พท.ขยับยืด ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ภท.ผ่อนชิงเกม ‘ยุบสภา’ เปิดทางแก้น้ำท่วม-ลุ้นแก้ ‘รธน.’
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่าการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จะไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้แน่นอน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องว่าอยู่ในขั้นตอนกำลังรวบรวม เก็บข้อมูล พยานหลักฐานต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาลชุดนี้แน่ๆ โดยเฉพาะประเด็นการบริหารงานที่ผิดพลาดล้มเหลว ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมทั้งการจัดการน้ำท่วมภาคใต้ที่ผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรง เป็นต้น
นอกจากนี้ ล่าสุด นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังออกมาตอกย้ำด้วยว่า จะยื่นซักฟอกหลังจากการอภิปรายรัฐธรรมนูญวาระ 2 ในวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ แต่จะเป็นช่วงเวลาใดต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรค พท.หารือกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค
ทั้งนี้ ควรยื่นซักฟอกหลังจากการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 เสร็จสิ้นแล้ว โดยหลังจากแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จ ในวันที่ 11 ธันวาคม แล้วจะต้องทิ้งไว้ 15 วัน เพื่อโหวตวาระ 3 ในวันที่ 26 ธันวาคม ดังนั้นน่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ช่วงต้นปี 2569
ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุเช่นกันว่า พรรคจะนำประเด็นความล้มเหลวแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน เพราะแสดงถึงความอ่อนหัดในการบริหารงาน แต่จะยื่นในช่วงเวลาใด ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค พท.
แต่ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล้าหาญพอที่จะฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยอมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน อย่าชิงยุบสภาหนี
แต่ทว่าท้ายที่สุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาสยบข่าวหลังมีข้อมูลว่าพรรค พท.จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ย้ำว่าขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมาคุยในนาทีนี้ แต่ยืนยันกระบวนการตรวจสอบพรรค พท.ไม่ได้หยุดนิ่ง ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และติดตามการทำงานของรัฐบาลเรื่องการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ สะท้อนชัดถึงประสิทธิภาพ ฉะนั้นเรารวบรวมประเด็นทั้งหมดอยู่ การทำงานเรื่องติดตามตรวจสอบรัฐบาลเราไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กระบวนการพูดคุยการยื่นหรือไม่ยื่นญัตติ ในช่วงนี้ขออนุญาตยังไม่พูดคุย เพราะเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม สำหรับประเด็นเรื่องการบริหารสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐบาลจะนำไปอยู่ในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ซึ่งถือเป็นการบริหารของรัฐบาล ที่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องผิดพลาด เป็นเรื่องปกติ
“กระบวนการยื่นซักฟอกเป็นการตรวจสอบไม่มีเหตุใดๆ ที่รัฐบาลจะต้องยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอก ฉะนั้นหากพรรค พท.ยื่น รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการตอบเท่านั้น สภามีหน้าที่ในการตัดสินใจรับรองให้ดำเนินการในฐานะภารกิจรัฐบาลต่อหรือไม่ เป็นไปตามกลไกและไม่มีเหตุใดที่จะมาอ้าง และหนีจากกระบวนการในการตรวจสอบ ตนมองว่าคนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เข้าใจกลไกตามระบอบประชาธิปไตยจึงได้พูดคำนี้ออกมา” นายจุลพันธ์ระบุ
แน่นอนว่า การที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัดสินใจขยับเวลาการยื่นญัตติซักฟอก ‘รัฐบาลอนุทิน’ ออกไป ในช่วงที่สถานการณ์พื้นที่ภาคใต้กำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมหนัก และต้องใช้เวลาฟื้นฟู เยียวยาความเสียหาย ย่อมลดแรงกระแทกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปได้พอสมควร
เพราะถ้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เลือกชิงจังหวะที่รัฐบาลกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ล่าช้าและบกพร่อง ยื่นญัตติซักฟอก ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาเล่นเกมการเมืองมากจนไปเกิน โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลก็ออกมาพูดชัดเจนว่าหากพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด พร้อม ‘ยุบสภา’ ทันที
และหาก ‘ยุบสภา’ เกิดขึ้นก่อนไทม์ไลน์ที่ ‘นายกฯ’ ประกาศไว้คือวันที่ 31 มกราคม 2569 ย่อมส่งกระทบต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภาเตรียมเปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 10-11 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช…. รัฐสภา พิจารณาเนื้อหาเสร็จแล้ว อาจจะต้องสะดุดและตกไปอีกครั้ง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาระบุถึงกระแสข่าวการยุบสภา วันที่ 12 ธันวาคมว่า เรื่องยุบสภาอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าสภาชุดนี้ไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2569
ส่วนกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีการประสานกับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องการยุบสภา นายอนุทินยืนยันว่า “ยัง ยังไม่มีครับ ผมยังไม่ได้คุยกับผู้บริหารพรรคไหนเลย อย่าว่าแต่พรรคเพื่อไทยเลย พรรคไหนก็ไม่ได้คุย เราบริหารราชการโดยมีไทม์ไลน์ของเราอย่างไรก็รักษาคำพูด เรามีเอ็มโอเอ ผมเชื่อว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ได้ทำทุกอย่างตามเงื่อนไขเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน วันนี้เราเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่อยากพูดคำว่าเอ็มโอเอเยอะ เพราะเป็นเรื่องของ 2 พรรค วันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลและประเทศแล้ว ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เราบอกแล้วว่าวันที่ 31 มกราคม 2569 เราจะยุบสภา ตอนนี้มีสถานการณ์อะไรต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้พวกเราทุกคนไปช่วยพี่น้องประชาชนบรรเทาทุกข์เอาเขาออกจากความทุกข์ร้อน เอาเขากลับบ้านฟื้นฟูคืนบ้านเมืองให้เขา หายใจอีกแป๊บเดียวก็ยุบสภาฯ แล้ว”
ส่วนล่าสุด พรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนนี้ นายอนุทินระบุว่า “ถ้ายุบสภาฯ ถ้าช่วงมีภัยพิบัติเรื่องฉุกเฉินต่างๆ รัฐบาลจะทำงานช่วยเหลือประชาชนลำบาก แต่ถ้าเกิดมีความจำเป็น หากไม่มีทางเลือกมันก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องมีความพร้อม”
นอกจากนี้ นายกฯ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีวันที่ 12 ธันวาคมนี้ จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ ว่า “คาดเข็มขัดนิรภัย” และย้ำด้วยว่า “อยู่ไม่เกิน 31 มกราคม 2569”
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คงต้องรอลุ้นกันว่า หากสถานการณ์และปัญหาน้ำท่วมคลี่คลายลง รวมทั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านวาระ 3 เรียบร้อยแล้ว พรรคเพื่อไทย จะใช้ช่วงจังหวะเวลาใดยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล หรือว่าจะรอให้นายกฯ ประกาศยุบสภาตามกำหนดไทม์ไลน์คือ 31 มกราคมปีหน้า
