bg-single

อธิการในคอกจำเลย !(Ep 20) | สุรชาติ บำรุงสุข

27.01.2026

     คดีความฉ้อฉลของสำนักผลิตบัณทิตยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของศาลไคเฟิง … วันนี้ ท่านเปาบุ้นจิ้นนั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสาร และฏีการ้องเรียนที่มีผู้ทั้งนำส่งและแอบส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ท่านเปาอ่านรายงานพฤติกรรมของเจ้าสำนักผลิตบัณฑิตในแต่ละเรื่องแล้ว ถึงกับต้องร้องอุทาน “ไอหยาๆๆ” ดังต่อเนื่องออกมาจากห้องพักหลายครั้งหลายครา เพราะประวัติของนางไม่ธรรมดาเลย

     นางมาจากครอบครัวที่เปิดสำนักการค้ารับก่อสร้างบ้านเรือน จนวันหนึ่งสามีนางได้งานมาก่อสร้างในสำนักผลิตบัณทิตแห่งนี้ ตอนนั้น สามีของนางมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าสำนักคนก่อน แต่ต่อมาเกิดแตกคอกัน เพราะในยุทธจักรการค้าไม่เคยมีมิตรภาพที่ยั่งยืน มีแต่ผลประโยชน์สูงสุด

     แต่แล้วเกิดความพลิกผัน เมื่อวันหนึ่งนางได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักบัณทิต แทนเจ้าสำนักคนก่อน แต่ก็มีเสียงลือในทางเสียหายว่า นางจะรับตำแหน่งได้อย่างไร เนื่องจากสำนักการค้าของสามีนางได้ยื่นฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากสำนักบัณทิต จึงเท่ากับสามีของนางฟ้องเรียกสินไหมจากนางที่เป็นภรรยา เพราะมีตำแหน่งเป็นเจ้าสำนัก อันทำให้เกิดข้อครหาว่า นางเข้ามามีตำแหน่งเพื่อจัดการคดีค่าสินไหมนี้หรือไม่

     ด้วยข้อกฎหมายหลวงแล้ว ถ้าสามีของนางยังสำแดงตนเป็นเจ้าของสำนักการค้านี้ต่อไป นางจะรับตำแหน่งนี้ไม่ได้ จึงทำให้เกิดการสลับชื่อ เพราะทุกคนในเมืองไคเฟิงย่อมรู้ว่า สำนักก่อสร้างเป็นของสามีนาง แต่นางได้สลับชื่อ ให้เป็นคนแซ่อื่น เหมือนอำพรางคดี … อำพรางสัญญา

       แต่คนที่มีชื่อปรากฏแทนนั้น กลับเป็นแซ่เดิมของนางก่อนแต่งงาน ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่แตกต่างกัน เพราะเท่ากับการหลอกลวง ด้วยการเอาคนแซ่เดียวกับนางมาใส่ชื่อหลอกคนอื่น เพราะคงคิดว่า คนไม่รู้จักแซ่เดิมของนาง และเอาชื่อสามีนางออกไปอำพรางตัว เพื่อให้ตัวนางรับตำแหน่งเจ้าสำนักได้

       ท่านเปานั่งครุ่นคิดอยู่นาน คนแซ่เดียวกับนางที่สำแดงตัวเป็นสำนักการค้าของสามีนางเป็นใคร เป็นคนแซ่เดียวกันเช่นนี้ ย่อมมีสายสัมพันธ์โยงใยกันใช่ไหม จนท่านเปาอดคิดไม่ได้ว่า คนนี้เป็นพี่น้องของนางหรือไม่

         ท่านเปาครุ่นคิดมากขึ้นอีก แล้วตอบในใจว่า นี่คือ “คดีนิติกรรมอำพราง” ที่จงใจสร้างความเข้าใจผิดในการแจ้งฐานะของนางกับสำนักการค้าแห่งนี้ เพื่อที่การรับตำแหน่งของนางจะไม่มีมลทิน

      แม้ปัญหานี้จะยังเป็นคดีอยู่ในศาลที่เมืองหลวง และคาดเดาไม่ได้ว่า ศาลจะตัดสินคดีเมื่อใด แต่นางดูจะมั่นใจมาตลอดว่า ด้วยความช่วยเหลือของขุนนางกฎหมายจาก “สำนักฟ้องคดี” และเจ้าสำนักสอนกฎหมายที่ช่วยกันทำคดีนั้น นางและครอบครัวนางจะต้องเป็นฝ่ายชนะ โดยนางจะไม่ถูกตัดสินให้ผิด

     และในอีกคดีที่ฟ้องตัวเอง ที่อาจเรียกว่าคดี “ผัวฟ้องเมีย” หรือจะเรียกเป็น “คดีฟ้องกันเอง” คือ คดีที่สำนักการค้าของสามีนางได้ฟ้องสำนักผลิตบัณฑิตนั้น นางเชื่อมั่นตลอดมาในคดีนี้ว่า ครอบครัวของนางกับสามีจะได้รับสินไหมเป็นค่าตอบแทนแน่นอน …

     ด้วยใจที่มัวเมาในอำนาจ นางจึงมักประกาศเสมอมาว่า นางจะอยู่ในตำแหน่งนี้ไปเรื่อย เพราะมั่นใจว่า ไม่มีใครเอานางออกไปได้ และนางจะชนะคดีด้วย เพราะเดิมพันครั้งนี้ สูงหลายสิบล้านตำลึง หากสำนักผลิตบัณฑิตแพ้ นางจะต้องเองเงินก้อนใหญ่จ่ายให้กับสำนักการค้าของสามีนาง แต่ย่อมไม่ใช่เงินของนาง แต่เป็นเงินของสำนักผลิตบัณฑิตที่นางเป็นประมุข … ยุทธจักรแยบยลเพียงใด ยุทธจักรการค้าแยบยลกว่าหลายเท่า !

      ท่านเปาอ่านรายงานการสอบสวนมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ถอนหายใจซ้ำอีก … ท่านเปาถึงกับออกปากว่า เมื่อขุนนางกฎหมายที่หากินและไม่มีความเที่ยงตรง พานพบกับเจ้าสำนักผลิตบัณทิตที่ไม่มีจริยธรรม และมาอยู่ร่วมกันแล้ว ย่อมทำให้สถานที่แห่งนั้น ร้อนจนลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน เพราะคนในสำนักผลิตบัณทิศฑิตนี้ จะเดือดร้อนกันไปทุกย่อมหญ้าจากพฤติกรรมของเจ้าสำนัก

     ท่านเปายังเห็นจากรายงานอีกฉบับว่า เมื่อนางเข้ามามีตำแหน่งแล้ว นางมักมีจิตวิปริตหลงผิดอยู่เสมอ เช่นคิดไปเองว่า สำนักผลิตบัณฑิตแห่งนี้เป็น “สมบัติส่วนตัว” ที่นางจะทำอย่างไรก็ได้ ไม่ใช่แค่ตัวนางเองเท่านั้น แต่บรรดาพรรคพวกสมุนและลิ่วล้อของนางที่มีอำนาจก็คิดเช่นนั้น นางอาจจะหลงลืมไปโดยจริตใฝ่ต่ำในอำนาจที่มักคิดว่า ทุกอย่างในสำนักผลิตบัณฑิตเป็น “สมบัติของนาง” ดังนั้น นางจึงสามารถใช้อำนาจจัดการได้ทุกอย่างตามชอบใจ และไม่ต้องคิดเรื่องความถูกผิดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนางเป็นใหญ่ในสถานที่แห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว

     ดังนั้น เมื่อจอหงวนใหญ่ของสำนักบัณฑิตนี้ที่มาจากเมืองหลวง ออกใบบอกอยากขอพบบรรดาบัณฑิตจอหงวน และเสมียนแผนกต่างๆ แล้ว นางกลับส่งลูกน้องอีกนางหนึ่งที่มีจิตลุแก่อำนาจ ให้ไล่ปลดใบบอกที่ติดตามกำแพงออกไปให้หมด และให้ติดเฉพาะที่นางนัดเจอกับจอหงวนและเสมียนในสำนักเท่านั้น ห้ามคนที่แม้จะเป็นจอหงวนใหญ่ของสำนักแห่งนี้ ก็ไม่อนุญาต เพราะต้องมีแต่นางเท่านั้นที่มีอำนาจในสถานที่แห่งนี้ ทั้งที่จอหวนใหญ่ท่านนี้ ช่วยนางหลายครั้งหลายครา นางจึงไม่ต่างอะไรกับ “อสรพิษร้าย” ที่พร้อมจะแว้งกัดคนที่เคยช่วยเหลือนางมาก่อน เช่นเรื่องชาวนากับงูเห่า และอาจเป็นเพราะจอหงวนใหญ่จากเมืองหลวงท่านนี้ ไม่ตามใจนาง

     ท่านเปาส่ายหน้าด้วยความระอา เพราะฎีการ้องเรียนต่อพฤติกรรมของนางและลิ่วล้อทั้งที่ส่งไป “สำนักปราบทุจริตหลวง” บ้าง … ส่งไป “สำนักบัณทิตหลวง” บ้าง หรือแม้กระทั่งส่งอย่างลับๆ ให้แก่ท่านจอหงวนใหญ่ ก็มี ฏีกาเหล่านี้มีทั้งกล้าลงชื่อ และไม่ลงชื่อ แต่ก็มีหลายเรื่องหลายราว จนเห็นชัดว่า นางใฝ่อำนาจเหิมเกริมกลั่นแกล้งบรรดาจอหงวนที่อยู่ในสำนักแห่งนี้ และใช้อำนาจหาประโยชน์ในทางมิชอบหลายเรื่อง มิใยที่ต้องกล่าวถึงการเล่นพรรคเล่นพวก จนเกิดความแตกแยกในหลายส่วน และลูกสมุนของนางเท่านั้นที่จะมีตำแหน่งได้

     ฟังเรื่องราวเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่พวกลิ่วล้อที่เกาะขานางเข้ามามีตำแหน่ง ส่งเสียงเชียร์ว่า นางเป็น “สุดยอดท่านประมุข” ของสำนักแห่งนี้ และต้องเอาพวกจากเมืองหลวงที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้นางออกไปให้หมด เพราะจอหงวนจากเมืองหลวงไม่ยอมตามใจนาง ทั้งคนพวกนี้ยังรับรู้เรื่องไม่ชอบมาพากลของการใช้เงินในสำนักผลิตบัณฑิตแห่งนี้ จึงต้องเอาออกไป แม้อาจมีจอหงวนบางคนขายวิญญาณไปแล้ว จนกลายเป็นคนที่ไม่มีราคา แต่ก็มิใช่เรื่องผิดปกติในยุทธจักร เพราะในยุทธจักรย่อมมีคนเกิด คนตายผันเวียนกันไม่จบ

    ดังนั้น เมื่อมีการเลือกหาประธานใหญ่สำนักผลิตบัณฑิต นางและพรรคพวกของนางที่ลุ่มหลงในอำนาจ ล้วนยืนยันว่า ต้องใช้กฎเก่าที่นางชื่นชอบเท่านั้น แม้ “สำนักบัณทิตหลวง” จะออกกฎมาแล้ว ขุนนางกฎหมายที่เป็นลิ่วล้อ รวมกับบรรดาลูกสมุนของนาง กลับบอกว่า ไม่ต้องใช้ระเบียบที่ออกมาจากสำนักทางเมืองหลวง ให้เอาตามกฎเก่า ที่นางมีอำนาจในการเลือกคนที่นางต้องการเท่านั้น

     กฎใหม่จากสำนักบัณทิตหลวง ไม่เพียงนางจะคุมอำนาจการเลือกคนอย่างที่นางต้องการไม่ได้เท่านั้น หากยังอาจทำให้บรรดาลิ่วล้อ ลูกสมุน ที่เป็นขยะกองใหญ่ในสำนักผลิตบัณฑิตแห่งนี้ จะต้องถูกกวาดทิ้งไป

     ยิ่งนานวัน การใช้อำนาจอย่างผิดๆ ของนางยิ่งมากขึ้น สมแล้วกับคำกล่าวว่า นางผู้นี้สำเร็จ “วิชามารสารพัดพิษ” จนเป็นที่ร่ำลือในยุทธจักร เพราะมีข่าวว่า นางและบรรดาลูกสมุนเตรียมที่จะฟ้องศาลหลวงว่า ประธานใหญ่สำนักผลิตบัณฑิต ไม่ยอมจัดเลือกคนตามกฎเก่าของสำนัก … ปัญหาจริงๆ คือ ท่านประธานใหญ่ไม่ยอมเลือกหาเพื่อให้นางได้มีลูกสมุนเพิ่มขึ้น ทั้งกฎเก่านี้ยังเป็นช่องทางให้นางและสมุนที่ใกล้ชิดได้อยู่ต่อไป และหากินในสำนักผลิตบัณฑิตแห่งนี้ได้ตราบนานเท่านาน … สำนักผลิตบัณฑิตแห่งนี้กำลังทรุดโทรมลง ด้วยถูกนางแปลงให้เป็น “สำนักหากิน” ที่นางและบรรดาลิ่วล้อจะเสพอำนาจ และหาประโยชน์ทุกทาง

     ท่านเปาถอนหายใจ และรำพึงถึงความโลภในอำนาจ ทั้งโมหะจิตที่คอยคิดกลั่นแกล้งบัณฑิตที่ไม่ยอมนางแต่ก็เสียงอีกส่วนรอดเข้ามาในห้อง จับความจากการพูดคุยของเสมียนศาลได้ว่า “เครื่องประหารพร้อมแล้ว” !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร