bg-single

‘กระดูกเบอร์เด็ก’ ซ้อนเกม ‘สแกมเมอร์ทมิฬ’ พลิก ‘กระแสรักชาติ’ | เมนูข้อมูล (ลับ)

24.10.2025

เมนูข้อมูล (ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ

‘กระดูกเบอร์เด็ก’

ซ้อนเกม ‘สแกมเมอร์ทมิฬ’

พลิก ‘กระแสรักชาติ’

มองการเมืองช่วงนี้ทำให้นึกถึงคำ “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” หมายถึงการสู้รบยังมีอยู่จะบอกสรุปว่าใครจะชนะ ใครเสียหายมากกว่าใครยังไม่ได้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้อีกเสมอ

หากเริ่มต้นเกมกันที่ “พรรคประชาชน” เลือกทำ “MOA” กับ “ภูมิใจไทย” ส่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีโควต้ารัฐมนตรีเพียบ เพราะ “พรรคประชาชน” เลือกแค่ช่วยโหวตให้เป็นนายกฯ แต่ยังเป็นฝ่ายค้าน ไม่ร่วมรัฐบาลด้วย

ช่วงนั้น “เสี่ยหนู” หน้าบานเป็นกระด้ง เปล่งปลั่งดังลูกท้อ เพราะในข้อตกลงที่ว่าจะเข้ามาบริหารประเทศแค่ 4 เดือนเพื่อภารกิจตั้ง สสร.เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วจัดการเลือกตั้ง ซึ่งแม้เป็นเวลาน้อยมากก็จริง แต่ในการวางเกมการเมืองสามารถจัดการให้เกิดเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อชัยชนะให้ “พรรคภูมิใจไทย” ได้มากมายในทุกมิติ

และด้วยสมองการเมืองระดับ “เนวิน ชิดชอบ” ย่อมรับประกันความรอบคอบพอที่จะเก็บทุกเม็ดให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อความพร้อมในทุกองค์ประกอบของชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

จากเป็นที่รับรู้กันถึงอิทธิพลต่อ “ส.ว.สีน้ำเงิน” ที่ครองความเป็นใหญ่ในรัฐสภา มีอิทธิพลต่ออำนาจอันเหลือเชื่อขององค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560

การได้เข้ามาเป็นแกนนำควบคุมอำนาจรัฐ สามารถผลงานผ่านภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของทีมงาน “รัฐมนตรีคนนอก” ที่มีภาพของคุณภาพ, การแจกเก้าอี้รัฐมนตรีให้นักการเมืองขาใหญ่ที่คุมฐานเสียงในพื้นที่อย่างทั่วถึงและหวังผลได้, ยึดครองตำแหน่งสำคัญต่อการควบคุมอำนาจและศักยภาพสะสมกระสุนไว้กับ “ทีมบุรีรัมย์” คนใกล้ชิด เพื่อสั่งการรุกและรับสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

อาศัยความกว้างขวางในคอนเน็กชั่นของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เชี่ยวชาญการชั้นเชิงประสานสัมพันธ์กับเครือข่ายผู้มีบารมีทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะกับผู้กุมกำลังในกองทัพ ขยายบารมีพรรคภูมิใจไทยให้เกริกไกรชวนตื่นตาตื่นใจเป็นที่ยิ่ง

รวมถึงนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อเฉพาะหน้าที่เน้นการแจกเงินสารพัดรูปแบบในนามการลงทุนภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น “คนละครึ่ง เที่ยวเมืองรอง ลดภาษี ซื้อหนี้ และอีกสารพัด”

แต่ว่ากันว่าสุดยอดของโอกาสคือสถานการณ์กัมพูชาหน้ามืดก่อการปะทะชิงพื้นที่พิพาทชายแดนจากไทย โหมกระแส “รักชาติ”เข้าถล่มกันเดือดพล่าน “นายกฯ อนุทิน” เล่นบทเป็นอันหนึ่งดันเดียวกับทหาร เหาะโหนโจนทะยานขี่กระแสอย่างองอาจหาญกล้า พลิกขึ้นสู่ “นายกฯ ในดวงใจสายอนุรักษ์ชาตินิยม”

การครอบครอง “อำนาจทุกมิติ กระสุน และกระแส” ได้ครบถ้วนทุกกระบวนความในคราวเดียว ก่อพลังดึงดูดทรงพลานุภาพดั่งหลุมดำ ณ สุริยจักรวาล “นักการเมือง” ที่ผ่านเข้าใกล้ไม่ว่าพรรคไหน ล้วนพร้อมจะวูบหายไปในอ้อมอกที่เชื่อว่าอุบอุ่นและสนองความสมหวังได้เต็มร้อยกันถ้วนทั่ว

เมื่อทั้ง “เครือข่ายระบบอุปถัมภ์” พร้อม “กระแส” ซึ่งไม่เคยมีกลับเกิดมีขึ้นอย่างทรงพลัง พร้อมๆ กับการได้เป็นตัวเลือกใหม่ของ “ใบอนุญาตที่ 2” ทำให้เชื่อกันว่า “รัฐบาลหลังเลือกตั้งใหญ่” ไม่มีทางเป็นอื่น “ภูมิใจไทย” จะเป็นแกนนำจัดตั้ง มี “อนุทิน ชาญวีรกูล”เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ในสถานการณ์ดังกล่าว “พรรคประชาชน” ภายใต้การนำของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” โดนถล่มอ่วมอรทัย หมอไม่รับเย็บ ฐานเลือกหนุน “เสียหนู อนุทิน” เป็นนายกฯ จนควบคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จขนาดนั้น ทั้งที่ท่าทีในอดีตที่ผ่านมาของ “ภูมิใจไทย” ชัดเจนว่ายืนอยู่คนละข้างกับ “ประชาธิปไตยที่ให้ราคาอำนาจประชาชน”

จุดยืนของ “ภูมิใจไทย” เคียงข้าง “อำนาจนิยม” ต่อต้าน “การคืนให้ประชาชน” มาทุกกิจกรรมความเคลื่อนไหว

การไม่เลือก “ชัยเกษม นิติสิริ” จาก “พรรคเพื่อไทย” ซึ่งดูจะเป็นคุณต่อ “เสรีนิยมประชาธิปไตย” มากกว่า ทำให้ “พลพรรคเพื่อไทย” ตั้งป้อมถล่มใส่ “พรรคประชาชน” ดุเดือดในมุมมองต้องการให้ผู้คนเห็นว่าเป็น “เด็กไร้เดียงสา ไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เล่นการเมืองไม่ทันเกม พาประชาธิปไตยไทยถอยหลังไปไกลจนยากจะกู่กลับ” และอีกสารพัดที่คิดขึ้นมาหมิ่นแคลนว่าเป็นความสิ้นคิดที่เลวร้าย

ไม่เพียงการโจมตีรุนแรงจากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แม้แต่บุคคลและเครือข่ายที่สนับสนุน “พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน” มีไม่น้อยที่แสดงความผิดหวังชัดเจนต่อการตัดสินใจเลือก “อนุทิน” ครั้งนี้ แม้กระทั่งสมาชิกในพรรค ทั้งระดับทั่วไปและแกนนำบางคนยังแสดงท่าทีอึดอัด บางคนถึงกับรับไม่ได้ โดยเห็นว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาด และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อทิศทางของพรรค

ประเมินกันว่าจะทำให้คะแนนนิยมของพรรคถดถอย จะทำให้ได้ ส.ส.น้อยลงในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะเป็นการตัดสินใจที่สร้างความเสียหายต่อกระแส

อย่างไรก็ตาม หากเจาะจงมองเฉพาะท่าทีของระดับ “แกนนำวงในพรรค” จะสัมผัสได้สูงยิ่งถึงความเชื่อมั่นว่าควบคุมได้ โดยเป้าหมายจำนวน ส.ส.ยังยืนยันอยู่ที่ 250 เสียงขึ้น เหมือนไม่เห็นความพร้อมทั้ง “อำนาจ กระสุน กระแส” ที่ “พรรคภูมิใจไทย “ขี่พายุทะลุฟ้า” โชว์ชัดๆ นั้นอยู่ในสายตา

หากพยายามเจาะเข้าหาเหตุที่ “พรรคประชาชน” มีความมั่นใจถึงเพียงนั้น จะพบว่ามีนักวิเคราะห์ระดับเซียนชี้ให้เห็นว่า น่าเป็น “เกมที่พรรคประชาชน” วางไว้แล้ว ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมไว้ล้วงหน้า ทำการศึกษา วางตัวแสดงทั้งที่เป็นตัวเอก ตัวเสริม ตัวล่อ ตัวชน อย่างพร้อมสรรพ มีแผนการโจมตีอย่างเป็นระบบ วางจังหวะอย่างรอบคอบ อย่างหวังผล

เป็นแผนของพวกที่ถูกตีตราว่า “เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อ่อนหัด กระดูกเบอร์คนละเบอร์ ฯลฯ”

ทว่าฉายาทั้งหลายเหล่านั้น ไม่มีความหมายเท่าหลังปฏิบัติการตามแผนแล้วผลออกมาอย่างไร

ท่ามกลางกระแสรักชาติจากสถานการณ์ชายแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปลุกโหมจากทุกฝ่าย ทั้งท่านแม่ทัพทั้งหลาย มวลชน อินฟลูเอนเซอร์ นักจิตอาสา นักการเมือง ผู้นำทางการเมือง สื่อมวลชนทั้งแถวหน้า แถวหลัง ไอโอจัดตั้ง ร่วมกันโหมเพื่อครอบครองมาทูนให้ ซึ่ง “ภูมิใจไทย” โดยเฉพาะ “อนุทิน” รับลูกมาแสดงได้อย่างสมบทสมบาท จนเชื่อกันว่า “นายกรัฐมนตรีอีก 4 ปีข้างหน้า” ไม่มีทางเป็นอื่นแล้ว

ทว่าเมื่อ “พรรคประชาชน” ใช้ “ตัวพ่อ” ระดับ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ประสานมือ “รังสิมันต์ โรม” เปิดเกมตามแผนในวาระ “รัฐบาลแถลงนโยบาย” ด้วยการถามถึงความใส่ใจจัดการกับ “ขบวนการอาญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ-สแกมเมอร์” ที่ศูนย์บัญชาการอยู่ในกัมพูชา มี “ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน” ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ “บริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์” ลูบหน้าปะจมูกอยู่กับ “สถาบันการเงินของไทย” โดยมี “นักการเมืองและนักธุรกิจไทย” เข้าไปเกี่ยวข้องในทางลึกซึ้งอยู่ไม่น้อย

เมื่อมีการขยายผลโดยการท้าทายด้วยลีลา “รักชนก ศรีนอก” ที่ลากเอา “กัน จอมพลัง” มือทำงานในพื้นที่ของกลุ่มโหนกระแสมาวางกลางแจ้งให้เห็นใครต่อใครที่อยู่เบื้องหลัง

เมื่อเกิดปรากฏการณ์ “สหรัฐ-อังกฤษ-เกาหลีใต้” รุกเข้าโจมตีแก๊งสแกมเมอร์เขมร ทำให้เกิดการขยายผลถึง “ขบวนการอาชญากรทมิฬ” ที่เกี่ยวโยงความรับผิดชอบของ “คนในรัฐบาลไทย” โดยเฉพาะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ขี่รุ้ง “กระแสรักชาติ” อย่างร่าเริง ถึงกับหงุดหงิดต่อคำถามของนักข่าวที่เรียกร้องให้ “รู้จักรับผิดชอบต่อมหันตภัยที่มาอาศัยทำมาหากินในประเทศ” อย่างจริงจังมากกว่าจะอ้ำๆ อึ้งๆ อย่างที่เป็นอยู่

ยิ่งนับวันเรื่องราวลึกลับ และผลประโยชน์มหาศาลของธุรกิจสแกมเมอร์หลอกลวงคนทั้งโลกเริ่มลามไปเรื่อย มีชื่อบุคคลเข้ามาเกี่ยวพัน ทั้งลึกทั้งกว้างขึ้น สู่เวทีนานาชาติอย่างจริงจัง เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปมากขึ้น

เชื่อกันว่าที่สุดแล้ว กระแส “ภัยสแกมเมอร์” จะร้อนแรงจนกลายเป็นกระแสที่เรียกหาการปกป้องชาติ เป็น “กระแสรักชาติที่แท้จริง” มากกว่ากระแสดราม่าที่เกิดก่อนหน้านั้น

ถึงวันนี้ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าอาการหน้าบานเป็นจานเชิงของ “หนู อนุทิน” เปลี่ยนไปแล้ว

คำถามเรื่อง “สแกมเมอร์” ที่ขยายการเกี่ยวโยงบุคคลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สร้างความอึดอัดระดับ “ไปไม่เป็น” ให้ “นายกรัฐมนตรี” ที่ขี่กระแสรักชาติก่อนหน้านั้น ให้หน้านิ่วคิ้วขมวดแทบทุกครั้งที่เจอสื่อมวลชน

วาระใน “รัฐสภา” ก่อนที่จะ “ยุบสภา” ยังเหลือการอภิปรายให้ “ฝ่ายค้าน” แสดงได้อีกหลายรูปแบบ

ผลงานเต็มๆ ชัดๆ ตามแผนของ “พรรคประชาชน” รอบนี้

ใครยังมองด้วยสายตาว่า “เด็ก อ่อนหัด ไม่ทันเกม” หรืออะไรทำนองนั้น

คงต้องตั้งสติเพื่อมองในมุมใหม่กันบ้างแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?