โลกทัศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ที่เยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ก่อนหน้านั้นประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนคือ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และย้อนไปประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน หลังจากทรัมป์เลื่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนมา 3 ครั้ง คือปี 2018, 2019 และ 2020
โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ในวันแรกคือ 26 ตุลาคม ทรัมป์เข้าประชุมพร้อมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นางซานาเอะ ทาคาอิชิ ประธานาธิบดีบราซิล หลุย อินาซิส ลูล่า ดา ซิลวาและประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ซีลรัล รามาบาว
แต่ครั้งนี้ไม่มีผู้นำของอินเดีย รัสเซีย และจีน
ตอนนี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม กำลังรักษาสถานะของประเทศมาเลเซียท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีน
ประเทศมาเลเซียยังพัวพันทางเศรษฐกิจกับทั้งสหรัฐและจีนหลายด้าน สหรัฐลงทุนในมาเลเซียมากในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
สหรัฐเป็นนักลงทุนต่างประเทศอันดับ 1 ของมาเลเซีย และสหรัฐเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่อันดับ 3 ของมาเลเซียในปี 2024
จีนเป็นประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันปาล์มจากมาเลเซีย และจีนเป็นประเทศที่ลงทุนเป็นอันดับที่ 3 ของมาเลเซีย
มาเลเซียกำลังเผชิญหน้าเรื่องภาษีการค้าและการควบคุมการส่งออกจากรัฐบาลทรัมป์
มาเลเซียยังเป็นประเทศที่อยู่ในจุดร้อนของภูมิภาคในประเด็นไต้หวันและทะเลจีนใต้
ในการเยือนมาเลเซียและเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนของทรัมป์วันอาทิตย์ 26 ตุลาคมนี้ ทรัมป์จะขยายความผูกพันทางเศรษฐกิจ แล้วผลักดันให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค อันเป็นการยกสถานะอาเซียนสู่เวทีนานาชาติ
สหรัฐกับมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับมาเลเซียยังมีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง
การเข้าประชุมสุดยอดอาเซียนของทรัมป์ โดยมีมาเลเซียเจ้าภาพผู้เป็นประธานอาเซียนนับเป็นโอกาสอันหายากมากเพื่อถกเถียงประเด็นความแตกต่างของทั้งสหรัฐและมาเลเซียในประเด็นปาเลสไตน์
ในขณะที่สหรัฐสนับสนุนอิสราเอล ส่วนมาเลเซียคนส่วนใหญ่ที่เป็นชาวมุสลิมสนับสนุนชาวปาเลสไตน์
แล้วพลังชาวมุสลิมและฝ่ายค้านในมาเลเซียจับจ้องบทบาทของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบาฮิม ไม่ให้ตกเป็นตัวแทนฝ่ายสหรัฐในเรื่องปาเลสไตน์
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ เขาเป็นผู้นำรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองผสมหลายเชื้อชาติแต่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จในปี 2022 อันวาร์ย่อมพยายามรักษาสมดุลต่อการเมืองภายในประเทศ
สำหรับรัฐบาลทรัมป์ จัดเก็บภาษีการค้ามาเลเซียร้อยละ 19 แล้วยังมีการถกเถียงประเด็นจีนห้ามส่งสินแร่หายาก (rare earth) ออก ที่สร้างความเดือดดาลต่อทรัมป์มาก เพราะนอกจากเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ แร่หายากยังมีความสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก เพราะสินแร่หายากเป็นส่วนประกอบสินค้าและอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ได้ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐในแง่ความมั่นคงมากด้วย
แร่หายากเป็นส่วนประกอบอันหนึ่งของระบบนำในรถยนต์ไฟฟ้า ในโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญแร่หายากก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาวุธที่ใช้ทางการทหารทั้งจรวดนำวิถี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของยุทโธปกรณ์ทั้งรถถัง เครื่องบินรวมไปถึงเรือรบและเรือดำน้ำด้วย
ในเวลาเดียวกัน สำหรับทรัมป์เอง ตัวเขาเน้นการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แม้ปีนี้ 2025 เขาพลาดไปแล้ว แต่กิจกรรมการสะสมเพื่อได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ก็ยังสำคัญสำหรับเขา
แน่นอนในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่คลี่คลายไปแล้วด้วยการประสานงานของอันวาร์ อับราฮิม แต่ไม่ควรลืมว่าบทบาทของทรัมป์ก็มีความสำคัญและนำไปสู่การร่วมเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาที่กัวลาลัมเปอร์ที่เพิ่งผ่านมาด้วย
ดังนั้น การมีภาพของทรัมป์ในเฟรมถ่ายรูปจึงเป็นทั้งลีลาผู้นำ แต่ก็เป็นภาพจำ ที่ผู้นำประกอบสร้างขึ้นมาและมีพลังในตัวของมันเองด้วย
อาเซียนในเส้นทางข้างหน้า
ความจริงมีกระแสต่อต้านทรัมป์ที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนมากโดยเฉพาะจากพลังภายในมาเลเซีย
แต่อันวาร์ออกมาโต้แย้งในประเด็นนี้ เขาพยายามชี้ให้เห็นว่า ในมุมทางการทูต นี่เป็นงานที่มีส่วนช่วยส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติของมาเลเซีย
มาเลเซียต้องทำหน้าที่สร้างสมดุล สร้างระเบียบระหว่างประเทศและมีความกล้าหาญแม้ต้องทำงานร่วมกับสหรัฐ
ทำอย่างไรให้ ยุคทรัมป์ 2.0 อาเซียนจะยังคงเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดต่อไปอย่างแข็งขัน
อันวาร์เห็นว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้จะทดสอบความสำเร็จที่จับต้องได้
คือ เรื่องปัญหาความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา และเรื่องของการค้า
บทบาทไทยที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล
ถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยกับนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ไม่ใช่ปฏิญญาสันติภาพหรือข้อตกลงสันติภาพ แต่เป็นแนวทางไปสู่การสร้างสันติภาพ เพราะหลังการลงนามแล้ว จะต้องเห็นการปฏิบัติตามข้อตกลง 4 ข้อที่ไทยได้ยื่นข้อเสนอไป นั่นคือ
1. การถอนอาวุธหนัก
2. การเก็บทุ่นระเบิด
3. การปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์
4. การหาแนวทางบริหารพื้นที่ชายแดน
นายกรัฐมนตรีอนุทินย้ำการลงนามในวันนี้ไม่ได้นำไปสู่การเปิดด่านในทันทีหรือไม่ได้ยอมรับการใช้แผนที่ 1: 200,000
แต่จะเห็นการปฏิบัติที่จะนำมาสู่สันติภาพที่แท้จริง คือจะมีพัฒนาการไปสู่การแก้ไขปัญหาตามลำดับ
ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน หรือสูญเสียอธิปไตยอย่างเด็ดขาด
ทรัมป์แฟ็กเตอร์
แปลกแต่จริง พัฒนาการของภูมิภาคอันรวมถึงบทบาทของอาเซียนถูกครอบงำด้วยประเด็นทรัมป์แฟ็กเตอร์ไปเสียหมด
ได้แก่ ภาพใหญ่ การที่ทรัมป์เข้าไปมีส่วนในการประชุมเอเปก ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ได้ย่อยย่อประเด็นต่างๆ และบทบาทอาเซียนในประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและกิจการการเมืองระหว่างประเทศเสียหมด
ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชาซึ่งนานาชาติมองว่าเป็นความขัดแย้งเล็กน้อยของชาติเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็แทบจะไร้ความหมายในการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งๆ ที่ความขัดแย้งนี้มีทั้งรากเหง้าประวัติศาสตร์ เรื่องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ ความเป็นชาติที่เอาเป็นเอาตายของทั้งไทยและกัมพูชา
เอเปกโดดเด่นด้วยการพบปะกันระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนกลายเป็นโอกาสอันหายากยิ่งนักและวางกรอบแห่งมหาอำนาจทั้งสองที่ส่งผลต่อเอเชียทั้งภูมิภาคและโลกอีกด้วย
เราจะเห็นได้ว่า เรื่องแร่หายาก (rare earth) ที่นับเป็นเหมือนแค่น้ำจิ้มที่นายกรัฐมนตรีอนุทินลงนามกับทางการสหรัฐ นับเป็นกรอบหลักที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดของสหรัฐ ในเมื่อการต่อสู้แข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนตอนนี้และในอนาคตเป็น สงครามด้านเทคโนโลยี ที่มีแร่หายากเป็นรูปธรรมและองค์ประกอบเบื้องต้นของเทคโนโลยีที่ก่อเกิดการแข่งขันอย่างหนักของทั้งสหรัฐและจีน
สงครามเทคโนโลยีกำลังเป็นแกนกลางของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วไม่ควรลืมว่าอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงคือในเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามนั้น อุดมไปด้วยแร่หายาก ดังนั้น ทั้งสหรัฐและจีนจึงไม่ได้สนใจประเด็นสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ปัญหาดินแดนเลย หากแต่สนใจกองกำลังติดอาวุธที่ครอบครองพื้นที่อันอุดมไปด้วยแร่หายากมากกว่า
สำหรับบางประเทศรวมทั้งไทย การเผชิญกับปัญหาองค์กรอาชญากรรมสแกมเมอร์ข้ามชาติอันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระหว่างประเทศใหม่ที่ซับซ้อนและส่งผลร้ายแรงเช่นไร ทั้งสหรัฐและจีนก็แค่มองดู แต่ตัวการสำคัญคือ แร่หายากในทางภูมิรัฐศาสตร์คือ แกนกลางทางนโยบายของชาติมหาอำนาจไปแล้ว
ไทยต้องเข้าใจพลวัตภูมิภาคให้แจ่มแจ้ง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
