ในประเทศ
การเมืองมันร้อน
ส้มไม่ใช่หุ่นยนต์
สุดจะทนถูกรุมทุกวัน
เพราะแดดเมืองไทยมันร้อนเปรี้ยงในทุกฤดูกาล
เข้ากับเพลงสั้นที่คนนิยมร้องฮัมเล่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองช่วงนี้ บ้างก็เอามาเต้นโคฟเวอร์ เฮฮากันในแพลตฟอร์มคลิปสั้น
มันคือ “เพลงหุ่นยนต์” ของผู้ใช้บัญชี TikTok @suntorn2566 หรือ “สุนเพลงสั้น” ซึ่งปัจจุบันมีผู้กดติดตามมากกว่า 3.2 แสนคน
เนื้อเพลงสั้นๆ ง่ายๆ (และงงๆ) “ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนตากแดดทั้งวัน…” พร้อมด้วยท่าเต้นตีกลองแบบบ้านๆ ใครฟังก็ยิ้ม หันไปอีกทียอดวิวก็พุ่งไปหลายสิบล้านครั้ง
เรียกได้ว่าเป็นยุควัฒนธรรมบันเทิงแบบโพสต์โมเดิร์น (Post-modren) อย่างแท้จริง
อะไรทำมาจากความตั้งใจภายใต้วัฒนธรรมการผลิตความบันเทิงแบบเดิม ยอดวิวปังยาก ถูกท้าทายด้วยวัฒนธรรมแบบชาวบ้าน ทำคลิปง่ายๆ ไม่มีต้นทุนอะไร กลับฮิตจนกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชั่วข้ามคืน
ที่ร้อนพอๆ กับแดดเมืองไทยแบบที่ปรากฏในเนื้อเพลง ของลุง “สุนเพลงสั้น” ช่วงนี้ก็หนีไม่พ้นการเมือง
นับถอยหลังอีกราว 2 สัปดาห์ก็จะถึงวันชี้ชะตาประเทศ ศึกเลือกตั้งใหญ่
ช่วงเกือบจะโค้งสุดท้าย รอบนี้แชมป์เก่าค่ายสีส้มไม่มีโมเมนต์โรแมนติก ชนะใสๆ แบบครั้งที่แล้ว
ด้วยรู้กันว่าทัพส้มเป็นกลุ่มการเมืองที่ทำงานด้วยยากสุด รอบนี้เจอทุกฝ่ายรุมถล่ม หวังให้ค่ายสีส้มได้เก้าอี้น้อยที่สุด ห่างไกลจากจำนวนหลักร้อยเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคขัดขวางในเกมแบ่งปันอำนาจหลังเลือกตั้ง
ในมิติทางอุดมการณ์ เป็นที่รับรู้กันว่าพรรคส้มเป็นกลุ่มการเมืองที่พยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบการเมืองอันเกิดจากมรดกรัฐธรรมนูญฉบับทหารปี 2560
เมื่อพยายามจะ “แตะ” การเปลี่ยนแปลงระดับอุดมการณ์ เปลี่ยน “เกมการเมือง” ที่ครอบครองสถานะการนำทางความคิดในสังคมไทยมานาน ย่อมหนีไม่พ้นต้องเจอ “พลังต้าน”
เช่น การเลือกตั้งรอบนี้ก็โดนตั้งแต่ระดับชนชั้นนำอีลีต “รุม” ไปจนถึงรากหญ้า ชาวบ้านร้านค้าคนทั่วไป “รุม”
ดูได้จากช่วงหาเสียงเลือกตั้งสัปดาห์แรกๆ ของการรณรงค์ ปรากฏคลิปไวรัลจำนวนมากเป็นคลิปชาวบ้านร้านตลาด เดินพุ่งเข้าหาตัวตึงค่ายสีส้ม สาดวาทกรรมใส่หลายครั้งหลายหน
ตั้งแต่การตั้งคำถามว่าทำไมจึงมาด้อยค่าทหาร? ด้อยค่าสถาบันหลักของชาติ จะแก้ 112 ทำไม? จะลดเงินซื้ออาวุธทำไม? จะลดเงินบำนาญราชการทำไม? จะเปิดด่านช่วยกัมพูชาทำไม ทำไมไม่เคารพ 3 สถาบันหลักของชาติ จะแก้หมวด 1 หมวด 2 ทำไม?
กลายเป็นกระแสเกิดขึ้นหลายที่ทั่วประเทศ ผู้สมัคร ส.ส.โดนกันแทบทุกคน
สมรภูมิโซเชียลมีเดียซึ่งเคยเป็นสนามได้เปรียบของค่ายส้มในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว รอบนี้เจอขั้วอำนาจเก่าแก้เกม ใช้โซเชียลมีเดียย้อนศรกลับช่วงแรกๆ ก็เกือบไปไม่เป็น
ในสมรภูมิกฎหมาย ก็หนักหนาสาหัส รอบนี้ค่ายส้มเจอจังๆ
เริ่มจากตำรวจปราบยาเสพติดบุกจับผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ข้อหาเอี่ยวขบวนการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติดเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน ทำเอาช็อกกันทั้งพรรค เป็นหมุดหมายโต้กลับทางวาทกรรมที่ค่ายส้มพยายามสร้างเรื่อง “มีส้ม ไม่มีเทา” ให้กลายเป็นมุขตลก
ต่อเนื่องด้วยตำรวจสืบสวนอาชญากรรมเทคโนโลยี บุกจับผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดตาก ข้อหาพัวพันเว็บพนันออนไลน์ แม้แกนนำค่ายส้มจะออกมาแอ่นอกขอโทษประชาชน แต่ก็สายเกินแก้
เจอแฟนคลับรุมสวดต่อเนื่อง นักวิชาการบางท่านที่ลงพื้นที่วิจัยคลุกคลีในพื้นที่ อ.แม่สอด ถึงกับออกปาก เคยทักท้วงเป็นการส่วนตัวไปยังผู้บริหารของพรรคที่รู้จักกันแล้ว แต่กลับนิ่งเฉย สะท้อนความบกพร่องระดับสูงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีส่วนคัดเลือก ตรวจสอบประวัติผู้สมัคร
ทั้งหมดเกิดขึ้นช่วงก่อนเลือกตั้งราวกับจงใจ เล่นเอาคนค่ายส้มแทบจะไม่กล้าพูดเรื่อง “มีส้ม ไม่มีเทา” บนเวทีหาเสียง
ต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้ามสร้างวาทกรรมโต้กลับ “มีส้ม มีเทา” ยังมาเจอเบอร์ใหญ่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.-เจ้าพ่ออาบอบนวด เล่นบท “จอมแฉการเมืองไทย” เปิดฟลอร์ กินส้มโชว์ จัดหนักค่ายส้มต่อเนื่อง
มหากาพย์เปิดหน้าชนค่ายส้ม ด่ารายวัน แขวะแรงๆ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ให้คนเห็นว่าใช้วิธีการการเมืองแบบเก่า กล่าวหาดีลลับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำลังมีคดีความ พร้อมประกาศจุดยืน จะต่อสู้กับค่ายสีส้มในการเลือกตั้งรอบนี้เพื่อลงโทษค่ายสีส้ม ที่ไปโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ
ในระดับสนามการเมือง พรรคส้มก็อยู่ในสถานะถูกรุมไม่แพ้กัน
ไม่ว่าจะเป็นจากคู่แข่งขันเบอร์ใหญ่ อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ค่ายสีน้ำเงิน ที่วันนี้ชักธงรบค่ายสีส้ม ย้อนวาทกรรมใส่ไม่เว้นแต่ละวัน
เล่นบทเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเลือกตั้งปี 2566
นายอนุทินนี่เองที่เปิดเกมไม่ร่วมงานพรรคส้ม อ้างว่าพรรคประชาชนยังเดินหน้าจะแก้เรื่อง 112 ตั้งแต่ศึกเลือกตั้งระเบิดขึ้นช่วงแรก ก่อนจะเงียบไปเพราะค่ายส้มชี้แจงชัดว่าไม่มี เนื่องจากมีไม่ได้ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
พร้อมๆ กันนั้นก็ผลักดันคนนอก-เทคโนแครตมือโปร มาทำงานการเมืองเพื่อดึงคะแนนชนชั้นกลางกลับจากค่ายส้ม
รอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นนายอนุทินลงพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างหนัก
ส่วนในเวทีดีเบต นายอนุทินเลี่ยงที่จะประชันหน้าด้วยตัวเอง เลือกส่งเฉพาะเทคโนแครตเข้าต่อสู้กับค่ายส้ม
ซึ่งเวทีดีเบตนี้เอง รอบนี้กลายเป็นสมรภูมิให้พรรคส้มโดน “รุม” จากพรรคการเมืองอื่น
ตึงที่สุดในการดีเบตสู้กับค่ายส้มรอบนี้เห็นจะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่กลับมาทวงคืนคะแนนอนุรักษนิยม-ชนชั้นกลาง
ทั้งสวมบทผู้มีประสบการณ์ตัวจริง
ทั้งสวมบทนักการเมืองสุจริต ชูคนรุ่นใหม่ ไล่ชนค่ายส้มทุกเวที
หันไปเวทีเพื่อไทยยิ่งหนัก
โทนการหาเสียงค่ายสีแดงรอบนี้ชัดเจนในการประกาศท้าชนทัพสีส้ม ดูจากการปราศรัยของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ หรือนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ในทุกๆ เวทีก็จะเห็น
มีทั้ง “น้ำส้มดีดเข้าตาเลยกาผิดช่อง” มีทั้ง “อย่าให้ฝุ่นสีส้มบังตาเหมือนคราวที่แล้ว” มีทั้ง “หลงไปกับกระแสพระเอกเกาหลี”
ยังไม่นับพรรคอนุรักษนิยมเข้มจัด อย่างพรรครักชาติ-ไทยภักดี ที่หาเสียงราวกับถูกดีไซน์มาให้สู้กับพรรคส้มในทุกเวทีดีเบตและทุกเวทีหาเสียง ด้วยท่าทีดุเดือด-รุนแรง ยิ่งขึ้นทุกวันๆ
ทั้งหมดคือตัวอย่าง “ส้ม” ถูกรุม ทุกวัน โดยที่คนพรรคส้มเองก็พยายาม “สู้กลับ”
หลังๆ คลิปชาวบ้านด่าผู้สมัครพรรคส้มลดลง เพราะรอบนี้เหมือนคนค่ายส้มเข้าใจดีว่าต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้
หลายคลิปหากดูตั้งแต่ต้นจนจบ จะเห็นผู้สมัคร ส.ส.ส้มที่ถูกถล่ม มีความอดทนอย่างสูงในการตอบโต้ ใช้คำพูดอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม จนท้ายที่สุดในหลายๆ คลิป คนตั้งคำถามถอยเอง หรือเดินหนีไม่ฟังต่อ
ล่าสุด พบมีนักการเมืองฝั่งตรงข้ามใช้จังหวะนี้ไปจัดตั้งคนมาทำคลิปโจมตีนักการเมืองค่ายส้ม หวังให้คลิปกลายเป็นไวรัล แต่เจอทีมส้มรู้ทัน ตามสืบจนรู้เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นคลิปปะทะ ของเชตวัน เตือประโคน ที่ จ.ปทุมธานี หรือคลิปไอซ์ รักชนก ที่กำแพงเพชร
เรียกว่าเล่นการเมืองแบบนี้ยิ่งเข้าทางค่ายส้ม พลิกวิกฤตเป็นโอกาสเรียกคะแนนสงสารซะเลย
กรณีชูวิทย์ ค่ายส้มก็ใช้ 2 ตัวตึง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และรังสิมันต์ โรม ออกมาแตะเบรก “เกมปั่นเสี่ยชูวิทย์” ตั้งคำถามถึงการเมืองเบื้องหลังที่ทำให้เสี่ยอ่างยอมเป็นเครื่องมือให้ เพราะก็เป็นที่รู้กันว่าข้างหลังนายชูวิทย์ ก็รู้จักระดับบิ๊กๆ “ผู้เคยประกาศตัวเป็นศัตรูกับค่ายส้ม” เช่นกัน
แรงมาก็แรงกลับ
หรือจะเป็นการดัน เชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ออกมาโต้การหาเสียงแบบเพื่อไทย พลิก “การแซะ” ให้กลายเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีท้องถิ่น
เรื่องดีเบตพรรคส้มไม่หนีเวทีดีเบต ส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ชนตัวตึงของทุกพรรคจากทุกสนาม คลิปควันหลงดีเบตหลายคลิปจะเห็นความหลากหลายของนักการเมืองค่ายส้ม พร้อมแสดงจุดยืนของพรรคอย่างชัดเจน
เช่นครั้งถูกนายอภิสิทธิ์ต้อนบนเวที เรื่องนิรโทษกรรมนักโทษคดีการเมือง ก็มีเพียงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคส้มคนเดียวในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ที่จะยอมรับการพิจารณาลดโทษ
อีกเวทีก็ถูกต้อนเรื่องประชามติรัฐธรรมนูญใหม่เว้นหมวด 1 หมวด 2 ก็มีเพียงค่ายส้ม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ คนเดียวที่แสดงจุดยืนไม่เหมือนคนอื่นบนเวที พร้อมแนบเหตุผลทางวิชาการแบบหนักแน่น สวนทางคนอื่น
ยืนยันและเคารพในอำนาจของประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่างไม่ต้องมีเงื่อนไข เพราะเป็นการกระทำภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
เมื่อกระบวนการถูก หลักการถูก แล้วจะไปสร้างเงื่อนไขได้อย่างไร-ใช้เหตุผลอะไร?
เรื่องนี้ลามถึงประชามติรัฐธรรมนูญ เพราะวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการทำประชามติรัฐธรรมนูญพร้อมกับเลือกตั้ง ซึ่งพรรคส้มก็มีบทบาทอย่างสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างแข็งขัน
พรรคส้มยังสู้ต่อ วันนี้ได้เห็นความล้ำหน้าของการหาเสียงรูปแบบใหม่ เช่น การทำละครแนวตั้งคลิปสั้น ผู้สมัคร นักการเมืองตัวตึงร่วมกันแสดงเรียกเสียงเฮฮา เพื่อแสดงนโยบายของพรรค ยอดวิวหลักล้านในหลายๆ คลิป
จนถึงวันนี้โพลของค่ายส้มเริ่มดีขึ้นจากเดือนก่อน
ไม่ว่าจะเป็นสวนดุสิตโพลเมื่อวันที่ 18 มกราคม คะแนนพรรคส้มมาเป็นอันดับ 1 ที่ 34.11% ทิ้งห่างค่ายแดง-น้ำเงิน ที่ได้ 18 และ 17% ตามลำดับ
ต่อด้วย Thaipbs Tracking Poll ร่วมกับ ม.ศรีปทุม เมื่อ 19 มกราคม พรรคส้มขึ้นนำห่างถึง 57.7% ขณะค่ายแดง 21.2% และน้ำเงิน 8.3%
ขณะที่เชียงรายโพลเมื่อวันที่ 21 มกราคม พบคะแนนนิยมพรรคประชาชนพุ่งเหนือพรรคอื่นถึง 61% เช่นเดียวกับนิด้าโพล เมื่อวันที่ 14 มกราคม เผยผลสำรวจชาวเชียงใหม่นิยมพรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 ถึง 37.39%
แน่นอนว่าฝ่ายอำนาจเก่า-ขั้วอนุรักษนิยมยังไม่หมดมุขที่จะใช้สู้กับค่ายส้ม
ท่าไม้ตายยังมีอีกเพียบ กระแสทหารนิยมก็ยังอยู่ ถ้าคะแนนนิยมพรรคส้มยังไม่ลง น่าจะได้เห็นกันอีกเรื่อยๆ
พูดแบบภาษา “ลุงสุนเพลงสั้น”
แดดจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ หุ่นยนต์ส้มจะทนไหวไหมนะ?
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
