สถานการณ์สงครามและการเมืองโลกในปีใหม่ 2026 น่าจะยังเป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาต่างๆ ที่มีมาตั้งแต่ปี 2025 หากแต่สิ่งที่เป็นความน่ากังวลคือ สถานการณ์ในปีใหม่นี้ ดูจะมีปัจจัยเชิงบวกไม่มากนัก และอาจไม่ส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายไปในทางที่โลกจะเห็น “แสงสว่างของสันติภาพ” ที่ปลายอุโมงค์อย่างที่หลายฝ่ายต้องการ
ดังนั้น หากเราทดลองมองไปในปีหน้าผ่านบริบทของสงครามแล้ว เราจะเห็นถึงจุดเปราะบางที่ท้าทายต่อเสถียรภาพในเวทีระหว่างประเทศ 12 จุด ดังต่อไปนี้
1) สงครามรัสเซีย-ยูเครน: สงครามยูเครนในปี 2026 จะเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของสงครามอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีกระบวนการสันติภาพที่ผลักดันโดยผู้นำสหรัฐ แต่สันติภาพในยูเครนดูจะเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะข้อถกเถียงในประเด็นเรื่องของดินแดนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ซึ่งรัสเซียคงไม่ยอมส่งคืนให้กับรัฐบาลยูเครน แต่รัฐบาลยูเครนก็ไม่มีขีดความสามารถที่จะปลดปล่อยดินแดนส่วนนี้ได้ ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องสันติภาพยูเครน และการค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนในอนาคต จะยังเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองโลกในปี 2026 หรือบางทีการจัดการให้เกิดการหยุดยิงในยูเครน ก็อาจจะเป็นประเด็นพื้นฐานที่ยังไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติได้จริงในปีใหม่
2) สงครามรัสเซีย-เนโต้: สิ่งที่เป็นประเด็นสืบเนื่องมาจากสงครามยูเครนอย่างสำคัญคือ ปัญหาสงครามของรัสเซียจะขยายออกนอกพื้นที่ของยูเครน และเกิดขึ้นกับชาติสมาชิกของเนโต้ เช่นกรณีของฟินแลนด์และโปแลนด์หรือไม่ เพราะหากเกิดขึ้นจริงแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการบังคับใช้มาตรา 5 ของกฎบัตรเนโต้ อันนำไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงระหว่างรัสเซียกับเนโต้ ซึ่งจะกลายเป็นสงครามใหญ่ในตัวเอง และหลายฝ่ายกังวลว่า สงครามรัสเซีย-เนโต้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ด้วย
3) สงครามที่ไม่จบในกาซ่า: อิสราเอลยังคงใช้อำนาจทางทหารกระทำต่อเป้าหมายในกาซ่าอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะมีเงื่อนไขของการหยุดยิงแล้วก็ตาม อิสราเอลอาจเชื่อมั่นในพลังอำนาจทางทหารของตน แต่การกระทำเช่นนั้น ก็ทำให้อิสราเอลมีปัญหาต่อการได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งอิสราเอลก็อาศัยการสนับสนุนทางการเมืองจากสหรัฐ ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับผลกระทบต่อสถานะของรัฐอิสราเอลในเวทีสากลมากเกินไป อีกทั้ง มีการสร้างภาพของความจำเป็นทางทหารในการป้องกันตนเอง (การใช้กำลังทางทหารอย่างเกินความจำเป็นของอิสราเอลเช่นนี้ ประเทศอื่นอาจนำไป “ลอกเลียน” ใช้เป็นข้อแก้ตัวในเวทีสากลได้ยาก เพราะไม่มีการสนับสนุนจากรัฐมหาอำนาจใหญ่)
4) สงครามที่ขยายตัวในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน: นอกจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซ่าแล้ว อิสราเอลยังขยายบทบาททางทหารของตนเข้าไปจัดการกับชาวปาเลสไตน์ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งมีความน่ากังวลว่า ปฏิบัติการทางทหารนี้ในปี 2026 จะขยายตัวมากขึ้น และจะเป็นโจทย์สำคัญอีกส่วนของปัญหาในเวทีโลก รวมถึงบทบาทของกลุ่มขวาจัดของชาวยิวในการทำลายและคุกคามต่อชาวปาเลสไตน์ที่เป็นผู้อาศัยดั้งเดิมในพื้นที่นี้
5) สงครามที่หวนคืนระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล: สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเป็นสิ่งที่ไม่อาจยุติลงได้จริง แม้อิหร่านจะถูกทำลายศักยภาพทางทหารอย่างมาก และขีดความสามารถในการโจมตีทางทหารของอิหร่านจะถูกลดทอนอย่างมาก แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในอนาคตเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะความสงบอาจเป็นภาพลวงตา ที่อาจปะทุได้อีกในปี 2026 ตลอดรวมถึงความพยายามของอิหร่านในการฟื้นโครงการนิวเคลียร์ของตนอีกครั้ง
6) การโจมตีในทะเลแดง: ปฏิบัติการโจมตีเรือของกลุ่มฮูตีที่เกิดขึ้นในทะเลแดง แม้จะเป็นภัยคุกคามที่ไม่อยู่ในระดับสำคัญเช่นสงครามในกาซ่า แต่ก็เป็นปัญหาความมั่นคงทางทะเล ที่ส่งผลต่อการขนส่งในพื้นที่ดังกล่าว และการโจมตีเช่นนี้น่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อไปในปี 2026 แม้กลุ่มฮูตีจะถูกโจมตีอย่างหนักในปี 2025 แต่ก็มิได้มีนัยว่า ขีดความสามารถในการโจมตีทางทะเลของกลุ่มจะหมดสถานะการเป็นภัยคุกคามในทะเลแดงแต่อย่างใด เพราะกลุ่มใช้โดรนราคาถูกจากอิหร่านเป็นเครื่องมือในการโจมตี

7) สงครามข้ามช่องแคบไต้หวัน: ความตึงเครียดในปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่น่ากังวลเสมอ เพราะปัญหานี้ได้แสดงให้เห็นมาตลอดช่วงในระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยการแสดงแสนยานุภาพของจีน ไม่ว่าเราจะตีความว่าการแสดงเช่นนี้คือ การฝึกซ้อมในการเตรียมการทางทหาร หรือเป็นการส่งสัญญาณในเวทีโลกที่จีนเตรียมพร้อมแล้วในการดำเนินการกับไต้หวัน และคาดเดาได้ไม่ยากว่า วิกฤตการณ์ไต้หวันน่าจะเป็นปัญหาของการเมืองโลกในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทั้งน่าสนใจว่า ปัญหานี้จะมีความรุนแรงเพียงใดในปีใหม่ เพราะปัญหามีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านมา
8) ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี: สถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรแห่งนี้มีแนวโน้มที่จะทวีมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลพวงของการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่า โอกาสของการยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการนั้น ยิ่งห่างไกลออกไป ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่า คาบสมุทรเกาหลียังเป็นจุดเปราะบางของการเมืองโลกต่อไปในปี 2026 อีกทั้ง ขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือน่าจะขยับไปมากขึ้นอีกในปีใหม่นี้
9) สงครามในทะเลจีนใต้: การอ้างกรรมสิทธิ์ทางทะเลของรัฐต่างๆ ในบริบทของปัญหาทะเลจีนใต้นั้น เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญในการเมืองโลก และมีแนวโน้มที่ปัญหานี้อาจปะทุและขยายตัวเป็นปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะบทบาทของจีนที่มีลักษณะของการใช้กำลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจีนเองต้องการอ้างกรรมสิทธิ์ในเชิงพื้นที่ทั้งหมด อันทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับรัฐอื่นๆ ที่อ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลแห่งนี้ ดังเช่นในกรณีของฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นต้น น่าติดตามว่า ปัญหานี้จะกระทบกับอาเซียนอย่างไร เมื่อฟิลิปปินส์เข้ารับหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2026 นี้
10) สงครามกับกลุ่มอาชญากรรมของเวเนซุเอลา: หากผู้นำสหรัฐดำเนินการโจมตีทางทหารต่อเรือของเวเนซุเอลาอย่างไม่หยุดแล้ว ด้วยข้ออ้างของการโจมตีเรือขนยาเสพติด ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลาเช่นนี้ น่าจะขยายตัวไม่เป็นเพียงปัญหาในภูมิภาคอเมริกา แต่ขยายเป็นปัญหาสำคัญในเวทีโลกในปี 2026 และอาจดึงเอารัฐอื่นๆ ในภูมิภาคเข้ามาเป็นสงครามการเมืองด้วยการให้การสนับสนุนรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ จึงน่าสนใจว่า ปัญหาการโจมตีของสหรัฐในทะเลแคริเบียนในปี 2026 นั้น จะคลี่คลายไปอย่างไรในอนาคต และจะส่งผลอย่างไรกับบทบาทและความสัมพันธ์ของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าวอย่างไรในอนาคต
11) สงครามในพื้นที่ของรัฐชายขอบ: นอกจากแนวโน้มของสงครามใหญ่ที่อาจเกิดในเวทีโลกแล้ว อาจต้องหันมาพิจารณาสงครามของรัฐรอบนอก เช่น สงครามในทวีปแอฟริกา ดังที่เห็นได้จากสงครามและความขัดแย้งในซูดาน ซูดานใต้ โซมาเลีย มาลี และอาจรวมถึงสงครามกลางเมืองในเมียนมาร์ด้วย ซึ่งจะต้องตระหนักว่า สงครามในพื้นที่เช่นนี้มีความรุนแรง และสร้างปัญหาวิกฤตมนุษยธรรมอย่างมากด้วย
12) สงครามไทย-กัมพูชา: ในปีใหม่ 2026 คงต้องบรรจุสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นหนึ่งในสงครามที่อาจต้องจับตามมอง เพราะความขัดแย้งที่นำไปสู่การใช้กำลังในครั้งนี้ กำลังกลายเป็นสงครามใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคปัจจุบัน แม้สงครามจะเกิดมาตั้งแต่กลางปี 2025 และมีการเจรจาหยุดยิงก่อนที่ปีใหม่จะเริ่มขึ้น แต่ก็มีความหวั่นใจว่า สงครามระหว่างรัฐเพื่อนบ้านทั้ง 2 จะยุติได้จริงเพียงใด และคาดว่า ผลของสงครามนี้จะยังเป็นประเด็นทั้งทางการเมืองและการทหารของรัฐคู่พิพาทต่อไปในปีใหม่
โลกร้อนกับไฟสงคราม !
บทความนี้เป็นการทดลองนำเสนอมุมมองต่อสถานการณ์โลกในบริบทของสงคราม ซึ่ง 12 จุดร้อนนี้ เป็นสัญญาณว่า สำหรับโลกในปี 2026 นั้น สงครามจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเมืองโลก และทั้งอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วยในบางจุด และรวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราเองด้วย ที่มีทั้งปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองเมียนมาร์ และสงครามไทย-กัมพูชา
แต่ก็ยังมีความหวังอยู่สักนิดว่า ไฟสงครามในปี 2026 จะไม่ร้อนจนกลายเป็น “เตาย่างนกพิราบแห่งสันติภาพ” ในการเมืองโลกไปจน “ไหม้เกรียม” มากกว่านี้ !
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
