เก็บตกจาก ‘อเมริกา’ สาเหตุ “กมลา แฮร์ริส” พ่าย “โดนัลด์ ทรัมป์” ถล่มทลาย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกาผ่านพ้นไปเมื่อ 5 พฤศจิกายน
โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ กมลา แฮร์ริส แบบ land slide ด้วยคะแนน 312 : 226
วงการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง สรุปได้ดังนี้
เหตุผลแห่งความพ่ายแพ้ของกมลา แฮร์ริส
1. บรรดาสาวกของพรรคเดโมแครตต่างพากันโทษ โจ ไบเดน ที่ขวางทางไว้ หวังจะลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง จนกระทั่งยอมประกาศถอนตัวเมื่อวันอาทิตย์ 27 กรกฎาคม 2567 พร้อมประกาศหนุนกมลา แฮร์ริส ลงชิงประธานาธิบดี
ก่อนหน้านั้น ไบเดนลงดีเบตทางทีวีกับทรัมป์แล้วพ่ายหมดรูป พูดตะกุกตะกัก เถียงไม่ทันทรัมป์ ไบเดนแก้ตัวว่าขณะนั้นยังมีอาการ Jet lag จากการเดินทางไปต่างประเทศ
กองบรรณาธิการ น.ส.พ. The New York Times แนะนำให้ไบเดนถอนตัวทันที ไบเดนตอบว่า ต้องให้พระเจ้ามากระซิบที่ข้างหูจึงจะยอมถอนตัว
CNN เปิดเผยในคืนที่แฮร์ริสดีเบตกับทรัมป์ว่า ในที่สุดไม่ใช่พระเจ้า หากแต่เป็น Nancy Pelosi กับ Chuck Schumer ผู้นำ Senate Majority Leader ของเดโมแครต ที่ไปหาไบเดนที่บ้านพักในรัฐเดลาแวร์ในวันศุกร์ 19 กรกฎาคม พร้อมยื่นคำขาดให้ไบเดนถอนตัวจากการชิงประธานาธิบดี มิฉะนั้น ในวันจันทร์ 22 กรกฎาคม จะมีหนังสือเข้าชื่อผู้นำเดโมแครต 24 คนประกาศเลิกให้ความสนับสนุนไบเดน ออกมาสู่สาธารณชน
CNN ยังเล่าเสริมอีกว่า Nancy Pelosi ไปออกรายการทีวีเกือบ 10 แห่ง บอกว่าการที่ไบเดนบอกว่าประกาศถอนตัวด้วยตัวเองนั้น เป็นเรื่องตลกร้ายประจำปี
2. ในเรื่องของการดีเบตกับทรัมป์เมื่อเดือนกันยายน 2024 แฮร์ริสทำได้ดีจน CNN ให้คะแนนว่าชนะทรัมป์ แต่ในการให้สัมภาษณ์กับ Anderson Cooper ทาง CNN เมื่อ 25 ตุลาคม กมลา แฮร์ริส ทำได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อถึงคำถามเกี่ยวกับเรื่องผู้อพยพที่ Cooper ถามว่า มีเวลาผ่านมาตั้ง 4 ปีแล้ว ทำไมจึงยังจัดการเรื่องผู้อพยพไม่สำเร็จลุล่วงเสียที
เธอตอบว่ามีการเพิ่มงบประมาณให้หน่วยชายแดนและจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ แต่อย่างอื่นก็ฟังดูไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร
ทรัมป์ฉวยโอกาสประกาศว่า ถ้าได้เป็นประธานาธิบดี ในวันแรกที่ขึ้นตำแหน่งจะประกาศเนรเทศผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์
3. คุณเบน บัญญัติ นพคุณ เจ้าของ NAT TV ทีวีไทยนอกประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกอากาศที่แอลเอ ให้ความเห็นว่า กมลา แฮร์ริส มีทีมผู้หญิงในสถานี ABC, NBC และ CBS เข้ามาช่วย ทีมมีเดียเหล่านี้ไม่ได้จัดตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่เกี่ยวกับสีผิว แต่เป็นทีมที่อยู่เบื้องหลัง ทำเกี่ยวกับ speech รายการต่างๆ พวกเธอรวมตัวช่วยแฮร์ริสอย่างแข็งขัน ทำให้เดโมแครตมั่นใจว่าจะพาแฮร์ริสสู่ชัยชนะได้
แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า คนอเมริกันสมัยนี้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีลงมา ไม่ดูอะไรเกี่ยวกับมีเดีย ไม่มีความสนใจกับสื่อรุ่นเก่า พวกเขาดูแต่ Twister และ Pod Cast คะแนนส่วนนี้จึงไม่มาถึงแฮร์ริส
ในขณะเดียวกัน แฮร์ริสมีดาราก้องฟ้าระดับ Taylor Swift, ราชินีละตินโน Jennifer Lopez และดารารุ่นใหญ่ Carole King สนับสนุนก็ยังมีคะแนนไม่พอ รวมทั้ง Oprah Winfrey ดาราทอล์กโชว์ผิวสีที่เคยพาโอบามาพิชิตประธานาธิบดี เข้ามาช่วยหาเสียง ก็ยังประคองไม่ไหว
4. คุณเบน บัญญัติ นพคุณ และเพื่อนฝรั่งอีกคน วิเคราะห์ว่า เวลาพูดหาเสียง แฮร์ริสไม่พุ่งสายตาตรงไปข้างหน้า “ไม่สบตา” แต่จะมองไปทางซ้ายและทางขวา ทำให้รู้สึกว่า personality เธอไม่ดี รู้สึกอึดอัดเวลาฟัง เธอเสียคะแนนเรื่องนี้เยอะ
5. กมลา แฮร์ริส ตอบไม่ชัดเจนเรื่องผลงานทางเศรษฐกิจ 4 ปีของเดโมแครต เช่น เรื่องช่วงโควิด-19 ไบเดนและเธอช่วยคนอเมริกันไว้ดีมาก Unemployment ต่ำมาก แต่กมลาไม่พูดเรื่องนี้เลย
กมลา แฮร์ริส ไม่พูดให้คนระดับล่างเข้าใจว่าเศรษฐกิจอเมริกาที่ดีขึ้นเป็นเพราะไบเดนและเธอช่วยประคองไว้ small business ในช่วงโควิดได้รับการช่วยเหลืออย่างมาก อัตราว่างงานแค่ 3.9% ดีกว่าในยุคของทรัมป์
การสื่อสารกับคนระดับล่างไม่ชัดเจนทำให้คะแนนเสียไปมาก
6. กมลา แฮร์ริส pick up คนผิดกลุ่ม ฝ่ายหาเสียงเชื่อว่าจะมีคนมาเลือกเธอจำนวนมาก แต่เอาจริง มีแต่พวก white Collar คนระดับบนมาเลือก เช่น พวกหมอ พยาบาลที่เป็นเดโมแครต ในความรู้ของผม พวกหมอ พยาบาลในสถานสงเคราะห์คนชราแถบเมือง Reading, เมือง Lititz รัฐเพนซิลเวเนีย จับมือคนชราเลือกแฮร์ริสทางไปรษณีย์
แต่กมลา แฮร์ริส สื่อสารไปไม่ถึงคนระดับล่าง
ในขณะเดียวกัน Donald Trump ในวัย 78 ปี มุ่งมั่นหาเสียงสู่การเป็นประธานาธิบดีมาตลอด โดยเฉพาะการถูกลอบยิง 2 ครั้ง สร้างคะแนนสงสารให้เป็นอย่างมาก
ทรัมป์ใช้วิธีหาเสียงแบบโจมตีไว้ก่อน ไม่สำคัญว่าจะเป็นจริงไหม เช่น โจมตีว่าแฮร์ริสมาจากครอบครัวเผด็จการ พ่อของเธอเป็นพวกฟาสซิสต์
แฮร์ริสหาเสียงว่า เธอมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ระหว่างเรียนหนังสือ เธอต้องทำงานหาเงินเป็นพนักงาน Mc Donald’s ทีมงานของทรัมป์ไปตรวจสอบแล้ว ไม่เคยมีชื่อกมลา แฮร์ริส เป็นพนักงาน Mc Donald’s แฮร์ริสโกหก
ทรัมป์จึงหาเสียงด้วยการแต่งชุดพนักงาน Mc Donald’s ไปทอด French fries ในร้าน Mc Donald’s ที่เพนซิลเวเนีย แจกคนที่มาสั่ง โดยทรัมป์ออกตังค์ให้
ได้คะแนนไปเยอะ
อีกเรื่องคือ ในการหาเสียงที่นิวยอร์ก ทีมงานของทรัมป์เป็นตัวตลก ขึ้นเวทีพูดว่า เปอร์โตริโก เป็น “เกาะขยะลอยน้ำ” (Garbage Island) คนเปอร์โตริกอนพากันโกรธควันออกหู ผู้ว่าเปอร์โตริโกขอให้ทรัมป์ขอโทษ ความโกรธนี้ลามไปถึงชาวละตินโนที่เป็นคนเชื้อสายเดียวกับเปอร์โตริกอน พูด Hispanic เหมือนกัน
เปอร์โตริโกคือเกาะในอารักขาของอเมริกา ยังไม่ประกาศเป็นมลรัฐ แต่คนเปอร์โตริกอนก็มีสิทธิ์เลือกประธานาธิบดีได้ในระดับหนึ่ง
ทรัมป์กำลังจะเพลี่ยงพล้ำก็ให้มีอัศวินขี่ม้ามาช่วย นั่นคือไบเดนออกมาพูดว่า ไม่เห็นมีขยะในเปอร์โตริโก “มีแต่ขยะในทีมหาเสียงของทรัมป์” เท่านั้นแหละกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผู้คนกล่าวหาว่าไบเดนพูดจาดูหมิ่นทรัมป์ ทำเนียบขาวพยายามลบคำพูดของไบเดน แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะมีรายงานข่าวออกไปแล้ว
ไบเดนตั้งใจจะช่วยหาเสียงให้แฮร์ริส แต่กลายเป็นซ้ำเติมให้แย่ลง จนแฮร์ริสต้องออกมาแก้ด้วยการให้สัมภาษณ์ขณะลงเครื่องบินไปหาเสียงที่เมืองหนึ้งว่า เธอไม่ได้ติดต่อกับไบเดนมาระยะหนึ่งแล้ว (จึงไม่รับรู้ว่าไบเดนพูดอะไรออกไป)
ทรัมป์ฉวยโอกาสแก้เกมด้วยการแต่งชุดพนักงานขนขยะ ขับรถบรรทุกขยะมีโลโก้ TRUMP ตัวโตไปหาเสียงที่รัฐวิสคอนซิน
รัฐเพนซิลเวเนียมีคะแนน 19 electoral votes นับตั้งแต่สมัยโอบามา คนที่ได้คะแนนที่รัฐเพนซิลเวเนียจะได้เป็นประธานาธิบดีทุกคน
ทรัมป์มาหาเสียงวันสุดท้ายที่สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Santander Arena เมืองเรดดิ้งตอนบ่ายสองโมง ผมเข้าไปลงทะเบียนเข้าฟังการปราศรัยของทรัมป์ที่เมืองเรดดิ้งล่วงหน้าหนึ่งวัน แต่ทำไม่สำเร็จ คนลงทะเบียนเต็มไปก่อนหน้าแล้ว
ผลในรัฐเพนซิลเวเนีย ทรัมป์ได้ 3,511,865 คะแนน = 50.5%
แฮร์ริสได้ 3,365,311 คะแนน = 48.4%
เจาะลึกเข้ามาที่เขต Berks County ที่ผมพำนักอยู่ มีคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 276,900 คน ลงคะแนน 209,000 คน = 75% ในจำนวนนี้ มาลงคะแนนด้วยตัวเอง 160,000 คน = 77% ลงคะแนนทางเมล 48,000 คน = 23%
เลือกทรัมป์ 115,676 คะแนน
เลือกแฮร์ริส 89,760 คะแนน
คะแนนที่เหลือเลือกผู้สมัครคนอื่น
ทรัมป์ชนะแฮร์ริสที่รัฐเพนซิลเวเนีย ได้เป็นประธานาธิบดีในปี 2024 เหมือนกับที่ชนะฮิลลารี คลินตัน ที่รัฐนี้แล้วได้เป็นประธานาธิบดี ปี 2016
โดนัลด์ ทรัมป์ คือประธานาธิบดีคนที่สอง ที่เว้นวรรคหนึ่งสมัยแล้วได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
