Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
พร้อมสวม AI
ไว้บนใบหน้าหรือยัง
แก็ดเจ็ตที่มาพร้อม AI ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้และผู้ผลิตหลายรายกำลังแข่งขันกันดุเดือดก็คือแว่นตาอัจฉริยะ
ยอดขายแว่นตาอัจฉริยะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 110 เปอร์เซ็นต์ โดยมีแบรนด์ที่ครองอันดับหนึ่งคือแว่น Ray-Ban Meta ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Meta และแบรนด์แว่นกันแดดยอดฮิต Ray-Ban
นักวิเคราะห์บอกว่าแว่นตาอัจฉริยะยังคงขายได้แม้ว่าจะเผชิญกับปัญหานโยบายด้านภาษีที่กระทบตลาดหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆ
ที่ผ่านมาเราอาจจะรู้สึกว่าแก็ดเจ็ตอย่างแว่นอัจฉริยะเป็นแค่ของหวือหวา มาแล้วก็ไปอย่างรวดเร็ว ใส่เล่นเท่ๆ แป๊บๆ ก็ถอด ไม่น่าจะสามารถใช้งานในชีวิตจริงได้ดี
แต่แว่น Ray-Ban Meta สามารถสร้างจุดเด่นจนทำให้ผู้บริโภครู้สึกอยากใช้มากขึ้นเรื่อยๆ
จุดเด่นของมันก็คือ การมีดีไซน์ที่กลมกลืน ดูผิวเผินเป็นแว่นกันแดดเท่ๆ ตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ray-Ban ทำให้ใส่แล้วไม่ดูแปลกแตกต่างออกจากคนอื่นรอบๆ ตัว
หน้าที่ของแว่นอัจฉริยะแบบนี้ไม่ได้มีอะไรมากมาย หลักๆ คือมันสามารถใช้ถ่ายภาพจากมุมมองของเราได้เลยโดยที่ไม่ต้องยกกล้องหรือโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ทำให้สามารถเก็บเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าไว้เป็นความทรงจำได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังใช้แทนหูฟังได้ด้วย
แต่ถ้าอยากจะใช้ให้ล้ำขึ้นมาอีกก็สามารถใช้ฟังก์ชั่น AI ที่มาพร้อมกันได้ ผู้สวมใส่สามารถใช้เสียงสั่งการแว่นได้ อยากรู้อะไรก็สั่งให้มันช่วยเสิร์ชหาและตอบกลับมาเป็นเสียงให้ได้ยิน
หรือใช้ให้ล้ำกว่านั้นไปอีกขั้นอย่างการใช้ให้ช่วยแปลภาษา หรือช่วยบอกรายละเอียดของวัตถุที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันก็จะสามารถวิเคราะห์ภาพแล้วบอกได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือต้นไม้ที่มีดอกสีชมพู และถ้าจะถามต่อไปว่าคิดว่าเป็นดอกอะไร มันก็อาจจะตอบได้ว่าเป็นดอกไฮเดรนเยีย เป็นต้น
ส่วนฟังก์ชั่นหลักๆ ทั่วไปที่สมาร์ตโฟนทำได้ อย่างการใช้เพื่อส่งข้อความ โทร.ออก รับสาย หรือเล่นเพลง แว่นอัจฉริยะก็สามารถทำได้เหมือนกัน พูดง่ายๆ ก็คือแว่นเหล่านี้กำลังเข้ามาช่วยทำฟังก์ชั่นหลายๆ อย่างแทนโทรศัพท์ แต่เราไม่ต้องถือเอาไว้ในมือด้วยซ้ำ
Meta ไม่ได้เป็นผู้เล่นเดียวที่ต้องการพื้นที่ในตลาดแว่นอัจฉริยะตอนนี้ แบรนด์ใหญ่จากฝั่งเกาหลีใต้อย่าง Samsung ก็มีข่าวออกมาให้ได้ยินเหมือนกันว่าอาจจะเปิดตัวแว่นอัจฉริยะในปี 2026
แต่ยังไม่ทันได้เห็นแว่นจาก Samsung ผู้เล่นที่คาดไม่ถึงรายหนึ่งก็ชิงเปิดตัวแว่นตัดหน้าไปก่อน และนี่เป็นผู้เล่นซึ่งคุณผู้อ่านอาจจะลืมชื่อไปแล้ว
HTC เป็นแบรนด์เทคโนโลยีจากไต้หวันที่เคยรุ่งเรืองมากในอดีต เป็นแบรนด์ที่ฉันชอบมากเพราะออกแบบและคิดค้นแก็ดเจ็ตที่ไอเดียสดใหม่แบบมาก่อนกาลหลายครั้ง น่าเสียดายที่ยอมยกธงพ่ายแพ้ในสมรภูมิสมาร์ตโฟนไปเมื่อหลายปีก่อน
แต่ทางแบรนด์ก็ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าแผนก Vive ที่เป็นแผนกคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน AR VR และ XR จะยังคงทำงานต่อไป แต่ก็ไม่ได้รับการพูดถึงในหน้าสื่อเท่าไร
จนกระทั่งการเปิดตัวแว่น HTC Vive Eagle ครั้งนี้
แว่น Vive Eagle จะมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์คล้ายๆ Ray-Ban Meta คือมีกล้อง ไมโครโฟน และลำโพง และมีผู้ช่วยส่วนตัว AI ให้พร้อมเรียกใช้ มีสเป๊กหลายอย่างที่ดูเหนือกว่าแต่ในแง่การใช้งานจะให้ประสบการณ์เป็นยังไงก็ต้องรอดูกันต่อไปหลังเริ่มวางขาย
นอกจากการใช้งานเพื่อเสริมหรือทดแทนฟังก์ชั่นของสมาร์ตโฟนแล้ว แว่นอัจฉริยะก็ยังถูกพัฒนาเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้อีก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากทีมนักวิจัยมากกว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ
อย่างเช่นทีมนักวิจัยในสกอตแลนด์ที่นำแว่นอัจฉริยะมาทำงานคู่กับกล้องที่เทรนด้วย AI ให้สามารถอ่านปากได้ เพื่อช่วยพัฒนาการสื่อสารของผู้สวมใส่ที่เป็นคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
วิธีการทำงานก็คือเมื่อผู้สวมใส่มองไปที่คนที่กำลังสนทนาด้วย แว่นจะช่วยวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของริมฝีปากเพื่อช่วยให้เข้าใจสิ่งที่กำลังสื่อสารได้ดีขึ้น และแว่นจะช่วยลดเสียงรอบตัวอย่างเสียงรถยนต์ เครื่องซักผ้า หรือเสียงรบกวนอื่นๆ ลงได้ด้วย
โดยออกแบบมาให้ใช้งานเพื่อส่งเสริมและควบคู่ไปกับเครื่องช่วยฟังให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น
ยังมีแว่นอัจฉริยะอื่นๆ ที่มีฟังก์ชั่นคล้ายๆ กันคือช่วยทำให้การสื่อสารชัดเจนขึ้น อย่างเช่น แว่น Vuzix ที่ถอดคำพูดจากบทสนทนาแบบตามเวลาจริงแล้วขึ้นมาให้ผู้สวมใส่ได้มองเห็นเหมือนซับไตเติล
แว่นอัจฉริยะยังมีศักยภาพในการใช้งานได้ในอีกหลายรูปแบบและหลังจากนี้ไปก็น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะจากกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปหรือผู้ใช้งานที่มีความต้องการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ
สำหรับแว่นอัจฉริยะที่วางขายอยู่ในตอนนี้ รูปแบบการใช้งานที่ใช้แล้วน่าจะพึงพอใจที่สุดก็คือ ใช้เพราะต้องการความสามารถในการช่วยถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และใช้เป็นหูฟัง เพราะนี่คือสิ่งที่มันทำได้ดีแล้วในวันนี้ และให้คิดว่าฟังก์ชั่น AI ที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำได้ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ถือว่าเป็นโบนัสส่วนเสริมไปก่อน
แต่มันจะเก่งขึ้นกว่านี้ได้อีกเยอะแน่นอน
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
