bg-single

จากยูเครนถึงไทย! | สุรชาติ บำรุงสุข

30.01.2023

วันนี้เราอาจจะตั้งเป็นข้อสังเกตสำหรับการศึกษาของนายทหารได้ว่า สงครามยูเครนเป็นเสมือน “วิทยาลัยการทัพ” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสงครามครั้งนี้ทำให้ผู้นำกองทัพทั่วโลกแทบจะต้องเปิดการเรียนวิชาทหารใหม่ เนื่องจากสงครามได้ให้บทเรียนการทหารอย่างมากมาย อันอาจอนุมานในเบื้องต้นได้ว่า ผลของการรบที่เกิดในยูเครนนั้น จะมีส่วนอย่างสำคัญต่อ “การปฎิรูปกองทัพ” ของหลายๆ ประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนของแนวคิดทางทหารที่รองรับต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ไม่น่าเชื่อว่ากองทัพยูเครนที่มีขนาดเล็กกว่ากองทัพรัสเซียอย่างมาก และมียุทโธปกรณ์น้อยกว่ามากอย่างที่เปรียบเทียบไม่ได้นั้น กลับสามารถยันการรุกของกองทัพรัสเซียได้อย่างยาวนาน และทั้งยังสามารถเปิดการรุกตอบโต้กลับได้ในพื้นที่ทางยุทธศาสตร์บางจุดอย่างที่เคอร์ซอนได้ จนเป็นดั่งสัญญาณการถดถอยของกองทัพรัสเซียอย่างชัดเจนในยุคปัจจุบัน

ชัยชนะของยูเครน ตลอดรวมถึงการดำรงขีดความสามารถในการรบได้อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของการได้รับความช่วยเหลือทางด้านอาวุธใหม่ที่มีความทันสมัยจากฝ่ายตะวันตกเท่านั้น หากแต่ “จิตใจสู้รบ” ของประชาชนในสังคมดูจะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์สงครามปัจจุบัน เพราะต่อให้ยูเครนมีอาวุธใหม่และมากมายเพียงใด แต่หากคนในสังคมปฎิเสธที่จะเข้าร่วมกับรัฐในการทำสงครามกับผู้รุกรานแล้ว รัฐยูเครนจะไม่ประสบความสำเร็จในการ “ยันทางยุทธศาสตร์” ต่อการรุกของกองทัพรัสเซียได้เลย

สภาวะเช่นนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า การดำรงขีดความสามารถทำการรบได้อย่างต่อเนื่องของสังคมยูเครนนั้น จึงทำให้เห็นถึงเอกภาพของคนในสังคมที่มีจิตใจมุ่งมั่นเป็นประเด็นสำคัญ อาจจะเปรียบเทียบได้กับการโจมตีทางอากาศของเยอรมันต่ออังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่แม้เกาะอังกฤษจะถูกโจมตีอย่างหนักเพียงใด แต่ด้วยจิตใจมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ อังกฤษจึงสามารถพาตัวเองให้รอดพ้นจากการยึดครองของฮิตเลอร์ได้

A woman walks amid destroyed Russian tanks in Bucha, in the outskirts of Kyiv, Ukraine, Sunday, April 3, 2022. (AP Photo/Rodrigo Abd)

เรื่องราวเช่นนี้สะท้อนชัดว่า ขวัญกำลังใจของคนในสังคมที่พร้อมเข้าร่วมกับรัฐบาลในการต่อสู้กับรัฐข้าศึกเป็น “อำนาจกำลังรบที่ไม่มีตัวตน” และอาจมีความสำคัญมากกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัฐมีเสียอีก ทั้งยังเห็นถึง จิตใจสู้รบที่ชาวยูเครนในหลากหลายอาชีพตัดสินใจเข้าร่วมในการปกป้องมาตุภูมิของตนจากการบุกของกองทัพรัสเซีย ในขณะที่มีรายงานอย่างมากว่า ทหารรัสเซียมี “ขวัญกำลังใจต่ำ” ไม่เพียงพวกเขาไม่ต้องการเข้าสู่สนามรบในยูเครนเท่านั้น แต่ยังพบรายงานข่าวว่า มีกำลังพลหลายส่วนตัดสินใจหนีทหาร เป็นต้น

ในทางตรงข้าม สำหรับประเทศที่แม้จะมีอาวุธมาก แต่ถ้าคนในกองทัพและสังคมไม่ต้องการเข้าร่วมรบ ดังเช่นสถานการณ์ในสังคมรัสเซียปัจจุบันนั้น สิ่งที่ตามมาในสังคมเช่นนี้คือ “ความแตกแยกใหญ่” ทางความคิด ตัวอย่างที่ชัดเจน เห็นได้จากการขับเคลื่อนของกระแสต่อต้านสงครามในหมู่ชาวรัสเซีย หรือหากย้อนกลับไปในอดีต กระแสต่อต้านสงครามเวียดนามในสหรัฐเป็นตัวอย่างของปรากฎการณ์ที่คนในสังคมอเมริกันไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามของรัฐ ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ รัฐจะเผชิญกับทั้งสงครามภายนอกและภายในคู่ขนานกัน

สงครามในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็น “กองทัพทหารอาชีพ” ของฝ่ายยูเครนได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ กองทัพรัสเซียกลายเป็น “ภาพลบ” ด้านตรงข้าม ในด้านหนึ่งจะเห็นได้ถึงประสิทธิภาพการรบของหน่วยทหารรัสเซีย ที่อ่อนด้อยทั้งในระดับยุทธวิธีและระดับยุทธการ ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่สำคัญของความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ของรัสเซีย ในอีกด้าน หน่วยทหารรัสเซียแทบจะไม่มีภาพลักษณ์ของ “กองทัพสังคมนิยมที่มีเกียรติ” เช่นที่เคยโฆษณาไว้เลย เนื่องจากทหารรัสเซียได้ก่ออาชญากรรมในพื้นที่ยึดครอง ไม่ว่าจะเป็นการก่อกรณีสังหารหมู่ประชาชน การข่มขืนสตรี การปล้นสดมภ์ทรัพย์สินของชาวบ้านในหลายพื้นที่ การกวาดจับบุคคลต้องสงสัยแบบไม่มีเหตุผล และการใช้การทรมานกระทำต่อผู้ที่ถูกจับกุม เป็นต้น

ผลจากการกระทำของทหารรัสเซียในพื้นที่ยึดครอง กลายเป็นการก่อ “อาชญากรรมสงคราม” จนวันนี้ ความมีเกียรติของ “กองทัพแดงรัสเซีย” ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพลักษณ์ตั้งแต่ยุค “สงครามต่อต้านนาซี” ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น กำลังถูกแทนที่ด้วยภาพของ “กองทัพแห่งความอัปยศ” ที่ใช้อำนาจทางทหารทำลายชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาวยูเครน ด้วยการ “โจมตีอย่างไม่จำแนก” ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ผู้นำรัสเซียจะพยายามหาทางแก้ตัว แต่ก็ดูจะขัดแย้งกับรายงานที่ปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น หากจะสรุปในเบื้องต้นแล้ว ชัยชนะของกองทัพยูเครนที่สามารถยันกองทัพรัสเซียได้อย่างยาวนานจนเกือบหนึ่งขวบปีนั้น บ่งบอกถึงความเป็นกองทัพทหารอาชีพ พร้อมๆ กับเอกภาพทางความคิดและจิตใจของชาวยูเครนที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลในการทำสงครามกับข้าศึก ทั้งยังมีประธานาธิบดีซีเลนสกี้เป็น “ศูนย์รวมจิตใจ” ที่แสดงออกถึงการตัดสินใจที่จะอยู่ในประเทศเพื่อต่อสู้กับภัยสงครามจากรัสเซีย มากกว่าจะหนีออกไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนอกประเทศตั้งแต่ช่วงต้นสงคราม ต่างจากผู้นำอัฟกานิสถานที่หนีก่อนคาบูลแตก

ภาพจากสงครามยูเครนเช่นนี้ ทำให้อดคิดเปรียบเทียบกับไทยในปัจจุบันไม่ได้ ผู้คนในสังคมไทยมีความแตกแยกมาก และสังคมเองก็ประสบปัญหาภายในอย่างหนัก จนการสร้างขวัญกำลังใจสู้รบเช่นในแบบสังคมยูเครนนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย อีกทั้ง ผู้นำทางการเมืองของไทยปัจจุบันเอง ก็ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะเป็นผู้สร้างเอกภาพของสังคม จนอาจกล่าวเชิงเปรียบเทียบได้ว่า ผู้นำไทยไม่มีสถานะเป็น “ศูนย์รวมใจ” ในแบบผู้นำยูเครนเลย และดูจะเป็น “ศูนย์รวมความขัดแย้ง” เสียมากกว่า ในอีกมุมหนึ่งของปัญหา กองทัพไทยเองถูกพันธนาการอยู่กับผลประโยชน์ การคอร์รัปชั่น และบทบาททางการเมืองของผู้นำทหารที่ดำเนินสืบทอดกันมา จนกองทัพขาดความเป็นทหารอาชีพ ซึ่งก็ดูจะไม่ต่างจากปัญหาภายในกองทัพรัสเซียปัจจุบันเช่นกันด้วย

รัฐและกองทัพในเงื่อนไขเช่นนี้มีคำตอบเพียงประการเดียวว่า แพ้ตั้งแต่สงครามยังไม่เริ่มต้นเท่านั้นเอง … ใครเลยจะคิดว่า “ตัวตลก” ในภาพยนตร์วันวานจะกลายเป็นทั้ง “รัฐบุรุษ” และ “แม่ทัพใหญ่” ของชาวยูเครนในวันนี้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนที่สารขัณฑ์นั้น อดีต “แม่ทัพใหญ่” กลับเป็นยิ่งกว่า “ตัวตลก” จนกลายเป็น “ตลกร้าย” ของประเทศอย่างไม่น่าเชื่ออีกแบบ ฉะนั้น บทเรียนจากยูเครนจึงมีเพียงประการเดียวคือ ประเทศต้องการผู้นำที่ดีและเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ เพื่อทำหน้าที่สร้างเอกภาพ ไม่ใช่สร้างความแตกแยก!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร