bg-single

เปิดใจ ‘โค้งสุดท้าย’ ‘มาดามเดียร์’ ผู้ท้าชิงนำทัพประชาธิปัตย์ ในวันที่พรรคเผชิญอุปสรรค ขาลง-สมองไหล

07.12.2023

“ต้องยอมรับว่าจากผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ปี 2566 ถ้าย้อนไปตั้งแต่ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้จำนวน ส.ส.ลดลงอย่างต่อเนื่อง วันนี้ต้องกล้ายอมรับตรงๆ ว่าพรรคเราอยู่ในวิกฤต วันนี้เดียร์จึงมีความตั้งใจอยากจะเสนอตัวเองมาให้สมาชิกได้พิจารณาตัดสินใจว่าเรามีความตั้งใจที่อยากเข้ามาฟื้นฟูพรรค”

เดียร์-วทันยา บุนนาค แคนดิเดตผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจกับมติชนสุดสัปดาห์

 

: เหตุและผลที่ตัดสินใจลงชิงหัวหน้าพรรค

เดียร์ก็อยากเสนอตัวเองเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าเวทีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเวทีที่แสดงออกถึงเสรีภาพสำหรับสมาชิกทุกคน ถือเป็นเสรีภาพของสมาชิกที่สามารถเสนอตัวเองลงแข่งขันได้ ส่วนตัวก็มีความตั้งใจอยากจะเข้ามาเพื่อฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรค

ถ้าหากได้รับโอกาสในการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่อยากจะขับเคลื่อนพรรคต่อจากนี้ไปก็คือฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่วันที่ก่อตั้งพรรค ที่มีอยู่ชัดเจนมาก คือการเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยบนวิถีอันบริสุทธิ์ การเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และที่สำคัญคือการต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ

แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าตลอดเส้นทาง 77 ปีของพรรคได้ผ่านวิกฤตต่างๆ ในทางการเมืองของประเทศหลายครั้งที่อาจจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องตัดสินใจหลายๆ เรื่องในห้วงเวลาสถานการณ์นั้นๆ จนอาจจะทำให้ตัวตน-อุดมการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมาคลาดเคลื่อนหรือเลือนรางในบางจุด

เพราะฉะนั้น วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคประชาธิปัตย์ ตามแนวทางที่อยากจะฟื้นฟูพรรคก็คือการฟื้นฟูอุดมการณ์กลับมาให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเห็นถึงจุดยืนในการทำงานของพรรค

ดังนั้น การตัดสินใจใดๆ ของพรรค จะต้องยึดมั่นเรื่องอุดมการณ์ ยึดถือหลักการ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเคารพในเสียงของประชาชน

เดียร์คิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุด แน่นอนว่าพรรคประชาธิปัตย์บนเส้นทาง 77 ปี ได้ผ่านวิกฤตมามากมาย มันอาจจะมีสิ่งที่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ถึงอย่างไรก็เป็นประสบการณ์ที่ให้เราได้เก็บเกี่ยวแล้วก็เติบโต

สิ่งใดที่เราทำให้ประชาชนผิดหวัง เราจะไม่ปฏิเสธ แต่จะเอาบทเรียนเหล่านั้นเร่งกลับมาแก้ไขที่ตัวเราเอง เพื่อให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้

เราจะเอาประสบการณ์ตลอด 77 ปี ที่ผ่านมา ผนวกกับพรรคเรามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถแล้วก็มีประสบการณ์หลากหลายอยู่มากมายมาทำงานการเมือง เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีวุฒิภาวะ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะขับเคลื่อนประชาธิปัตย์ต่อจากนี้ไปหากได้มีโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เราอยากสร้างสังคมการเมืองที่เลือกคนมาจากระบบความสามารถที่เลือกคนมีศักยภาพที่มาจากอุดมการณ์ มากกว่าการสร้างสังคมการเมืองที่มีคนมาจากระบบอุปถัมภ์

เพราะเดียร์คิดว่าการที่เรายังต้องพึ่งพิงในความเป็นระบบอุปถัมภ์ของสังคมไทยมันทำให้ตัวเราเองไม่สามารถที่จะก้าวออกจากหลุมดำตรงนี้ไปได้ แล้วก็สะท้อนปัญหาส่งต่อไปถึงเรื่องเศรษฐกิจจนลามไปเรื่องอื่นๆ

 

: ก่อตั้งพรรคใหม่ vs กอบกู้พรรคเก่า อะไรง่ายกว่ากัน?

สําหรับเดียร์ให้เลือกฟื้นฟูประชาธิปัตย์กับการตั้งพรรคใหม่ เดียร์ขอเลือกในการที่จะฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรค เพราะว่าหลักสำคัญของพรรคการเมืองจำเป็นจะต้องมี เราก่อตั้งมาด้วยเจตนารมณ์ และอุดมการณ์ โดยที่ไม่เคยไปยึดติดที่ตัวบุคคลหรือว่ามีเจ้าของมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพราะถ้าป็นแบบนั้นแล้วจะไม่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของการทำพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองคือสถาบันที่เป็นองค์กรและเป็นตัวแทนของประชาชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง

แต่ถ้าเกิดว่าพรรคการเมืองมีเจ้าของ มี CEO หรือมีผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน พรรคการเมืองนั้นๆ อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน จนไม่สามารถที่จะรักษาประโยชน์ของประเทศ-ประชาชนได้ กระทั่งไม่สามารถแสดงออกถึงเสียงความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ส่วนตัวคิดว่าความโปร่งใสของพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

และที่เดียร์เลือกมาทำงานกับประชาธิปัตย์เพราะเราเห็นถึงตรงจุดนี้แล้วเราศรัทธาในจุดนี้จริงๆ

 

: ทำไม ปชป.เกิดสภาวะสมองไหลตลอด?

ต้องยอมรับว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บุคลากรของพรรคออกไปจากประชาธิปัตย์ หลายๆ ท่านก็คงจะมีเหตุผลส่วนตัว หลายประเด็นที่แตกต่างไป เราก็คงไม่สามารถไปก้าวล่วงได้

แต่ว่าถ้าวิเคราะห์ในภาพใหญ่ๆ คิดว่าที่มีส่วนสำคัญมากๆ ก็คือการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค โดยเฉพาะในระยะหลังๆ ที่ผ่านมาที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ถึงแม้บางคนมองว่ามันเป็นภาพดี คือสะท้อนให้เห็นว่าพรรคไม่มีเจ้าของจริงๆ แล้วการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทุกคนจริงจัง ต่อสู้กันจริงๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีกรรม

แต่ว่าแน่นอนเหรียญก็มี 2 ด้าน มันมีทั้งข้อดี และมันก็มีข้อเสีย ก็คือว่าพอต้องสู้กันอย่างเข้มข้น ถึงเวลาตอนที่เราเลือกตั้งเข้าไปก็จะทั้งทีม มีหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค รองหัวหน้าพรรค มาแบบ Full Option สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพอคนที่ชนะแล้ว กลายเป็นว่าคนที่เขาไม่ได้อยู่ในลิสต์รายชื่อของคนที่ชนะ หรือผู้ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อของคนในฝั่งที่แพ้ ทำให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถเหล่านี้ถูกมองข้ามไป

หรือพูดง่ายๆ ก็คือเขาไม่มีที่ยืนในพรรค ก็อาจจะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้บุคลากรที่มีไฟ อยากทำงาน ต้องตัดสินใจเลือกไปบนเส้นทางอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่คู่กับประชาธิปัตย์แล้ว

จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาธิปัตย์อาจจะเกิดสภาวะสมองไหลในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้น วันนี้สิ่งที่เดียร์อยากจะทำคือเปิดโอกาส เปิดกว้างให้กับสมาชิกทุกๆ คนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำพรรคการเมืองที่มันเป็นพรรคของประชาชนที่เปิดโอกาสให้กับประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจริงๆ

ใจอยากจะเก็บบางตำแหน่งในส่วนสำคัญๆ อย่างเปิดกว้าง เช่น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นแกนนำผู้บริหาร โดยให้กับคนภายนอกด้วยซ้ำไป เพราะเราอยากจะได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอีกมากมายที่อยู่ภายนอก ให้เขามีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนในพรรคร่วมกันหลังจากนี้

 

: มองปัญหาของประเทศอะไรที่ต้องแก้?

เราต้องการเห็นการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในอีก 10-20 ปี ตั้งแต่เชิงระดับโครงสร้าง ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย หรือเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก เพราะวันนี้สังคมไทยถูกพิสูจน์แล้วจริงๆ ว่าถ้าเราแก้ไขเพียงแค่แก้ที่ปลายเหตุ เช่น การใช้นโยบายบางอย่าง อาทิ การแจกเงิน มันไม่ได้สามารถแก้ปัญหาประเทศที่ต้นเหตุได้เลย วันนี้เราต้องมาดูว่าประเทศมีปัญหาอะไรบ้างต้องคลี่ออกมาแล้วกลับไปแก้ให้ตรงจุด

เรากำลังเกิดปัญหาไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ทัดเทียมกับนานาประเทศใช่หรือไม่ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เราก็เริ่มชะลอตัวแล้วด้วยซ้ำ จากตัวเลข GDP growth ในการเติบโตหลังโควิด กลับกลายเป็นว่าเราเติบโตช้ากว่าประเทศอื่นๆ และถ้าเราไปดูเวียดนาม จากที่เราเคยมองว่าเขาอยู่หลังเรามาตลอด ตั้งแต่เด็กๆ เราเคยได้ยินว่าเราจะเป็นเสือตัวที่ 5 วันนี้คือกลายเป็นว่าตัวที่ 6 ตัวที่ 7

ดีไม่ดีถ้าเราไม่แก้ปัญหาตั้งแต่ระดับโครงสร้างเราก็อาจจะเป็นเสือไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ เพราะว่าถ้าดูตัวเลข GDP เราเห็นชัดเจนเลยว่าในอีก 8 ปีข้างหน้าเวียดนามก็อาจจะแซงประเทศไทยได้

วันนี้ต้องแก้ให้ตรงจุด ต้องกลับไปแก้ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง สิ่งที่ประชาธิปัตย์เราเชื่อ แล้วเป็นอุดมการณ์พรรคตั้งแต่วันแรกก็คือเราสนับสนุนในระบบเศรษฐกิจเสรี และเราก็เชื่อเรื่องการกระจายอำนาจ การกระจายทรัพยากร การสร้างสังคมสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ผ่านการกระจายโอกาสให้ประชาชนที่เขาอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาสามารถที่จะเลือกมีชีวิตของเขาได้ สามารถที่จะเลือกสร้างอนาคตของเขาได้อย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเข้าไปดูแลจัดการในสิ่งเหล่านี้ เดียร์เชื่อในระบบโครงสร้างแบบนี้

ภาพความฝันเราคงไม่ต่างกัน ถ้าเราอยู่ในองค์กรไหนเราก็อยากจะเห็นองค์กรที่เราอยู่ประสบความสำเร็จ เราก็ศรัทธาในองค์กรที่เราอยู่ และเรามีเป้าหมายที่เราอยากจะให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว

แต่ว่าเป้านั้นไม่สามารถกำหนดได้เพียงแค่ตัวเราเอง เพราะว่าสุดท้ายแล้วพรรคการเมืองก็ต้องยึดโยงกับประชาชน คนที่จะกำหนดชะตาชีวิตเราได้คือประชาชน เราทำได้เพียงแค่ยืนหยัดในหลักการแล้วทำงานด้วยความจริงใจ พิสูจน์ตัวเราเองจนกว่าประชาชนจะให้โอกาสเรากลับมา เชื่อมั่นเรา กลับมาไว้วางใจเราอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้ความท้าทายของพรรคประชาธิปัตย์ในสภาวะแบบนี้มันเป็นทั้งวิกฤตและเป็นทั้งโอกาสในอนาคตข้างหน้า

ถ้าสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้เราก็สามารถที่จะกลับมาเป็นที่ศรัทธาของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร