bg-single

มหาวิทยาลัยอำนาจนิยม | สุรชาติ บำรุงสุข

30.12.2025

มหาวิทยาลัยอำนาจนิยม (Ep. 16) | สุรชาติ บำรุงสุข

ในขณะที่การเลือกตั้งกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อจะได้ผู้ที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในทางการเมือง … แต่สำหรับการได้มาของตัวแทนในมหาวิทยาลัยไทยมีความแตกต่างออกไป เนื่องจากไม่อนุญาตให้มีการเลือกตั้ง และมีการใช้การเลือกในรูปแบบของ “การสรรหา” แทน ซึ่งอาจเปรียบเทียบในทางรัฐศาสตร์ว่า กระบวนการสรรหาในมหาวิทยาลัยนั้น มีลักษณะเป็นในแบบ “ประชาธิปไตยทางอ้อม” (indirect democracy) ที่มีคณะกรรมการที่ถูกเลือกสรรมาทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหา กล่าวคือ การเลือกบุคลากรในมหาวิทยาลัยใช้การสรรหาทั้งหมด ไม่มีลักษณะของการเลือกทางตรง

หากดูเผินๆ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร … แต่ปัญหาจะเกิดทันที ถ้าอธิการบดีเล่นบท “จอมเผด็จการ” ที่จะต้องกระชับอำนาจ ด้วยการเลือกอาจารย์และ/หรือบุคลากรลงในตำแหน่งคณบดี (หรือหน่วยงานในระดับเทียบเท่าคณะ) คนที่จะได้ตำแหน่งจะต้องเป็นคนที่ท่านผู้นำอนุมัติเห็นชอบ และยินยอมผ่านให้ตามความ “พึงพอใจ” เท่านั้น เช่น แม้มีกรณีที่คนในประชาคมมีความเห็นแย้ง แต่ท่านผู้นำก็พร้อมที่จะสวมบทบาทเป็นจอมเผด็จการ “ทุบโต๊ะ” ว่า “ฉันจะเอาคนนี้” หรือ “ฉันไม่เอาคนนี้” เป็นต้น

ประกอบกับคนที่เลือกเข้ามาเป็นกรรมการสรรหาคณบดีของลา-ลา แลนด์ยูนิเวอร์ซิตี้นั้น น่าตกใจที่พบว่า คนเหล่านี้ล้วนเป็น “เครือข่าย” ที่อยู่ภายใต้การ “บงการ” ของท่านผู้นำ แทบจะไม่ต่างจากการบงการเครือข่ายของ “ลอร์ดโวลเดอมอร์” จอมวายร้ายที่มหาวิทยาลัยฮอกวอตส์ … วันนี้ แฮรี่ พอตเตอร์กับเพื่อนๆจะออกมาส่งเสียงต่อสู้บ้างก็ได้นะ อย่าปล่อยให้ลอร์ดโวลเดอมอร์จอมเผด็จการสนุกกับการใช้อำนาจตามอำเภอใจจนมหาวิทยาลัยเกิด “วิกฤตธรรมาภิบาล” … ลา-ลา แลนด์กลายเป็น “Dark University” อย่างเห็นได้ชัด

ถ้าแฮรี่กับเพื่อนๆทำตัวให้เหมือนในนิยายบ้างก็ได้ เอาไม้กายสิทธิ์ออกมาใช้บ้าง ไม่ใช่เอาแต่เก็บตัวอยู่บ้านนอนดู “ซีรีส์เกาหลี” สบายใจอยู่แบบไม่รับรู้โลกว่า กำลังเกิดอะไรในบ้านตัวเอง เพราะหลักการที่ประชาคมต้องตระหนักมีประการเดียวคือ “มีเผด็จการ ไม่มีธรรมาภิบาล” การมีธรรมาภิบาลจะช่วยลดทอนอำนาจนิยมลงได้

ดังนั้น ถ้าท่านลอร์ดพึงพอใจบุคคลใด และต่อให้มีปัญหา “ธรรมาภิบาล” เพียงใด ท่านก็ยินดีสนับสนุนและผลักดันเต็มที่ เช่น คณบดีที่เกษียณอายุ และไม่มีผลงานวิชาการที่จะต่ออายุราชการได้ ลอร์ดโวลเดอมอร์ก็จะสั่งให้เตรียมพร้อมด้านงบประมาณให้สามารถรองรับการจ้าง “คณบดีเกษียณ” เพื่อให้เป็น “คณบดีตลอดชีพ” ต่อไปได้อย่างฉลุย หรือบางคนเป็นคณบดีมาแล้ว 8 ปี/ 2 สมัย เป็นประธานสภาคณาจารย์อีก 4 ปี/ 2 สมัย ก็ได้รับการสนับสนุนผ่านการสรรหามาเป็นคณบดีอีก เพราะเป็น “สายตรง” ท่านผู้นำ

ทั้งที่ในกรณีเช่นนี้น่าจะต้องถือว่า การดำรงตำแหน่งในลักษณะดังกล่าว ขัดต่อ “เจตนารมณ์แห่งกฎหมาย” ที่ไม่อนุญาตให้มีวาระเกิน 2 สมัย แต่บรรดาเนติบริกรที่สำเร็จวิชากฎกติกามาจาก “ศรีธนญชัยวิทยาลัย” จะตอบทันทีว่า กฎหมายไม่มีบทบัญญัติเป็นข้อห้ามในกรณีนี้ การใช้กฎหมายที่เอื้อต่อการกระชับอำนาจของฝ่ายบริหาร จะทำให้เกิด “การผูกขาดตำแหน่งคณบดี” และการจะขึ้นเป็นคณบดีได้ ต้องใช้ “เส้นท่านผู้นำ” เท่านั้น จนอาจกล่าวได้ว่า เรากำลังเห็นปัญหา “ตั๋วช้าง” ในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ตัวชี้วัดความเหมาะสมในการต้องสละงบประมาณจำนวนมากในกรอบเวลา 4 ปี มาจ้าง “คณบดีตลอดชีพ” เพราะคณบดีคนนี้เป็น “เนติบริกร” ที่ท่านผู้นำจะต้องเอามาคอยคัดง้างกับฝ่ายตรงข้ามในสภามหาวิทยาลัย ด้วยการเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญในการใช้เหตุผลทางกฎหมายแบบไม่ต้องคำนึงถึงธรรมาภิบาลคือ “ไร้นิติรัฐ-ขาดนิติธรรม” พร้อมกันนั้นมี “ผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย” ในสภาช่วยในการเป็นเนติบริกร ที่คอยเสริมสร้างให้กฎหมายกลายเป็น “กฎหมู่” ของผู้อำนาจ จนเอกสาร “กินเนสเวิล์ดเรคคอร์ด” ต้องขอบันทึกให้เป็นเกียรติประวัติของความ “ผิดปกติ (ฉ้อฉล)” ในการเป็น “คณบดี 20 ปี” ของมหาวิทยาลัยลา-ลา แลนด์

การเล่นบทด้วยการใช้ “ความพึงพอใจ” ของท่านผู้นำเป็น “ตัวชี้วัด” การได้ตำแหน่งคณบดีนั้น กำลังนำไปสู่สภาวะ “ไร้ธรรมาภิบาล” ของการขึ้นสู่ตำแหน่ง เพราะอาจทำให้ “สำนักงานท่านลอร์ดฯ” กลายเป็นแหล่งของการ “วิ่งเต้น” (หาตำแหน่งและหาประโยชน์) ซึ่งสิ่งเช่นนี้ กำลังสะท้อนให้เห็น “วิกฤตสรรหา” ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้ว จนน่าที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ควรจะเข้ามาตรวจสอบถึงความผิดปกติบ้าง เพราะอย่างไร ลา-ลา แลนด์ ยังเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ใช้งบประมาณรัฐ และต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของรัฐ ไม่ใช่ “รัฐอิสระ”

แต่ถ้าเมื่อใดเป็นบุคคลที่ท่านลอร์ดไม่พึงพอใจแล้ว ท่านก็พร้อมที่ใช้ “อำนาจวีโต้” จนวันนี้ เสมือนหนึ่งว่าท่านผู้นำได้แสดงบทบาทเป็นครุสชอพ ผู้นำคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น ที่มักใช้การ “วีโต้” ในการต่อสู้กับฝ่ายโลกเสรี เพราะถ้าไม่ “ถูกใจ” แล้ว ก็จะใช้การวีโต้เป็นเครื่องมือในการขัดขวาง

การใช้อำนาจ “วีโต้” ด้วยข้ออ้างว่า คณบดีต้องเป็นคนที่ทำงานกับอธิการได้ จึงเท่ากับเป็นคำตอบทั้งในเชิงหลักการว่า อธิการคือ คนที่มีอำนาจชี้ขาดคนที่จะเป็นคณบดี ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้การเลือกคณบดีในบางคณะของลา-ลา แลนด์ ไม่สามารถสรรหาบุคคลที่เหมาะสมได้ถึง 2 รอบ เพราะท่านผู้นำ “ไม่ชอบ” อาจารย์คนนี้ ฉะนั้น การสรรหาไม่ได้ซ้ำถึง 2 วาระนั้น กำลังสะท้อนถึง “วิกฤตสรรหา” อันเป็นผลจากการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของท่านผู้นำใช่หรือไม่ และในกรณีนี้ หลักธรรมาภิบาลของการบริหารมหาวิทยาลัยอยู่ตรงไหน?

ปัญหาดังกล่าวกำลังรอฉลองปีใหม่สำหรับประชาคมในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดังที่เกิดเสียงลือดังไปทั่วถึง “ความผิดปกติ” จนถามกันว่า ใครจะมาเป็นประธานและกรรมการสรรหาชุดที่ 3 และถ้าการสรรหาครั้งที่ 3 จบลงแบบเดิม เพราะคนที่เหมาะสม ไม่ใช่คนที่ท่านผู้นำพึงพอใจแล้ว เราควรจะดำเนินการต่อไปอย่างไร?

ในความเป็นจริงแล้วผู้บริหารควรต้องตระหนักถึงการใช้อำนาจในกระบวนการสรรหาว่า มหาวิทยาลัยไม่ใช่และไม่มีทางใช่ “บริษัทธุรกิจส่วนตัว” ของอธิการอย่างแน่นอน เผอิญท่านลอร์ดอาจเผลอคิดไปว่า มหาวิทยาลัยเป็นบริษัทของท่าน เพราะท่านและครอบครัวทำบริษัทธุรกิจ ท่านลอร์ดจึงสนุกสนานกับการใช้อำนาจเสมือนอยู่ในบริษัทตัวเอง ที่เจ้าของจะเลือกคนขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกต่างๆ ในบริษัทเอง

อีกทั้งยังมีเกร็ดน่าสนใจอย่างมากอีกว่า บริษัทของท่านลอร์ดได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัย และเป็นคำฟ้องที่ชวนขบขันอย่างยิ่ง เพราะบริษัทธุรกิจของท่านฟ้องมหาวิทยาลัย ที่ท่านเองเป็นอธิการ หรือโดยสรุปคือ บริษัทของท่าน ฟ้องตัวท่านในฐานะที่เป็นอธิการ … ไม่รู้องค์กร “ตาบอด” ที่ไหนให้รางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นแก่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จนคนในประชาคมถามกันว่า ท่านผู้นำไปรับรางวัลนี้ไม่อายเขาหรือ (555!)

นอกจากนี้ ยังมี “วิกฤตสรรหา” ที่เป็นเรื่องใหญ่จอคิวรับเทศกาลปีใหม่ เพราะกระบวนการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยทำท่าส่อเค้าว่ามีปัญหามาก และการสรรหานายกสภาฯ นี้ กำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ของมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน เพราะเป็นผลการสรรหาที่ไม่มีคำตอบ เช่นนี้แล้ว คณะกรรมการสรรหาจะให้คำตอบแก่ประชาคมมหาวิทยาลัยอย่างไร และถ้าประชาคมมีความเห็นแย้งโดยวัดจากเสียงที่คณะต่างๆได้ส่งไปมีความชัดเจนในเชิงตัวบุคคลแล้ว กรรมการสรรหาจะแถลงอย่างไร หรือต้องใช้การ “สรรฮั้ว” ให้ได้คนตามความพอใจของท่านผู้นำเท่านั้น ดังเช่นกรณีสรรหาคณบดีที่เป็น “สายตรง” ท่านผู้นำดังที่กล่าวมาแล้ว

ถ้าการสรรหาคณบดีสะท้อนถึงการใช้อำนาจเผด็จการของท่านผู้นำท่ีต้องการเลือก “คนที่ชอบ” เท่านั้น การสรรหานายกสภาฯ ก็ทำท่าจะเป็นปัญหาในแบบเดียวกันคือ ท่านผู้นำต้องการ “คนที่ชอบ” เท่านั้น จนประชาคมในลา-ลา แลนด์ กำลังรอฟังว่า เปิดปีใหม่แล้ว ลอร์ดโวลเดอมอร์จะแถลงเรื่องนี้ไหม เพราะข่าวการสรรหาที่ไม่มีผลเป็นข้อยุตินั้น ได้แพร่กระจายไปทั่วหมดแล้ว แม้จะมีข้ออ้างว่า กระบวนการสรรหาจะต้องถูกเก็บเป็น “ความลับ” แต่ผลการสรรหาและเหตุผลในเรื่องนี้ ไม่ใช่ความลับอย่างแน่นอน

ถ้าเช่นนั้น คณะกรรมการสรรหาจะให้คำตอบได้ไหมว่า ใครคือคนที่ประชาคมส่วนเสนอชื่อด้วยเสียงส่วนใหญ่ และอะไรคือเหตุผลที่ไม่เอาอาจารย์ท่านนี้ เพราะถ้าไม่มีการแถลงวิสัยทัศน์ คณะกรรมการตัดสินบนพื้นฐานอะไร หรือใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสิน เนื่องจากเสียงที่มาจากการส่งชื่อของคณะต่างๆถูกเก็บเป็น “ความลับ” เพราะเป็นเสียงที่ท่านผู้นำแพ้ แต่คนในมหาวิทยาลัยรู้กันเองจากการถามไถ่ในระดับคณะว่า ใครคือคนที่คณะต่างๆได้แสดงเจตจำนงในการเลือกให้เป็นนายกสภาฯ … ปิดไม่ได้แล้ว อย่าเอา “มือ (สกปรก) ปิดฟ้า” เลย

คลื่นของ “วิกฤตสรรหา” กำลังแผ่ขยายเป็นวงกว้างในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ หรือว่าในความเป็นจริง ปัญหาทั้งหมดนี้คือ “วิกฤตธรรมาภิบาล” ที่ผู้บริหารดำเนินการเกิน “ขอบเขตแห่งอำนาจ” ด้วยจิตวิญญาณของผู้นำมหาวิทยาลัยเผด็จการ … การโค่นล้มระบอบเผด็จการจึงเป็นปัญหาของการสร้างระบบธรรมาภิบาลเสมอ … มีเผด็จการ ไม่มีธรรมาภิบาล !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต
ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”