bg-single

MatiTalk พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เลวร้ายราวรัฐประหาร? อันตรายประเทศไทยภายใต้ ส.ว.ฮั้ว

20.10.2025

“ขณะนี้ เรื่องคดี ส.ว. เข้ามาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะว่าเป็นเรื่องของการเมืองผูกพันกับสถานการณ์หรือบทบาทของการเมืองโดยรวม เป็นที่ทราบดีว่าตอนนี้เรามีรัฐบาลใหม่ซึ่งจริงๆ แล้ว ในกลุ่มแกนนำ มีส่วนพัวพันกับเรื่อง ส.ว.ทั้งสิ้น” พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้สมัคร ส.ว. ผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนคดีฮั้วอย่างเจาะเกาะติดทุกสัปดาห์ เปิดใจกับรายการ MatiTalk

พล.ต.ท.คำรบ ชี้ว่าจุดตั้งต้นคนกลุ่มนี้อยากจะมี ส ว.ของตัวเองมากกว่า 100 คนเพื่อที่จะควบคุมฝ่ายนิติบัญญัติให้ได้ แรกแล้วก็ได้มา 130 กว่าคน พอเข้าไปในสภาจริงๆ เหมือนกับไปสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมได้น่าจะประมาณ 150-160 คน

จุดนี้เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองเราเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่ากลุ่ม ส.ว.ที่ว่าอยู่ภายใต้การควบคุมอำนวยการของคนเพียงกลุ่มเดียว จะว่าไปจริงๆ แค่คนเดียวก็ว่าได้ ก็จะสามารถชี้นำการเมืองบ้านเราได้หมดเลยจากนี้ต่อไป

อำนาจหลักๆ ก็คือเขามีอำนาจในการที่จะเลือกองค์กรอิสระ ที่ผ่านมาปีเศษๆ ที่ผ่านมาเขาก็เลือกกันไปเยอะแยะเลย โดยเฉพาะองค์กรหลักๆ อาทิ กกต.เขาก็เลือกไปแล้ว 1คน ถ้าสิ้นปีนี้เขาก็จะได้เลือกได้ถึง 5 คน แล้วก็ ป.ป.ช., ศาลรัฐธรรมนูญอะไรต่างๆ เบ็ดเสร็จเกือบ 40 กว่าตำแหน่ง

ภายใต้กลไกของ ส.ว.ชุดนี้เป็นจุดที่น่าอันตราย ถ้าหากคนกลุ่มที่ว่าควบคุมสภานิติบัญญัติได้ มี connection กับองค์กรอิสระเหล่านี้แน่นอน มันก็จะต่อโยงใยไปอีกว่า มีการชี้แนะชี้นำในการที่ตัดสินหรือบริหารกิจการอะไรต่างๆ ตามความต้องการของคนกลุ่มนี้

ก็ไม่แตกต่างอะไรกับการกินรวบประเทศ

ถึงตอนนี้จริงๆ แล้ว มันควรจะจบแล้ว เรื่องคดี ส.ว. เพราะว่าในระเบียบการสืบสวนไต่สวนของ กกต.เองที่ออกไว้ จะต้องมีการสรุปสำนวนผ่านกระบวนการวินิจฉัยภายใน 1 ปีนับแต่วันการเลือก ซึ่งมีการประกาศผลวันที่ 10 กรกฎาคมปีที่แล้ว สำนวนควรจะผ่านกระบวนการทั้งสืบสวนไต่สวนของเลขาสำนักงานเลขารวมทั้งอนุวินิจฉัยต้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แต่ปรากฏว่าขณะนี้เรื่องเพิ่งจะอยู่ในขั้นที่ 3 คืออยู่ในชั้นของอนุผู้วินิจฉัยที่จะมีการตรวจสอบ

ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นความบกพร่องของ กกต.จุดหนึ่งที่ทำเรื่องนี้ล่าช้า

แล้วกรณีนี้ก็คงมีจะมีผู้คนหลายๆ ฝ่ายนำไปเป็นประเด็นในการไปฟ้องร้อง กกต.อีกส่วน ก็กังวล เราเห็นถึงบริบทของ กกต.ชุดนี้ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นทำไมไม่เร่งรัดสำนวนนี้ปล่อยมาถึงปีเศษอย่างที่ว่า เราค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐาน

ผมเองเป็นตำรวจมา ผมเพิ่งเห็นว่ามีการรวบรวมพยานหลักฐานครบทุกมิติ ตั้งแต่พยานเอกสาร ก็คือโพยที่เอาไปใช้ แล้วก็เอกสารจากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ ก่อนการเลือกคุณไปนอนโรงแรมไหน รู้หมด รวมถึงเส้นเงินใครโอนเงินให้ใคร ใครรับเงินจากใคร

แล้วก็สุดท้ายเรื่องของ AI เขามีเอาเทคโนโลยีมาจับเอาภาพถ่ายวันที่เลือกในเมืองทองธานี ว่าใครมากับใครใส่เสื้อเหลืองมารถไหนคันไหน พูดคุยกันยังไงไปสอดรับหลักฐานการสืบสวน ไปนอนโรงแรมไหนนอนด้วยกันแล้วนั่งรถมาด้วยกัน

ที่สำคัญคือคะแนนใครเลือกใคร โยงใยรู้หมดเลย อันนี้คือชัดมาก

อดีต ผช.ผบ.ตร.มองว่า แต่มีพยานอันหนึ่งที่เรากังวลก็คือพยานบุคคล ที่เป็นคนสำคัญตั้งแต่ตัวผู้ต้องหาเองที่เคยรับสารภาพนะแม้กระทั่ง ส.ว.ในสภา ก็มีการรับสารภาพหลายปากหลายคน ใครเป็นใครไปนั่งตรงไหนจนเป็นมูลเหตุที่มาของการออกหมายเรียก มาแจ้งข้อกล่าวหา

บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นพยานสำคัญที่เชื่อว่าทางคณะอนุวินิจฉัยอาจจะใช้ช่องทางนี้ในการมาเรียกสอบปากคำ เพื่อให้กลับคำให้การหรืออาจจะไปเอาพยานอื่นมาสอบเพื่อหักล้างพยานบางรายเพื่อด้อยค่าน้ำหนักพยานบางราย อาจจะเอาเป็นเหตุทำให้มีการพิจารณาใหม่ ว่าคนนี้เห็นควรจะแจ้งข้อกล่าวหาไม่แจ้งข้อกล่าวหาอะไร นี่ก็คงจะเป็นช่องทางหนึ่ง

แต่ผมฝากว่าใครที่ให้การไปแล้ว โดยเฉพาะพยานปากสำคัญคุณเคยให้การไปแล้ว แต่คุณจะไปกลับคำให้การใหม่ ขอให้ระวังให้ดี มาตรา 78 ของ พ.ร.ป.สว.ที่ผู้ใดให้การเท็จอ่านโทษจำคุก 7-10ปี คือเริ่มที่ 7 ปี ไม่เหมือนคดีอาญาทั่วไป 2-3 ปีแล้ว เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี

ผมฝากประเด็นนี้ไว้ พร้อมกับฝากให้สังคมเฝ้าจับตาดูการทำงานของชุดอนุฯ นี้ด้วย ว่าคุณจะทำตามข้อเท็จจริงหรือจะทำตาม “คำขอร้อง” หรือทำตามใบสั่งของใครหรือเปล่า?

พล.ต.ท.คำรบบอกว่า จริงอยู่ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นท่านนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ที่อ้างว่าไม่มีการแทรกแซง จะไม่มีการเข้าไปล้วงลูก ก็ฟังได้ แต่เชื่อได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะว่าเรื่องของการแทรกแซงไม่มีใครหรอกที่จะมีหลักฐานบันทึกว่าคุณสั่งไปให้ทำอย่างงั้นอย่างงี้ หรือไปเรียกคนนั้นคนนี้มาแล้วนั่งสั่งการ แต่อาจจะสั่งผ่านบุคคลที่สาม อย่าให้มาวุ่นวายนะ คอยดูแล้วกัน เขาถึงเรียกว่า “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” ว่าชุดอนุฯ ตอนสรุปจาก 229 คนจะเหลือกี่คน?

ที่เราเรียกคดีฮั้ว ส.ว.หรือการทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.ดำเนินการซึ่งมีชุด 26 เป็นหัวหอกในการดำเนินการเรื่องนี้ สามารถสรุปจนถึงแจ้งข้อก่อหาผู้เกี่ยวข้องได้ถึง 229 คน โดยเป็น ส.ว.ในสภา 138 คน และเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองพรรคการเมืองอีก 91คน แต่อีกส่วนหนึ่งที่เป็นคดีอั้งยี่และฟอกเงิน เป็นคดีอาญาล้วนๆ ที่อยู่ในการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษภายใต้กระทรวงยุติธรรม

ถ้าเราติดตามข่าวสารทางที่ออกสื่อเป็นระยะๆ ช่วงก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาล ผมจำได้ประมาณปลายเดือนสิงหาคมต่อเดือนกันยายนเดิมทีมีข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่ถูกกล่าวหาในคดีที่พาดพิงไปถึง ที่มีเส้นเงินไปถึงเรื่องฟอกเงินต่างๆ ประมาณ10 คน แล้วบังเอิญช่วงนั้นกำลังเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อกำลังจะมีการตั้งรัฐบาลใหม่ ก็มีคำสั่งลึกลับที่ไปบอกทาง DSI บอกว่าอย่าเพิ่งเรียกมาแจ้งข้อหา

ก็อย่างที่พวกเราทราบกันช่วงนั้นที่มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชน ที่มีการส่งทีมงานไปทั่วประเทศ ให้พยานมาให้ปากคำ โดยเฉพาะที่พยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาประจำตัว ส.ว.ในสภาหลายๆ คนมีแนวโน้มจะถูกเรียกมาในช่วงนั้นเพราะพวกนี้จะมีส่วนสำคัญมาก เพราะพอไปรับตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้ช่วย ได้รับเงินค่าประจำเดือนค่าที่ปรึกษามาเดือนละหนึ่งถึงสองหมื่นกว่าบาท ปรากฏว่าหลายๆ คนต้องเอาเงินส่งถูกส่งกลับให้บัญชีหนึ่งซึ่งเป็นบัญชีของกลุ่มที่กลุ่มการเมือง เพื่อที่จะเอาไปบริหารจัดการต่อ

เจ้าหน้าที่กำลังจะเรียกกลุ่มคนเหล่านี้มาสอบปากคำซึ่งถือเป็นพยานปากคำสำคัญเลยช่วงนั้น ก็ถูกระงับไม่ให้มีการสอบสวน

สรุปถูกเรียกกลับหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้จะบอกไม่แทรกแซงได้หรือไม่?

แล้วที่เราได้เห็นฟังข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 : 2 ที่จะดำเนินการเรื่องจริยธรรมของอดีตรองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย กับ อดีต รมว.ทวี สอดส่อง ต่อ ถ้ามองเผินๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะปกติเรื่องเหล่านี้ ถ้าหากว่าเรื่องอะไรที่ขึ้นสู่ศาล หากว่าคู่ความเปลี่ยนสถานะไปหรือออกไปหรือพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ท่านก็จะยกจำหน่ายคดีไปไม่ดำเนินการ

แต่เรื่องนี้ท่านบอกเพื่อประโยชน์สาธารณะ

เราก็เห็นเป็นสิ่งบอกเหตุกลายๆ ว่าเอ๊ะน่าจะมีเรื่องพิเศษสำคัญหรือเปล่า

เราคิดต่อว่าสมมุติว่าถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ท่านภูมิธรรมไม่ผิดโอเคก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าหากว่าศาลบอกว่าท่านภูมิธรรมท่านทวีผิดจริยธรรมจริง ว่าเข้าไปก้าวก่ายในการที่จะทำคดีนี้เป็นคดีพิเศษ จากนั้นก็จะมีคนไปเอาผลคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้มาขยายผลต่อว่า การที่ไปทำคดีพิเศษนี้มีที่มาโดยมิชอบ

ก็เท่ากับกระบวนการสอบสวนในเรื่องนี้ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย? เพราะฉะนั้นเรื่องราวต่างๆ จะต้องยุติการสอบสวน

ถ้าถึงตอนนั้น หากว่าการเมืองกลุ่มนี้ยังสามารถควบคุมการเมืองไทยได้อยู่ ก็พูดตรงๆ ว่าคดีคงยาก

ดังนั้น ถ้าพี่น้องประชาชนเราอยากเห็นความถูกต้องความเป็นธรรมต่างๆ ก็ต้องกังวลเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน ฝากพี่น้องทุกคนในสังคมช่วยกันติดตามตรวจสอบต่อ ในการที่อาจจะไปใช้เทคนิคกฎหมายทำให้รูปการณ์การทำคดีเปลี่ยนไป?

พล.ต.ท.คำรบส่งท้ายว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วมันไปผูกพันและพัวพันกับ 138 คนที่เป็น ส.ว.ในสภาต้องให้ กกต.เอากฎหมาย มาบังคับใช้ ก็คือว่าเมื่อมีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทุจริตของการเลือก ส.ว.ต้องเพิกถอนเลือกตั้ง ทั้ง 138 คนนี้ เพื่อเกิด ส.ว.ชุดใหม่ให้ดุลเปลี่ยนไป เพื่อที่กระบวนการเลือกองค์กรอิสระจะเปลี่ยนไป

แต่ถ้าหากว่า กกต.ไม่ดำเนินการปล่อยเลยตามเลยปล่อยปล่อยผี 138 คน เท่ากับว่าเขาควบคุมตรงนี้ได้ตลอดไป

แปลว่าองค์กรต่างๆ เขาจะตั้งได้อีกหลายสิบคนจนควบคุมกลไกต่างๆ ได้ กระทั่งกลไกการตรวจสอบ กกต.จะมีชุดใหม่เกื้อหนุนกันในการควบคุมการเลือกตั้ง จนได้อำนาจบริหาร

กระทั่งเขาควบคุมเหมือนปฏิวัติในระบบประชาธิปไตยได้ ก็ต้องรับสภาพนี้ตลอดไป

สิ่งที่ทำได้คือต้องช่วยกันกดดัน ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอาจริงเอาจัง อย่าไปปล่อยผี 138 คน คุณต้องเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งให้ได้

ผมเชื่อว่าประชาชนคนไทยหลายคนอยากเข้ามาต่อสู้แบบผมแต่ท่านทำไม่ได้เนื่องจากว่าท่านไม่ได้เป็นผู้สมัครท่านไม่ได้เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิอาญา เรื่องนี้บังเอิญผมมีสิทธิในการต่อสู้ตามกฎหมายเพราะผมเป็นผู้สมัครผมเป็นผู้เสียหายโดยตรง ผมก็จะพยายามต่อสู้ในนามของพวกเราคนไทยทั้งหมด ก็จะต่อสู้ให้จนถึงที่สุดก็คงต้องกระทุ้งกระแทก

อยากขอแรงสนับสนุนจากภาคประชาชนพี่น้องประชาชนแล้วก็สื่อด้วย

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?