bg-single

ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาชน เดินเกมชิงไหวพริบแก้ รธน.- ยุบสภาที่สุด ‘ฝันไกล’ ไปไม่ถึง?

28.11.2025

การเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการทำบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement) หรือ MOA ระหว่างพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อโหวตให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อรัฐบาล “อนุทิน” เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว 3 พรรคการเมืองใหญ่ ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา เพื่อเร่งเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที

โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ได้โหวตรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย แต่ปัดตกร่างของพรรคเพื่อไทย ทิ้งไป 1 ร่าง

พร้อมกับมีมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาฯ จำนวน 43 คน ซึ่งมีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกรรมาธิการฯ

ปัจจุบันการพิจารณาชั้นกรรมาธิการฯ เสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งร่างรายงานให้ประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุวาระ ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกสมัยประชุมวิสามัญรัฐสภา ในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2568 พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 2 และวาระที่ 3 เพื่อให้รัฐสภาสามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จทันตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้

แต่ทว่า สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะสัญญาณ “ยุบสภา” เริ่มแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สอดคล้องกับการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำชับในที่ประชุมว่าให้เตรียมตัวฟังสัญญาณในวันที่ 12 ธันวาคม ไม่ว่าจะจากตัวนายอนุทินเองหรือจากสภา ว่าอาจมีอะไรหรือไม่

แน่นอนว่า การส่งสัญญาณจากผู้กุมอำนาจระดับนายกรัฐมนตรี เสมือนเป็นการนับถอยหลังว่าการ “ยุบสภา” เพื่อเดินหน้าสู่ “การเลือกตั้ง” อาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าไทม์ไลน์เดิมที่กำหนดไว้หรือไม่

ประกอบกับมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลส่งสัญญาณให้แต่ละกระทรวงเสนอโครงการงบประมาณภายในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ อาจเชื่อมโยงถึงการยุบสภา 12 ธันวาคมนี้ด้วยเช่นกัน

กระแสยุบสภาที่มาเร็วกว่ากำหนดนั้น อาจเป็นเพราะรัฐบาลถูกกดดัน เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยืนกรานชัดเจนว่าต้องการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “อนุทิน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 แบบลงมติ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าแค่ยื่นญัตตินายกฯ ก็ยุบสภาหนีไม่ได้แล้ว

ขณะที่จุดยืนของพรรคประชาชนก็มีความต้องการผลักดันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านที่ประชุมร่วมรัฐสภาวาระ 3 ไปก่อนแล้วค่อยยุบสภา

โดย “เท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์รายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดยช่วงหนึ่งถูกถามว่า ได้ยินว่าไปขอนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้รอผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปก่อน ค่อยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดยนายณัฐพงษ์ระบุว่า คงไม่ใช่การขอ แต่เป็นการพูดคุย ประเมินทิศทางทางการเมือง เป็นการเอาประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง แต่รายละเอียดบนโต๊ะคงบอกไม่ได้ เป็นเรื่องมารยาท ยืนยันไม่ได้พูดกันว่าครั้งหน้าจะร่วมรัฐบาลยังไง หรือแบ่งโควต้ากันยังไง

“ที่เข้าไปคุยกับคุณจุลพันธ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจว่า เซ็นเอ็มโอเอ เพราะอยากให้ประเทศเดินหน้า อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องของคุณ ถ้ายื่นไปก็พร้อมทำหน้าที่เต็มที่ แต่ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ”

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีการร้องขอมาจริง โดยนายณัฐพงษ์เป็นคนขอว่าไม่ให้พูด และเป็นคนขอว่ายังไม่ใช่ประเด็นที่จะสื่อสาร ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล แต่นายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนได้ร้องขอให้ชะลอ เพื่อให้รอการลงมติวาระ 3 ซึ่งยังไม่มีข้อตัดสินใจหรือข้อสรุป หลังจากนี้ไม่เกินก่อนเปิดสมัยประชุม คงจะได้ติดต่อประสานงานและพูดคุยกันกับนายณัฐพงษ์และทีมเพื่อสรุปเรื่องของทิศทาง

ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยื่นซักฟอกภายหลังเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 สำเร็จได้ นายจุลพันธ์ระบุว่า “เป็นไปได้ทุกอย่าง เพราะเราต้องคำนึงถึงทุกองค์ประกอบ ต้องมีการหารือกันซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้วหนึ่งครั้งถึงทิศทางการทำงานของทั้งสองพรรค ดังนั้น ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการใดๆ โดยมารยาทจะประสานงานกลับไป แต่การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดนี้ จะป็นการตัดสินใจภายในว่าจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างไร หากพรรคประชาชนตัดสินใจอย่างไร”

“จะร่วมกระบวนการตรวจสอบ หรือจะรอหรือจะเว้นวรรคอย่างไรเป็นอำนาจและการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมืองที่สามารถดำเนินการได้”

ฟากนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ฯ ได้แสดงความห่วงใย และขอโอกาสอยากให้รัฐธรรมนูญที่ลงทุนลงแรงรับหลักการอย่างเอกฉันท์ กมธ.ประชุม 15 ถึง 16 ครั้ง ได้ผลิดอกออกผล กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ปลดล็อก

“อยากผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จก่อนปีใหม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นการยุบสภาหรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขที่อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ ก็อยากขอโอกาสทำให้แล้วเสร็จ เพื่อเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด แต่เราก็พร้อมทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหวังว่าจะไม่มีอะไรที่มาขัดขวางหรือมาขัดแย้งกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรอบนี้” นายณัฐวุฒิกล่าวและระบุว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคมจริง รัฐบาลเองก็ไม่สามารถยุบสภาได้ ในเมื่อยุบสภาไม่ได้ ก็ขอรอให้พิจารณารัฐธรรมนูญให้จบไปพร้อมกันได้หรือไม่

ส่วนที่มีกระแสข่าวจะยุบสภาก่อนยื่นอภิปรายนั้น ไม่สามารถก้าวล่วงการแก้ปัญหาของรัฐบาลได้ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะจบลงแค่วาระ 2 ซึ่งในทางกฎหมายอาจไม่ตกไป 100% อยู่ที่ว่ารัฐบาลใหม่จะหยิบขึ้นมา พิจารณาต่อหรือไม่แต่ในความเป็นจริงต้องยอมรับว่าเมื่อตกไปก็เสมือนเริ่มกระบวนการใหม่อีก ซึ่งไม่รู้ว่ามีฉันทมติอย่างไร

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง แต่ท้ายที่สุดหากสามารถเดินหน้าได้ ในเวลาที่เหลืออีกไม่มาก ทำไมเราถึงจะไม่ทำเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นก่อน จึงขอส่งสัญญาณแรงๆ เนื่องจากมีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่รอให้กรรมาธิการทำวาระ 3 ให้เสร็จ จนนำไปสู่การตั้งคำถามประชามติรอบเดียว ประชาชนจะได้ไม่เสียโอกาสในการใช้สิทธิ์ หากเป็นเช่นนั้นจริงอยู่ที่ฉันทมติของประชาชนว่าจะเห็นควรแก้หรือไม่ ซึ่งไม่ควรเป็นสิ่งที่เอาประเด็นทางการเมืองไปจำกัดการใช้สิทธิ์ของประชาชน ในนามของ กมธ.ฯ เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว อยากให้จบอย่างมั่นใจ และอยากขอโอกาสให้จบเสียทีในช่วงโอกาสที่เราได้ทำ” นายณัฐวุฒิระบุ

สถานการณ์การเมืองหลังจากนี้คงต้องรอลุ้นและติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีบทสรุปอย่างไร แน่นอนว่า หากพรรคฝ่ายค้านตัดสินใจยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล ตามมาตรา 151 โอกาสที่นายกฯ จะประกาศยุบสภา ย่อมเป็นไปได้สูง

และแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องสะดุดหยุดลงไปไม่ถึงฝันอีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์