E-DUANG : ทำไม ทั้ง ธนาธร กับ ปิยบุตร ปฏิเสธ สมบัติ บุญงามอนงค์

ทำไมทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จึงไม่ขานรับต่อข้อเรียกร้องของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ให้เข้ามานำการเคลื่อนไหวทางการเมือง
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เชื่อว่าสังคมเกิดอาการเบื่อหน่าย ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างสูง
ตรงกันข้าม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กลับมุ่งมั่นต่อการซักซ้อมและเข้าร่วมการวิ่งเทรลวิบากบนเทือกเขาแอลป์พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่างทรหดอดทน
ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ยังดำรงอยู่ในสถา นะอันเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองพร้อมกับเสนอความเห็นในวาระอันเหมาะสมไม่แปรเปลี่ยน
และเมื่อคำถามเดียวกันนี้เสนอต่อ น.ส.พรรณิการ์ วานิช จากทีมงานมติชนทีวีก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมอง ผ่านบทบาทของพรรคอนาคตใหม่หรือคณะก้าวหน้า
การเคลื่อนไหวในลักษณะอย่างที่ นายสมบัติ บุญงามอนงค์
ต้องการเห็นมิใช่แนวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มิใช่แนวของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล
หากแต่มีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า การต่อสู้ต้องเป็นความรับผิดชอบ”ร่วม”ของประชาชนทุกหมู่เหล่า
ข้อเสนอของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นข้อเสนอที่มองเห็นศักยภาพของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อประสานเข้ากับขนอง
นายปิยบุตร แสงกนกกุล
เป็นข้อเสนอด้วยความปรารถนาดี เป็นข้อเสนอด้วยความจริงใจอย่างเด่นชัดปราศจากข้อสงสัย
เพียงแต่เป็นข้อเสนอที่ยืนอยู่บนพื้นฐานที่ว่าในการเคลื่อนไหวของประชาชนจำเป็นต้องมี”ผู้นำ”ในแบบวีรบุรุษถือธงนำหน้า
ขณะที่ทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงต้องมาจากสำนึกและความตื่นตัวของประชาชน
เป็นงานของ”ประชาชน”มิใช่งานของ”วีรบุรุษ”คนใด
หากมองจากบาทก้าวแรกที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จับมือผนึก พลังกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นก่อน การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ก็จะประจักษ์
ประจักษ์ต่อบทบาทในการ”ปักธง”ทาง”ความคิด”
พวกเขาเชื่อว่าความคิดที่ถูกต้องจะนำไปสู่การเมืองที่ถูกต้องและทรงพลังจนก่อการเปลี่ยนแปลงได้ในทางเป็นจริง
จากเมื่อปี 2561 เป็นอย่างไรในปี 2565 ก็เป็นเช่นนั้น
