bg-single

ระเบิดใต้รับวันเด็ก 2569 | สุรชาติ บำรุงสุข

12.01.2026

หลายฝ่ายที่สนใจติดตามสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คาดว่า น่าจะมีการก่อเหตุในวาระครบรอบ 22 ปีของการปล้นปืน 4 มกราคม 2547 หรือไม่ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด

แต่แล้วกลางดึกในเวลา 01:10 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2569 ได้เกิดเหตุร้ายพร้อมกันในหลายจุดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ การระเบิดปั๊นน้ำมัน ปตท. 5 จุดที่จังหวัดนราธิวาส ปั๊ม ปตท. 4 จุดที่จังหวัดยะลา และปั๊ม ปตท.2 จุดที่จังหวัดปัตตานี รวมการระเบิดรับเทศกาลวันเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 11 จุด … เป็นวันเด็กที่ไม่น่าอภิรมย์ใจเอาเสียเลย !

สมมติเราลองตั้งประเด็นเป็นข้อสังเกต อาจจะมีเรื่องราวต่างๆ ดังต่อไปนี้

1) นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา รัฐบาลและกองทัพไทยดูจะ “ติดกับดัก” อยู่กับปัญหากัมพูชา จนดูเหมือนประเด็นความมั่นคงอื่นๆ จะถูกลดความสำคัญลง หรือได้รับความสนใจน้อยลง และปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูจะถูก “กระแสสงครามกัมพูชา” พัดหายไปจากความสนใจของสังคม

2) การส่งสัญญาณความรุนแรงในครั้งนี้ เป็นดัง “การย้ำเตือน” ถึงการดำรงอยู่ของ BRN เพราะการเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่ม BRN นับจากรัฐบาลเศรษฐา จนถึงรัฐบาลแพรทองธาร ดูจะไม่มีผลความคืบหน้าแต่อย่างใด และในสมัยรัฐบาลแพรทองธารไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด

3) ในช่วงเวลาเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น การก่อเหตุร้ายจึงเป็นการ “ประกาศตัวตน” ในการมีบทบาทขององค์กรนี้

4) การก่อเหตุร้ายในช่วงที่มีการเลือกตั้ง สามารถตีความได้หรือไม่ว่า สิ่งนี้คือ “ปฏิบัติการข่มขู่” ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องการให้คนในพื้นที่เลือกคนที่เป็น “แนวร่วม” ของกลุ่ม

5) การก่อเหตุกับปั๊มน้ำมันตอกย้ำการทำลายฐานทางเศรษฐกิจของสังคมในพื้นที่ เพราะความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของชุมชนจะเปิดโอกาสให้กระแสความรุนแรงและการโฆษณาแบ่งแยกดินแดนเข้ามาอาศัยประโยชน์ได้มากขึ้น

6) การทำลายเป้าหมายทางเศรษฐกิจเป็นการทำลายอำนาจรัฐโดยตรง อีกทั้งปั๊ม ปตท. เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนอีกส่วนของ “ความเป็นรัฐไทย” ในพื้นที่ 3 จังหวัด และมีนัยถึงการทำลาย “กลุ่มทุน” ในพื้นที่ด้วย

7) การวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง 11 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดในเวลาเดียวกัน อันเป็นเสมือน “การโจมตีต่อเนื่อง” ซึ่งจะ “โชว์ศักยภาพ” ทางทหารในการใช้ความรุนแรง และเป็นการข่มขู่รัฐและสังคมในพื้นที่ให้เกิดความหวาดกลัว หรือโดยนัยคือ “ปฏิบัติการดิสเครดิต” ทั้งรัฐและกองทัพพร้อมกันไป

8) การระเบิดปั๊มน้ำมันยังคาดหวังที่ก่อให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ เพราะ “ภาพการทำลายล้าง” ขนาดใหญ่จากการระเบิดของน้ำมัน (ภาพเปลวเพลิงจากการระเบิด) เป็นภาพของความน่ากลัวในตัวเอง และเป็นการโฆษณาผลงานการก่อการร้ายของกลุ่มในการแสวงหาทุนสนับสนุนได้อย่างดี

9) ปั๊มน้ำมันเป็น “เป้าหมายอ่อน” (soft targets) ที่ระวังรักษาความปลอดภัยได้ยาก เพราะอยู่ในพื้นที่เปิด จึงง่ายที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายจะก่อเหตุ

10) ปั๊ม ปตท. มีจุดเด่นเช่นเดียวกับปั๊มนี้ในภาคอื่นๆ คือ เป็นชุมชนทางเศรษฐกิจที่รองรับการเดินทางและการแวะพักของผู้คน เพราะมีความเป็นชุมชนทางการค้าอยู่กับพื้นที่ของตัวปั๊ม การก่อเหตุจึงเป็นการจงใจในการทำลายทางเศรษฐกิจอีกแบบ

11) การทำลายเป้าหมายทางเศรษฐกิจจากบทเรียนในอดีตคือ การส่งสัญญาณถึงการ “แสวงหาค่าคุ้มครอง” เพราะผู้ประกอบการไม่อยากมีปัญหาและความเสียหายจากการถูกทำลายในลักษณะเช่นนี้

12) ไม่มีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่า การก่อเหตุของกลุ่ม BRN มีความสัมพันธ์กับกลุ่มทุนเทาหรือไม่ เช่นที่ปรากฏในตัวแบบปกติของการเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มก่อการร้ายกับกลุ่มอาชญากรรม แต่อย่างน้อยใน 3 จังหวัดปรากฏให้เห็นถึงปัญหายาเสพติด และปัญหาน้ำมันเถื่อน เป็นต้น จนนำไปสู่การตีความว่า การทำลายน้ำมันถูกกฎหมายเพื่อบังคับให้ไปหาน้ำมันผิดกฎหมาย

13) เป็นไปได้หรือไม่ว่า การก่อเหตุความรุนแรงในวันเด็กคือ การตอบโต้กับการจัดงานวันเด็กของภาครัฐที่มีการชักชวนให้เยาวชนมุสลิมเข้าร่วมงานด้วยเป็นจำนวนมาก

14) การก่อเหตุร้ายในระยะหลัง เสมือนหนึ่งเป็นสัญญาณให้ฝ่ายรัฐต้องรีบตอบรับกับข้อเสนอที่เป็นคุณแก่ฝ่ายตรงข้าม การก่อเหตุร้ายจึงเป็นดังการสร้าง “แรงกดดัน” ทางการเมืองกับฝ่ายรัฐ และแสดงออกถึงความเหนือกว่าฝ่ายรัฐในทางการทหาร

15) การก่อเหตุความรุนแรงเป็นความท้าทายต่อกระบวนการเจรจาเสมอ และการเจรจาที่ดำเนินไปในกรอบ “JCPP ฉบับปรับปรุง” ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังจะช่วยให้เกิดการลดทอนความรุนแรงได้จริงเพียงใด หรือสิ่งนี้เป็นเพียง “ละครการเมือง” ฉากหนึ่งในภาคใต้เท่านั้นเอง และการเจรจายังไม่ถึงจุดที่จะลดทอนความรุนแรงในภาคใต้ได้จริง

16) รัฐบาลทั้งปัจจุบันและในอนาคตได้เตรียมการรองรับการสับเปลี่ยนกำลังในปี 2570 ตามยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. ที่กำลังอาสาสมัครของกระทรวงมหาดไทย จะเข้ารับหน้าที่แทนทหารเพียงใด เพราะสงครามก่อการร้ายเพื่อการแยกดินแดนของ BRN ยังไม่จบ และอาจจะซับซ้อนมากกว่าสงครามชายแดนไทย-กัมพูชามาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?