bg-single

ตากใบในศาล | ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

11.10.2024

เราอาจจะแปลกใจที่พบว่า ปัญหาความสูญเสียในกรณีตากใบที่เป็นประเด็นของข้อถกเถียงทางการเมืองอย่างมากในปัจจุบันนั้น ได้เคยถูกฟ้องศาลมาแล้ว ซึ่งสิ่งนี้ดูจะเป็นข้อมูลที่สังคมโดยทั่วไป ไม่ได้รับรู้มากนัก ฉะนั้น บทความนี้จะนำเสนอเรื่องการฟ้องร้องในคดีตากใบที่เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งหมด 4 คดี ดังนี้

1) คดีแกนนำการชุมนุม

คดีนี้เป็นเรื่องของพนักงานอัยการที่ฟ้องแกนนำผู้ชุมนุมจำนวน 59 คน (ต่อมาผู้ถูกฟ้องเสียชีวิต 1 คน) ด้วยข้อหาปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวาย แต่รัฐบาลในขณะนั้น โดยนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ตัดสินใจถอนฟ้อง ด้วยเหตุผลในทางความมั่นคงว่า “การยุติข้อพิพาทในคดีนี้จะเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การฟ้องคดีและการดำเนินคดีต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ รวมทั้งผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ…”

เหตุผลของการถอนฟ้องคดีตากใบ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายรัฐต้องการการประนีประนอมกับประชาชนในพื้นที่ และใช้การถอนฟ้องคดีเป็นสัญญาณถึงการไม่ดำเนินนโยบายแบบ “สุดโต่ง” ของฝ่ายรัฐ หรืออาจคล้ายกับทิศทางนิรโทษกรรมในแบบ “คำสั่ง 66/2523” ที่ต้องการการแก้ปัญหาในแบบประนีประนอม มากกว่าการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการฟ้องร้อง เพราะกระบวนการทางกฎหมายมักใช้ระยะเวลานาน และมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของทุกฝ่าย จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะปล่อยไว้เช่นนั้น รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจยกเลิก

2) คดีแพ่งของญาติผู้เสียชีวิต

ญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้บาดเจ็บและทุพพลภาพได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐสำหรับการเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งที่เกิดจากการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการขนย้ายผู้ถูกจับกุม คดีนี้มีการยื่นคำฟ้องทั้งหมด 7 สำนวน ในช่วงระหว่างปี 2548-2549 แต่ต่อมาได้มีการเจรจา จนสามารถประนีประนอมกันได้ในชั้นศาล และผู้ฟ้องได้รับค่าเสียหายทางแพ่ง จึงเป็นอันยุติในทางคดี

3) คดีผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุม

ในช่วงการสลายการชุมนุมพบว่า มีผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุมจำนวน 7 คน แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่า ใครเป็นผู้ทำให้เขาเหล่านั้น เสียชีวิต เนื่องจากเหตุเกิดในช่วงระหว่างการชุมนุม พนักงานอัยการจึงสั่งให้ยุติการสอบสวน เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ใครเป็นผู้ทำให้เสียชีวิต

4) คดีผู้เสียชีวิตจากการขนย้าย

สำหรับการฟ้องคดีผู้เสียชีวิตจากการขนย้ายจากหน้าสถานีตำรวจตากใบไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารจำนวน 78 รายนั้น พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้อง เพื่อขอเปิดการไต่สวนการตายโดยศาล เนื่องจากมีการเสียชีวิตของผู้ถูกควบคุมตัวเป็นจำนวนมาก และเกิดขึ้นในระหว่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ

ผลของการไต่สวนของศาลจากปี 2548 จนในเดือนพฤษภาคม 2552 ศาลได้สรุปสำนวนในคดีนี้ว่า สาเหตุการเสียชีวิตทั้ง 78 ศพ เป็นเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ปรากฏหลักฐานว่า มีผู้ใดทำให้ตาย และการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่

พนักงานสอบสวนจึงได้ส่งสำนวนให้อัยการ อัยการในคดีนี้จึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ทำให้เสียชีวิต ประกอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเห็นพ้องกับอัยการ จึงสั่งไม่ฟ้อง อันเป็นเหตุให้คดีนี้สิ้นสุดลงโดยปริยาย แต่น่าสนใจว่า คดีนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาใหม่ในการเมืองปัจจุบัน

ข้อสังเกตเพิ่มเติม

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ชัดเจนว่า คดีตากใบทั้ง 4 ส่วนนี้ ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วทั้งหมด แต่ก็ดูจะไม่เป็นที่รับรู้ในสังคมมากนัก ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจเป็นคำยืนยันในทางการเมืองว่า รัฐไทยไม่ได้ปล่อยปะละเลย จนไม่นำพาต่อการนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ คู่ขนานกับขบวนการยุติธรรมในทางคดีแล้ว รัฐบาลยังได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” เพื่อทำหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย คณะกรรมการนี้อาจเรียกว่าเป็น “คณะกรรมการแสวงหาความจริง” (The Truth Commission) ซึ่งเป็นรูปแบบหลักที่เป็นสากลของการแสวงหาความจริงในสถานการณ์ที่มีความรุนแรง เพื่อช่วยในการนำเสนอความจริงในกรณีนี้ให้สังคมไทยทั้งหมด รวมทั้งสังคมในพื้นที่ภาคใต้ได้รับทราบข้อมูล โดยมิใช่เป็นการตั้ง “คณะกรรมการของรัฐ” เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

อีกทั้ง ในอีกด้านหนึ่ง รัฐเองได้แสดงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบที่จะ “เยียวยา” ต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่า เป็นการเยียวยาครั้งใหญ่ของสังคมไทยในสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีจำนวนผู้รับการเยียวยามากถึง 987 คน มีมูลค่าการเยียวยาสูงกว่า 641 ล้านบาท และผู้ที่ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาคือ พตอ. ทวี สอดส่อง ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ ศอ.บต. ในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวของคดีตากใบในศาล ซึ่งอาจจะไม่เป็นที่รับรู้กันมากนัก ดังนั้น บทความนี้จึงขอนำเสนอข้อมูลในคดีตากใบเพื่อให้เกิดความรับรู้ในอีกมุมหนึ่งถึงการดำเนินการในมิติทางกฎหมายของรัฐไทย !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้อย่าปล่อยให้ 14 กันยา เป็นแค่วัน“จับปลาซิว” ชวนคนไทยจ้องตา กกต.
รัฐประหาร 2557 จุดเปลี่ยนชีวิต ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ จากนักเรียนนอก สู่นักการเมือง ‘สีส้ม’
เทศน์ ‘สนุก’ | ธงทอง จันทรางศุ
เดนตายในผ้าเหลือง ปฏิบัติการลับของทหารญี่ปุ่นในไทยสมัยสงครามโลก (1)
แก๊งคอลฯ ล็อกเป้าใหม่ ‘Gen Z’ เตือนภัยวัยโจ๋ เก่ง ‘TECH’-อ่อนโลก ปีเดียว 2 หมื่นคดี-700 ล้าน
พลิกโฉมงานตุลาการไทย ไม่ต้องมาศาลก็พึ่งศาลได้ ฟังก์ชั่นสุดล้ำคนไทยต้องรู้
ภัยคุกคามกฎหมาย | เหยี่ยวถลาลม
วัดพุทไธศวรรย์ แหล่งซ่องสุมกำลัง ของ “สยาม” ท้าวอู่ทอง | สุจิตต์ วงษ์เทศ
ยิวกร่าง – จีนโกง | สุรชาติ บำรุงสุข
G2, M7 และโลกที่เหลือ (2) : อธิปไตยดิจิทัลและกลไกส่วนต่างอำนาจของ M7
20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
เบื้องลึก ทรัมป์สั่งยึดน้ำมันสำรอง เวเนซุเอลา