E-DUANG : เมื่อท่าน ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกิดใหม่ บนฐาน นายกรัฐมนตรี

การปรากฏขึ้นของวลีจากปาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ว่า”ใช้ใจบันดาลแรง มิใช่ใช้แรงบันดาลใจ”
ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงกระทั่งอาจกลายเป็น”ไวรัล”
หากเปรียบเทียบกับคำพูดที่เคยติดสองเรียวปากเสมอมาที่ว่า”ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้” วลีล่าสุดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นับว่ายาวที่สุด ยาวอย่างยิ่ง
ทั้งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “แรง” กับ “ใจ”
ขณะเดียวกัน ยังมีรากฐานมาจากยอดคำเท่ที่ว่า”แรงบันดาลใจ”ซึ่งเป็นเรื่องในทางศิลปะซึ่งดำเนินไปบนหนทางแห่งการสร้างสรรค์
เมื่อมองจากฐานของ”นักรบ” ที่อยู่ในแวดวงของ”ทหาร”มาชั่วชีวิตจึงสร้างความตื่นตาตื่นใจ
เป็นความตื่นตาตื่นใจไม่เพียงต่อ”ลุ้ค”เดิมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หากแต่ยังก่อให้เกิดการเปรียบเทียบไปยัง บรรดาทหารหาญด้วยกัน
ที่ใกล้ตัวอย่างที่สุดย่อมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหตุปัจจัยอะไรทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงเข้าไปสัมพันธ์อยู่กับบรรยากาศแห่ง”แรงบันดาลใจ”
ไม่จำเป็นต้องไปไกลถึงความเป็นมาอันเกี่ยวระหว่างวัตถุกับจิตของปรัชญาในแนววัตถุนิยมและในแนวจิตนิยมซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากและห่างไกลสำหรับทหาร
ไม่ว่าจะเป็นทหารอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็นทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าแหล่งที่มาแห่งการประดิษฐ์คำแต่ละคำอันก่อรูปขึ้นเป็น “ใช้ใจบันดาลแรง มิได้ใช้แรงบันดาลใจ”น่าจะมาจากคณะทีมที่ปรึกษาทำงานใกล้ชิด
และน่าจะมาจากข้อเสนอของทีมที่ปรึกษาซึ่งมีความอ่อนไหวและอ่อนหวานกระทั่งนำเอาคำ”แรงบันดาลใจ”เข้ามาเพื่อใช้อธิบายต่อท่วงท่าและอาการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จากที่เคยเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ต้องเกาะไหล่คนอื่น แปร
เปลี่ยนมาเป็นลงจากรถและเดินด้วยความกระฉับกระเฉิง
เป็นความจริงที่การแปรเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืนนับแต่วันที่ 24 สิงหาคมเป็นต้นมาเป็นการแปรเปลี่ยนจากคนเดิมที่ต้วมเตี้ยมมาเป็นคนใหม่ที่ปราดเปรียว
ปัจจัยสำคัญย่อมเป็นการรักษาการเป็น”นายกรัฐมนตรี”
นี่ย่อมเป็นผลดีแก่”ใจ”และเป็นพลัง”บันดาล”ให้เป็น”แรง”อันเปี่ยมด้วยพลานุภาพขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ก่อให้เกิดเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คนใหม่ ลุ้คใหม่
