bg-single

อดีต กกต. มองเส้นทางนายกฯ ‘พิธา’ เจอหลายด่านสกัด แนะ ส.ว.อย่ากังวล ‘ก้าวไกล’ เกินไป

22.05.2023

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประเมินประเด็นการเมืองหลังจากการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ผ่านพ้นไป

ด่านที่หนึ่งคือการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งต้องดูว่า กกต.จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ครบถ้วนหรือไม่ เพราะว่ายังมีประเด็นร้องเรียนเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

แต่ดูจากการประพฤติปฏิบัติของ กกต.ชุดนี้ การออกใบแดง ใบส้ม ใบเหลือง ยาก คือไม่ค่อยมี คราวที่แล้วมีใบส้มใบเดียวแล้วก็เสียหายกลายเป็นว่ามีการฟ้องร้องกัน 60 กว่าล้าน เพราะฉะนั้น น่าจะค่อนข้างไม่มีการแจกใบต่างๆ เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา

ด่านที่สองคือเรื่องของการร้องเกี่ยวกับเรื่องของคุณสมบัติของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนของทาง กกต.ว่าจะมีการพิจารณาได้ช้าหรือเร็วเพียงไร

แต่ถ้าดูจากสปีด ความเร็วของ กกต. ในการทํางานในเรื่องนี้คิดว่าน่าจะใช้เวลาสักประมาณ 2 เดือน

คือหมายความว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการที่มีการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว คุณพิธาจะอยู่ในสถานะที่เป็น ส.ส.แล้ว

พอเป็นผู้แทนฯ ถ้าไปปรากฏว่าคนคนนั้นขาดคุณสมบัติ กกต.ก็จะลงมติ แล้วส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติจริงหรือไม่

ถ้าขาด ก็จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่เขาเป็น ส.ส. และเมื่อไม่ได้เป็น ส.ส.ก็จะมีด่านต่อๆ ไป คือขาดคุณสมบัติที่จะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งขาดคุณสมบัติในการที่จะเป็นรัฐมนตรีด้วย

ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ ก็จะเกิดขึ้นในจังหวะใกล้ๆ กับการที่จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี

ฉากต่อไปถ้าหากว่าผ่านด่านของการประกาศผลไปมี ส.ส. 95% แล้ว ก็จะมีการประชุมสภาผู้แทนฯ ครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยจะต้องเกิดขึ้นภายใน 15 วัน

อันนั้นก็จะเป็นเรื่องของการช่วงชิงกันว่าการประชุมสภาครั้งที่หนึ่ง พรรคไหนตกลงกันในตําแหน่งประธานสภาอย่างไรบ้าง รองประธานสภาคนที่ 1 รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นใคร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพรรคที่เป็นเสียงข้างมากจะยึดตําแหน่งดังกล่าวไว้ก่อน ไม่เผื่อแผ่ให้กับพรรคอื่น

ยกเว้นคราวที่แล้ว พรรคที่ได้เสียงข้างมากในฝั่งรัฐบาลก็ไปยกให้กับพรรคประชาธิปัตย์อันนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องข้อตกลงกันภายนอก

แต่โดยปกติแล้ว ประธานสภามักจะเป็นคนของพรรคการเมืองที่มีเสียงมากที่สุดแล้วก็อยู่ในฝั่งรัฐบาล แล้วก็ส่วนที่เหลือ เป็นรอง 1-2 ก็อยู่ในฝั่งรัฐบาลเช่นเดียวกัน

ก็จะเห็นแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลได้ว่าเป็นใครพรรคไหน หลังจากที่ได้ประธานแล้ว ขั้นต่อไปประธานสภาก็จะเรียก ส.ส.และ ส.ว. เพื่อนัดลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ตรงนี้ก็จะเป็นฉากที่น่าตื่นเต้นว่าทาง ก้าวไกล จะไปถึงฝันหรือไม่

 

สมชัยบอกว่า โดยส่วนตัวประเมินว่าการตั้งนายกฯ จะพอดีกันในจังหวะที่คุณพิธามีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ

แต่ถ้าหากว่าไม่เกิดขึ้นในแง่ของการไปโหวตและมีชื่อคุณพิธาในการลงมติ ให้ผมประเมินจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ผมใช้คําว่า แม้ว่าจะมีเสียงกดดัน แรงกดดันจากประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการมากเพียงใด แต่วิธีการคิดในการลงมติของ ส.ว.จากเดิมที่รักษาระบอบประยุทธ์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นโจทย์รองไปแล้ว การตอบแทนบุญคุณคนที่ตั้งเข้ามา คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว

เพียงแต่ว่าหลักคิดของคนเป็น ส.ว.ต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งคือเป็นอดีตทหาร ตํารวจเป็นส่วนใหญ่น่าจะเกินกว่าร้อยคน ซึ่งก็มาจากการแต่งตั้งของ คสช. วิธีการคิดเขาก็จะคล้ายๆ กัน แล้วก็เป็นอดีตข้าราชการระดับสูง ที่อาจจะมีวิธีการคิดแบบข้าราชการประจํามีมุมมองว่าเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง

ขณะเดียวกันก็อยู่ในซีกฝั่งของคนซึ่งมีอํานาจในการปกครองมาตลอด จนมองการเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอกแล้วอาจจะรับไม่ได้ ทัศนคติและโลกทัศน์ของคนเหล่านี้ไม่ค่อยยอมรับพรรคการเมืองในสไตล์แบบพรรคก้าวไกล

แล้วเวลาเราพูดถึงพรรคอนุรักษนิยม เช่น พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ไทยภักดี นี่ยังไม่อนุรักษนิยมที่สุด เท่าพรรค ส.ว.ที่มีวิธีการคิดแบบอนุรักษ์ที่สุด ทำให้คนเหล่านี้แสดงท่าทีคัดค้าน และแสดงออกเรื่องของความเป็นชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันเป็นหลัก

จึงเป็นด่านยากพอสมควรที่คุณพิธาจะผ่านไปได้ ถ้าตั้งรัฐบาลจาก 310 เสียง (ส.ส.) ประเมินจากขณะนี้น่าจะได้สักไม่เกิน 40 แน่

ยกเว้นแต่ว่าสังคมมีแรงกดดันมากๆ แล้วทำให้คนจํานวนหนึ่งยอมตัดสินใจที่จะโหวตให้

กรณีสมมุติอีกฝ่ายหนึ่งแม้จะเอาเสียงที่เหลือไปรวมกับ ส.ว.เขาก็สามารถตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นมาได้ โดยการโหวตให้จบในครั้งแรก แข่งกัน ระหว่างฝั่งนี้ที่เสนอคุณพิธา อีกฝั่งหนึ่งสมมุติว่าเสนอคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นมา มี 190 เสียงไปบวก ส.ว.อีกประมาณสัก 200 เสียงก็เกินแล้ว เป็น 390 เสียงสามารถฝืนตั้งรัฐบาลเสียงพรรคน้อยได้

นี่คือการโหวตแบบจบในครั้งที่ 1 อาจจะเกิดการไปดึง ส.ส.จากอีกฝั่ง (ฝ่ายค้านเดิม) มาร่วมเพิ่มเติมภายหลัง เพื่อเป็นเสียงข้างมากในเวลาถัดมา

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจับมือของทางฝ่ายค้านว่าจะจับมือกันเหนียวแน่นแค่ไหน ซึ่ง ณ วันนี้เชื่อว่าจับมือกันเหนียวแน่นพอสมควร

สมชัยบอกอีกว่า อีกภาพหนึ่ง ก็คือต้องนัดโหวตกันใหม่ ดําเนินการรวบรวมเสียงกันใหม่เพิ่มเติมแล้วก็เข้ามาโหวตใหม่ อาจจะภายใน 15 วันข้างหน้าถัดไป โดยอาจจะไปพิจารณาว่าจะดึงเอาพรรคอื่นเข้ามา โดยที่ไม่ต้องพึ่งเสียง ส.ว.เลยหรือไม่ หรืออาจจะเป็นลักษณะของการที่ว่าเมื่อพรรคอันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว พรรคอันดับ 2 จะมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ แล้วเขาจะดึงเอาพรรคไหนเข้ามา

ถ้าดึงเอาพรรคที่ก้าวไกลไม่เห็นด้วย ก้าวไกลก็อาจจะกลับกลายเป็นฝ่ายค้านก็ได้มันก็เป็นอีกซีนหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ ตราบใดถ้าไม่สามารถโหวตได้สักที คุณประยุทธ์ก็ยังคงรักษาการต่อไปเรื่อยๆ จะโหวตกี่ครั้งโหวตกี่เดือน หรือจะโหวตไปจนกระทั่ง ส.ว.หมดวาระในเดือนมิถุนายน 2567 ก็เป็นไปได้ พอถึงเวลานั้น ส.ว.ไม่มีอํานาจแล้วหรือพ้นไปแล้วเพราะรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดเงื่อนไขเพียงแค่ใน 5 ปีแรก

ส่วนโอกาสของ 2 ลุง ไม่น่าจะมีโอกาสอะไรอีกแล้ว เพราะว่าจํานวนเสียงของเขาไม่ใช่อันดับสองไม่ใช่อันดับสามแต่ไหลไปไกลพอสมควร ในกรณีแบบนี้โอกาสที่จะกลายเป็นผู้นํารวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยาก

คุณประยุทธ์ถึงตอนนี้ต้องตอบว่าจบ แต่คุณประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น โอกาสที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลยังอาจพอมีอยู่ ถ้าหากว่าเปลี่ยนแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งก็อาจจะมีอํานาจในการต่อรองบ้าง แต่ไม่ถือว่าเป็นอํานาจในการต่อรองสูงสุด

โอกาสที่เพื่อไทยไปจับมือกับพลังประชารัฐจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิมตั้งรัฐบาลนั้น มองบนพื้นฐานของความเป็นนักการเมือง ซึ่งเพื่อไทยแม้มีลักษณะของการเจือนักการเมืองแบบเดียวกันกับพลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย แต่ถ้าเพื่อไทยเล่นเกมนี้คือการจบอนาคตของตัวเอง

ผมจึงคิดว่าเกมที่เพื่อไทยจะเล่นคือเกมที่จะต้องอยู่กับฝั่งที่เป็นประชาธิปไตยเดิม ฝั่งที่เป็นเสียงของประชาชนส่วนใหญ่

เพราะผมคิดว่าไม่มีคําอธิบายใดๆ กับประชาชน หรือแม้กระทั่งในกลุ่มที่เป็นแฟนคลับได้เลยว่าทําไมเมื่อก่อนนี้บอกว่าไม่เอาลุง แต่จะไปจับมือกับเขาอ้างประเทศชาติ ประชาชนก็ไม่รับฟังแล้วก็ไม่น่าจะให้อภัย

ดังนั้น ในเชิงการจินตนาการของชาวเน็ต คิดว่าเพื่อไทยฉลาดพอที่จะไม่เลือกแนวทางนั้น

 

สมชัยฝากทิ้งท้ายถึง ส.ว.ว่า เราจะไปเปลี่ยนวิธีการคิดของเขาในการที่อยากให้ประเทศเป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องเชื่อว่าคนเหล่านี้มีความสุจริตใจ ในการที่จะปกป้องประเทศ ด้วยวิธีการคิดแบบของเขา ก็อยากจะขอให้ท่านมีโอกาสที่จะฟังสังคมบ้าง แล้วก็เชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย ว่าเมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศเขาเลือกเขาตัดสินใจมาแบบนี้แล้ว ถ้าหากว่ายังติดขัดทําให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป ก็จะทําให้การพัฒนาประเทศเกิดความล่าช้าตามไปด้วย

เมื่อประชาชนเลือกพรรคไหนเข้ามาก็ว่าตามประชาชนไปก่อน แล้วหลังจากนั้นหากว่าเขาทําอะไรที่มันผิด พวกคุณก็ยังมีกลไกของรัฐสภาในการที่จะจัดการหรือแม้กระทั่งกลไกในยุทธศาสตร์ชาติที่ท่านร่างขึ้นมา สามารถไปจัดการได้

หรือท่านกลัวการแก้มาตราใดๆ ยังไงสิ่งเหล่านี้ก็ต้องทําในสภา สุดท้ายต้องอาศัยเสียงทั้ง ส.ส.แล้วยังต้องไปผ่าน ส.ว.ในขั้นที่สองอีก

เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปกังวลมากเกินไป ปล่อยให้กลไกของประชาธิปไตยเขาทํางานอย่างเต็มที่น่าจะดีกว่า

ปล่อยให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นโดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองน่าจะดีกว่า แล้วก็ท่านก็ใช้กลไกของท่านที่มีอยู่แล้วในการตรวจสอบจัดการกับรัฐบาลได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี