ภารกิจ ‘เจ้าภาพ’ หนักหน่วง ‘ซีเกมส์’ เผชิญนานาอุปสรรค ปัญหา ‘กัมพูชา-น้ำท่วม’ เขย่า
ซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องการบริหารจัดการของฝ่ายจัดการแข่งขัน สนามแข่งขันสร้างไม่เสร็จ-ปรับปรุงไม่ทัน ดราม่าโกงเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ภัยธรรมชาติ
รวมไปถึงการออกบัตร Accreditation Card (AD CARD) ของสื่อมวลชนที่ล่าช้า จนทำให้สื่อกีฬาไทยปรามาสว่าซีเกมส์ครั้งนี้อาจถึงขั้นเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจจะจัดได้แย่กว่าที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพเสียอีก
ทั้งๆ ที่มีเวลาเตรียมความพร้อมมานานกว่า 2 ปี แต่การดำเนินงานกลับไร้ประสิทธิภาพ สับสนวุ่นวายล้มเหลวทุกมิติ ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหายยับเยินในสายตาคนทั้งโลก
และคาดว่าเมื่อการแข่งขันเริ่มเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ปัญหาต่างๆ คงจะเยอะกว่านี้หรือไม่อย่างไร
เดิมทีซีเกมส์ครั้งนี้วางแผนจัดใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลา แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคใต้ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง
อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสังเวียนการแข่งขันซีเกมส์รวม 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย มวย ฟุตบอลชายรอบคัดเลือก หมากรุกสากล กาบัดดี้ วูซู ปันจักสีลัต ยูโด เปตอง คาราเต้ และมวยปล้ำ
จึงทำให้ฝ่ายจัดฯ มีมติย้ายสนามแข่งขันจากสงขลามากรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มเปิดฉากขึ้นเพียงไม่กี่วัน โดยให้เหตุผลเรื่องมาตรฐานสากล หวังสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกชาติ และคำนึงถึงความปลอดภัย แต่กลับสร้างความอลหม่านให้กับนักกีฬาและสื่อมวลชนที่มาเกาะติดรายงานข่าวอยู่พอสมควร
ผลที่ตามมาคือ ไทยต้องพิจารณาชดเชยค่าเที่ยวบินและค่าที่พักให้แก่ชาติสมาชิกที่จองโรงแรมในสงขลาไปแล้ว
นับเป็นบทเรียนราคาแพงในฐานะเจ้าภาพ แน่นอนว่าภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีแผนสำรองที่ดีอาจจะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อย
นอกจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งรุนแรงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันและต้องมาปรับแก้กันใหม่วุ่นวายคือ กรณีที่กัมพูชาประกาศถอนตัวจาก 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ยูโด คาราเต้ ปันจักสีลัต เปตอง มวยปล้ำ วูซู ฟุตบอล เซปักตะกร้อ และวอลเลย์บอล
โดยให้เหตุผลว่ากังวลเรื่องความปลอดภัย หลังเกิดข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนนำไปสู่เหตุปะทะกัน มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ วัต จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกัมพูชา ระบุว่า การลดจำนวนนักกีฬาลงทำให้เราควบคุมได้ง่าย ความปลอดภัยของนักกีฬาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับคำสั่งโดยตรงจากรัฐบาลกัมพูชาระดับสูง
พร้อมทั้งย้ำว่าการถอนตัวครั้งนี้เกิดจากปัจจัยทางการเมืองและความมั่นคง มากกว่าปัจจัยด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประกาศคว่ำบาตรกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้อาจจะได้ใจชาวกัมพูชา ปลุกกระแสชาตินิยม ความรักชาติรักแผ่นดินไปในตัว แต่กัมพูชาก็ต้องยอมรับสภาพกับบทลงโทษที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหตุใช้ประเด็นทางการเมืองมาเป็นเงื่อนไขไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน
โดยสหพันธ์เซปักตะกร้อโลกและแห่งเอเชีย ประกาศแบนกัมพูชาในกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะที่สหพันธ์กีฬาอื่นๆ อาจจะพิจารณาบทลงโทษเพิ่มเติม เพราะถือเป็นการทำผิดกฎการถอนตัวหลังจากที่ได้ยืนยันส่งรายชื่อนักกีฬาเข้าสู่ระบบการแข่งขันแล้ว
ทั้งนี้ ปัญหากัมพูชาและน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ว่าหนักหน่วงแล้ว แต่ยังมีเรื่องให้น่าตกใจเข้าไปอีก หลังนายเรืองฤทธิ์ สันติสุข นักออกแบบแสงและโชว์ระดับประเทศ อดีตไดเร็กเตอร์พิธีเปิด-ปิด ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ออกมาแฉว่าถูกภาครัฐยกเลิกงานทั้งหมด ทั้งๆ ที่ทำงานมา 7 เดือน และเพิ่งมีทีมใหม่เข้ามาทำเมื่อกลางเดือนตุลาคม
ส่วนต้นตอของปัญหาครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล มีผู้ใหญ่ที่ใหญ่กว่าเข้ามาควบคุม สถานที่ถูกย้ายจากสนามหลวงมายังราชมังคลากีฬาสถาน ตลอดจนขาดความชัดเจนในการทำงาน
“เราไม่เข้าใจการสร้างงานระดับประเทศใหม่ภายใน 1 เดือน ได้แต่หวังว่าจะออกมาไม่อายคนทั้งโลก ไม่เอิงเอย โบราณครํ่าครึ เพราะมันจะจารึกความก้าวหน้าทางกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ ว่าในวันนี้ประเทศเรายืนอยู่ ณ จุดใด” นายเรืองฤทธิ์กล่าว
โดยตลอดระยะเวลาเตรียมงานซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน ได้แก่ เศรษฐา ทวีสิน กับแพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย และอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย
ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนเก้าอี้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รวม 4 คน ได้แก่ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช สรวงศ์ เทียนทอง และอรรถกร ศิริลัทธยากร
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนตัวนายกฯ และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับแผนงานที่เตรียมการเอาไว้ เพราะแต่ละยุคแต่ละสมัย ระดับผู้สั่งการต่างก็มีนโยบายที่แตกต่างกันออกไป และต้องมาปรับจูนกันใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้การประสานงานอาจไม่ต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็น
ยิ่งไปกว่านั้นยังเจอปัญหานักกีฬาทวงเบี้ยเลี้ยงก่อนแข่ง อริศรา นุ่นเอียด หรือมงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า นักมวยไทยทีมชาติชุดซีเกมส์ ตั้งคำถามถึงผู้ใหญ่ในสมาคม หลังรอเงินเบี้ยเลี้ยงนานเป็นอาทิตย์ ทักไปถามก็เงียบ ทำให้ไม่มีกำลังใจลงแข่งขัน ขอความเห็นใจจากผู้ใหญ่ เพราะนักกีฬาทุกคนต่างมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
ขณะที่ก่อนหน้านี้ 2 นักแบดมินตันไทยอย่าง วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ และเมย์-รัชนก อินทนนท์ โดนหักเบี้ยเลี้ยงจาก 60,000 บาท เหลือเพียง 6,000 บาท เนื่องจากไม่ได้เข้าทดสอบร่างกายตามกำหนด เพราะติดภารกิจการแข่งขันเพื่อชาติ จนทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องรีบออกมาสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น
ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ถือว่าเงียบเหงามากถึงมากที่สุด เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เหตุไม่มีการตกแต่งสร้างบรรยากาศความคึกคัก มีเพียงป้ายโปรโมตบนป้อมตำรวจ หรือป้ายเล็กๆ ตามข้างทางเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ก่อนเริ่มการแข่งขันยังพบความมั่วซั่วของฝ่ายจัดฯ หลังทำกราฟิกธงชาติในโปรแกรมการแข่งขันฟุตซอลผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ทีมชาติไทยกลายเป็นเวียดนาม ขณะที่อินโดนีเซียกลายเป็น สปป.ลาว
ทำให้คนกีฬาต่างออกมาตำหนิผู้เกี่ยวข้องที่รับงานไปด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แต่กลับทำงานได้อย่างห่วยแตกไร้ประสิทธิภาพ และไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตอบโต้เสียงวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ โดยระบุว่ามีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ กัมพูชาถอนตัว ทำให้โปรแกรมการแข่งขันต้องปรับเปลี่ยน และสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ที่ทำให้ต้องโยกการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬาจากสงขลามาจัดที่กรุงเทพฯ และชลบุรี ซึ่งกำหนดการทุกอย่างยังเหมือนเดิม
“เดี๋ยววันที่ 9 ธันวาคม ก็ได้เห็นทั้งพิธีเปิดและกระบวนการของการจัดการแข่งขัน เรื่องประชาสัมพันธ์รัฐบาลได้เร่งเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทั้งในกรุงเทพฯ และชลบุรี”
“ผมเชื่อว่า 2 จังหวัดนี้พี่น้องประชาชนที่เป็นคอกีฬาคงรับรู้รับทราบกันเต็มที่แล้ว และมีการเพิ่มในส่วนของการประชาสัมพันธ์ของการรณรงค์ในการเป็นเจ้าภาพที่ดี”
“แต่ก็ต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา ก็มีหลายๆ เรื่อง ล่าสุด ก็มีสถานการณ์ที่หาดใหญ่ ทำให้ความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนไปโฟกัสเรื่องน้ำท่วมแทน” นายอรรถกรกล่าว และยืนยันว่า การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท
สำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยมี “แบมแบม” กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินไทยสุดฮอต จากวง GOT7 มาร่วมโชว์ในพิธีเปิดการแข่งขัน
หลังจากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าประเทศไทยจะสามารถกอบกู้หน้ากลับคืนมาได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดสะท้อนให้เห็นภาพว่าภารกิจในการเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ของประเทศไทยหนักหน่วง และเต็มไปด้วยนานาอุปสรรคโดยแท้จริง!
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
