เพชรมณี 2545, 46-47)

การพยายามรัฐประหารครั้งนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่เป็นการรัฐประหารที่ใช้กำลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่กลับกลายเป็นกบฏและจบลงอย่างรวดเร็วในที่สุด

ต่อมาเกิด “กบฏ 9 กันยายน 2528” เป็นความพยายามรัฐประหารนำโดยกลุ่มนายทหาร จปร.7 เช่น พ.อ.มนูญ รูปขจร นายทหารนอกราชการนำทหารจากกองพลทหารม้าที่ 2 ร่วมกับกรมทหารอากาศโยธิน จำนวน 500 คน นำโดย นาวาอากาศโทมนัส รูปขจร เข้ายึดกองบัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ ขณะนั้น พล.อ.เปรมเดินทางไปอินโดนีเซีย ส่วน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก กำลังอยู่ในทวีปยุโรป แต่การก่อรัฐประหารไม่สำเร็จ (Tamada 1995, 46-47; Surachart Bamrungsuk 1999, 44-46)

นอกจากความไม่พอใจของกองทัพที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.เปรม ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นจากการก่อกบฏเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามลอบสังหาร พล.อ.เปรมด้วย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

ครั้งที่ 1 ด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 72

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2525 มีคณะบุคคลพยายามลอบสังหาร พล.อ.เปรม โดยยิงระเบิด M 72 ใส่รถขบวนของ พล.อ.เปรม ขณะเดินทางไปเปิดอนุสาวรีย์ที่ศูนย์การปืนใหญ่ ลพบุรี โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 72 ยิงใส่ แต่กระสุนพลาดเป้าหมายเฉียดหลังคารถของ พล.อ.เปรมไปเล็กน้อย

แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ปรากฏเป็นข่าว จวบจนกระทั่งนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ เดือนกรกฎาคม 2525 ขึ้นหน้าปกข่าวใหญ่ “ลอบสังหารเปรมที่ลพบุรี แผนของใคร?”

หนึ่งเดือนต่อมา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เดือนสิงหาคม 2525 รายงานข่าวว่า “จับ 5 ทหารลพบุรี มือสังหารเปรม” ระบุว่า เมื่อ 5 สิงหาคม และ 7 สิงหาคม 2525 มีการจับกุมนายทหารชั้นประทวน 5 นายตกเป็นผู้ต้องหามีส่วนร่วมลอบสังหาร พล.อ.เปรม จำยอมรับว่า การลอบสังหารได้เกิดขึ้นจริง แต่การสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์นี้ก็ยืดเยื้อข้ามมาถึงปี 2526

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อการเป็นทหารสามนาย หนึ่งในนั้นคือ พ.ต.ไพรัช โพธิพฤกษาวงค์ สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ ต่อมา พ.ต.ไพรัชได้กระทำอัตวินิบาตกรรมขณะตำรวจเข้าจับกุม ส่วนทหารชั้นประทวนอีกสองนายต่อมาหายสาบสูญไป (รัฐบุรุษ, 2549, 351-357)

ครั้งที่ 2 ขว้างระเบิดเข้าไปในบ้านสี่เสาฯ

เมื่อ 15 สิงหาคม 2525 เวลา 22.15 น. คนร้ายใช้ระเบิดแบบเอ็ม 26 ลูกเกลี้ยงขว้างข้ามกำแพงด้านสโมสรกองทัพบกเข้าไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม

ระเบิดตกที่โคนต้นปาล์มในสนามหญ้าข้างอาคาร สะเก็ดระเบิดกระจายโดนกระจกหน้าต่างและฝ้าเพดานของห้องนายทหารคนสนิทเสียหายเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ส่วน พล.อ.เปรมอยู่ภายในบ้าน ยังไม่ได้นอนหลับ

ครั้งที่ 3 วางระเบิดใกล้ห้องทำงานรัฐมนตรีกลาโหม

ไม่นานภายหลังการหลังปาระเบิดใส่บ้านสี่เสาฯ เมื่อ 9 กันยายน 2525 ช่วงเวลาค่ำ ขณะที่ทหารรักษาการณ์กระทรวงกลาโหมเดินตรวจการณ์อยู่บริเวณทางเท้ารอบๆ กระทรวงในยามค่ำ พลทหารนายหนึ่งพบกระติกน้ำแข็งใบหนึ่งที่มุมอาคารด้านปีกซ้ายของกระทรวง ทหารยามเปิดฝากระติกดู พบห่อกระดาษปิดอยู่ภายใน มีสายไฟเส้นเล็กๆ โยงออกมา 4 เส้น

ทหารยามผู้นั้นจึงรีบโทรศัพท์แจ้งนายทหารเวร และแจ้งไปยังศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจนครบาล แต่ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่กู้ระเบิดจะมาถึง กระติกลูกนั้นก็ระเบิด ทหารยามที่จับตาดูอยู่ห่างๆ บาดเจ็บ 4 นาย ประชาชนที่ผ่านไปมาบาดเจ็บ 2 คน หน้าต่างกระทรวงกลาโหมเสียหาย 14 บาน โดยจุดที่ตั้งของกระติกระเบิดอยู่ใกล้บริเวณอาคารของกระทรวงกลาโหมที่ชั้นล่างเป็นห้องเก็บพัสดุ แต่ชั้นสองคือห้องทำงานของ พล.อ.เปรม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (matichon.co.th, 25 เมษายน 2565)

กล่าวโดยสรุป พล.อ.เปรมถูกลอบสังหาร 1 ครั้ง และข่มขู่ด้วยระเบิด 2 ครั้ง เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งภายในกองทัพอันเป็นเหตุสำคัญมาจากการต่ออายุราชการให้ พล.อ.เปรมและความพยายามขยายอิทธิพลของ พล.อ.เปรมภายในกองทัพ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี