bg-single

เรือดำน้ำไทย-เรียบร้อยโรงเรียนจีน! | สุรชาติ บำรุงสุข

23.05.2024

วิวาทะการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย ที่เกิดปัญหามาอย่างยาวนาน อันเป็นผลจากการผิดสัญญาของจีน เพราะทางการจีนโดยเงื่อนไขสัญญาไม่สามารถนำเอาเครื่องยนต์เยอรมัน มาใช้ในเรือดำน้ำที่กองทัพเรือไทยสั่งต่อได้ อันทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า รัฐบาลไทยโดยกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร

ในที่สุด เรื่องนี้จบลงแล้วอย่างไม่ผิดคาดเท่าใดนัก กระทรวงกลาโหมไทยตัดสินใจยุติปัญหา “เรือดำน้ำจีนเครื่องเยอรมัน” ด้วยคำตอบสุดท้ายคือ “เรือดำน้ำจีนเครื่องจีน” … เป็นการยอมรับสินค้าที่ผิดเงื่อนไขสัญญาใน TOR ได้อย่างง่ายๆ จนทำให้เกิดคำถามว่า การตัดสินใจของนายสุทิน คลังแสง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น จะกลายเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ของการจัดซื้อจัดหาจากต่างประเทศของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงในอนาคต หรือไม่

ดังนั้น หากย้อนกลับไป จะพบว่าทางออกที่เคยมีการนำเสนอเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลปัจจุบัน ได้แก่

1) ยุติโครงการเรือดำน้ำ เพราะเกิดการผิดสัญญาอย่างมีนัยสำคัญในกรณีของเครื่องยนต์

2) แลกเปลี่ยนเรือดำน้ำ เป็นเรือรบบนผิวนำ้ แม้จะมีข้อถกเถียงระหว่างการเปลี่ยนเป็นเรือคอร์เวตหรือเรือฟริเกตก็ตาม

3) ในช่วงต้นมีข้อเสนอให้แลกโครงการเรือดำน้ำกับสิ่งที่ไทยต้องการ เช่น ปุ๋ย แต่ก็ไม่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ แนวทางนี้จึงตกไปตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในช่วงต้นเมื่อการจัดตั้งรัฐบาลนั้น หลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการเรือดำน้ำจีน เริ่มมีความหวังว่าโครงการนี้น่าจะต้องยุติลง เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะเอาเรือดำน้ำจีนเข้ามาประจำการ อีกทั้ง ท่าทีของรัฐมนตรีเองก็ดูจะไปในแนวทาง “แลกเรือผิวน้ำ” น่าจะดีกว่า เนื่องจากโอกาสที่จะได้เครื่องยนต์เยอรมันภายใต้เงื่อนไขการเมืองโลกปัจจุบันนั้น เป็นไปได้ยาก

แต่เมื่อระยะเวลาการเป็นรัฐมนตรีของนายสุทิน เดินไปข้างหน้า ท่าทีและท่วงทำนองในการสัมภาษณ์เรื่องเรือดำน้ำดูจะเปลี่ยนไปอย่างมาก และสัญญาณของการเปลี่ยนเป็นเรือรบบนผิวน้ำค่อยๆ แผ่วไป ซึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากว่า กลุ่มผลประโยชน์ทั้งในและนอกกองทัพเรือที่ “หากิน” อยู่กับเรือดำน้ำจีน ไม่มีทางยอมถอย

เราคงต้องยอมรับความจริงที่ไม่เป็นอุดมคติในนโยบายการทหารของไทยถึงบทบาทและอิทธิพลของ “กลุ่มพ่อค้าอาวุธ” … ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า พวกเขามีอิทธิพลมากทั้งในทางการเมืองและในกองทัพ อีกทั้ง จีนเองจำเป็นต้องแสดงบทบาทในฐานะ “รัฐผู้ขายอาวุธ” ที่ต้องยืนยันถึงประสิทธิภาพของอาวุธตน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว กระทรวงกลาโหมไทยก็พร้อมจะกระโจนลง “เรือดำน้ำจีน-เครื่องยนต์จีน” อย่างไม่รีรอ โดยไม่มีกังขาใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีคำแก้ต่างใน 3 ประการหลัก คือ

1) เป็นการดำเนินการตามความต้องการของกองทัพเรือ

2) เป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

3) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ข้อแก้ต่างนี้ทำให้เกิดคำถามในทางยุทธศาสตร์บางประการในเบื้องต้น เพราะ

1) คำตอบดังกล่าวเท่ากับส่งสัญญาณว่า กระทรวงกลาโหมโดยนายสุทิน ไม่มียุทธศาสตร์อะไร จึงปล่อยให้การตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญเป็นเพียงการ “ตามน้ำ” ไปกับความต้องการอาวุธของฝ่ายทหาร โดยรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไม่มีความสามารถเพียงพอที่ทำหน้าที่วินิจฉัยปัญหาได้จริง การ “ลอยตามน้ำ” ไปกับกลุ่มอิทธิพลที่มีผลประโยชน์ทั้งในและนอกกองทัพเรือ จึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

2) คำตอบว่า การยืนยันที่จะซื้อเรือดำน้ำจีนที่มีเงื่อนไขผิดสัญญาเรื่องเครื่องยนต์เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทยนั้น ดูจะเป็นการตอบคำถามที่ “มักง่าย” ในทางความคิดเป็นอย่างยิ่ง และการ “ตีคลุม” ง่ายๆ ว่า ซื้อแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ไทย ดูจะเป็นเรื่องที่รับฟังได้ยาก ส่วนการจัดซื้อครั้งนี้ จะเป็นผลประโยชน์แก่ใครนั้น รัฐมนตรีน่าจะมีคำตอบอยู่แล้ว … ปัญหาเช่นนี้คงต้องเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการทหารของรัฐสภาเร่งตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลให้สังคมได้รับรู้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย เป็นหนึ่งใน “ความฉาวโฉ่เรื่องอาวุธ” (หรือที่เรียกว่า “arms scandal”) ทั้งในและนอกประเทศไทย เพราะการผิดเงื่อนไขเครื่องยนต์เรือดำน้ำ ทำให้บริษัทอาวุธในเวทีโลกเฝ้าดูถึงการตัดสินใจของรัฐบาลว่า จะเลือกเดินทางใด เพื่อที่จะแสดงถึงการเป็น “ผู้ซื้อที่ฉลาด” (smart buyer) ของไทยในตลาดอาวุธระหว่างประเทศ

3) แน่นอนว่า การผิดสัญญาเรื่องเครื่องยนต์นั้น ไทยไม่อาจใช้วิธียกเลิกสัญญากับจีนได้ ซึ่งจะเป็นการ “หักหน้าจีน” อย่างชัดเจน และไม่เป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งคงไม่มีรัฐบาลไทยชุดใดกล้าที่จะทำเช่นนั้นด้วย แต่การหาทางออก ต้องมิใช่ “การยอมศิโรราบ” กับจีนทั้งหมด เพราะไทยไม่ใช่ “รัฐในอารักขา” ของจีน การยอมรับเครื่องยนต์จีนตามที่จีนเสนอมาอย่างง่ายๆ ทั้งที่เป็นการผิดเงื่อนไขสำคัญนั้น เท่ากับเป็นคำตอบในตัวเองถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐมนตรีกลาโหมไทย และเป็นการยอมจำนนต่อจีนของราชนาวีไทย

4) การกระทำเช่นนี้ในอีกมุมหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามถึง การมี “ประเด็นซ่อนเร้น” เนื่องจากการยอมรับเงื่อนไขของจีนครั้งนี้ ถูกมองว่ามีการแลกสิ่งต่างตอบแทนหรือไม่ โดยเฉพาะคำกล่าวที่ว่า มีการแลกเปลี่ยนทางการค้า และได้นำมาเป็นประเด็นประกอบการเจรจาเรื่องเรือดำน้ำ ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะต้องแถลงให้ชัดเจนว่า มีการแลกเปลี่ยนต่างตอบแทนในเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ และการแลกเปลี่ยนทางการค้านี้คืออะไร

ข้อสรุปที่ชัดเจนเรื่องเรือดำน้ำไทยวันนี้คือ “เรียบร้อยโรงเรียนจีน” ภายใต้การกำกับของ “ครูสุทิน” ไปแล้ว ดังนั้น จึงต้องขอจบเรื่องนี้ด้วยภาษาไทยวันละคำ … ต่อไปเวลาเราซื้อของต่ำกว่าคุณภาพที่ตกลงกันไว้ใน TOR เราจะเรียกของสิ่งนั้นว่า “สุทิน” เช่น เวลาบอก “อย่าสุทิน” แปลว่า “อย่ารับของคุณภาพต่ำกว่าที่ตกลงไว้” หรือ “อาวุธสุทิน” แปลว่า “อาวุธคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์”

สำหรับในทางรัฐศาสตร์ของวิชาเปลี่ยนผ่านวิทยาแล้ว คุณสุทินเป็นเพียงตัวแบบด้านลบของความเป็น “รัฐมนตรีกลาโหมพลเรือน” ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเท่านั้นเอง !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร