bg-single

8 กุมภาฯ ชี้ชะตาอนาคตลำปาง

30.01.2026

คอลัมน์ Agora : กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

“ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ให้ลือโลก”

            นี่คือคำขวัญประจำจังหวัดลำปางที่หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง

            อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้กับลำปางทั้งสิ้น

            แต่ในความเป็นจริงเมืองรถม้าแห่งนี้ยังมีหลายสิ่งที่เป็นปัญหารอคอยการแก้ไข หลายสิ่งก็เป็นข้อจำกัดที่ต้องการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม

            โจทย์ต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คนต่างถิ่นอาจไม่รู้ แต่คนลำปางรู้ และกำลังมองหาคนที่เหมาะสมเข้ามาเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ลำปางต่อไป

            ในวาระโอกาสที่การเลือกตั้งครั้งสำคัญกำลังมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จึงได้จัดกิจกรรม “Lampang Debate ชี้ชะตาอนาคตลำปาง” ขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 1,000 ที่นั่ง อาคารนวัตกรรมบริการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ในเวลา 16.30 – 19.30 น. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้อาสาเข้ามาเป็นแนวหน้าในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของจังหวัดลำปางได้สื่อสารกับประชาชนโดยตรงก่อนการหย่อนบัตรจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

            ท่ามกลางสักขีพยานที่เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้นจำนวนหลายร้อยคน

กิจกรรม “Lampang Debate ชี้ชะตาอนาคตลำปาง” เป็นการแสดงวิสัยทัศน์จากผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของลำปางที่ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 4 ท่าน จาก 4 พรรคการเมือง ได้แก่ กิตติกร โล่ห์สุนทร พรรคเพื่อไทย เขต 1, ทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน เขต 1, อมลยา เจนตวนิชย์ พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 และภุมรา จันทรสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย เขต 4

            จะเห็นได้ว่าใน 4 ผู้สมัครนี้มีตัวแทนของตระกูลการเมืองใหญ่ของลำปางอยู่ 2 ตระกูล คือโล่ห์สุนทรและจันทรสุรินทร์

            ในขณะที่อีก 2 ท่านก็เป็นทั้งนักการเมืองและผู้ประกอบการเก่าแก่ของลำปางที่คนพื้นที่ต่างรู้จักเป็นอย่างดี

            ในช่วงแรกเป็นการแนะนำตัวเองของผู้สมัคร จากนั้นก็แสดงวิสัยทัศน์ของพรรคในภาพกว้างก่อน แล้วจึงจำกัดขอบเขตลงมาในระดับจังหวัดในช่วงที่สองผ่านการตอบคำถามต่างๆ จากผู้ดำเนินรายการ         สำหรับนโยบายระดับประเทศของแต่ละพรรคนั้นเป็นข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้ว

            แต่ข้อมูลที่ยังไม่เป็นที่รับรู้กันมากนักคือแนวนโยบายของพื้นที่เสียมากกว่า

            โดยคำถามส่วนนี้ที่น่าสนใจ เช่น ตามที่มีคำกล่าวว่าลำปางเป็นเพียง “ทางผ่าน” ไม่ใช่ปลายทางของการพัฒนา ผู้สมัครแต่ละท่านมีทัศนะอย่างไรต่อคำกล่าวนี้

ซึ่งในเรื่องนี้ ทิพา ปวีณาเสถียร จากพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่านอกจากลำปางถูกพูดถึงว่าเป็นเมืองทางผ่านแล้วก็ยังได้รับการเอ่ยถึงว่าเป็น “เมืองที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา” อีกด้วย แต่อันที่จริงแล้วลำปางไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ว่ายังไม่ได้รับการดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาให้เต็มที่

            ทิพาคิดว่าลำปางเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเช่นเซรามิก ถ้าในอนาคตสามารถดึงผู้คนมาช่วยกันพัฒนาศักยภาพออกมา ลำปางก็จะไม่ใช่เมืองที่คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแบบที่มักพูดกัน

            สำหรับอมลยา เจนตวนิชย์ จากพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าลำปางมีดีมากกว่าที่ปรากฏในปัจจุบัน แต่ยังขาดผู้นำในการพัฒนา ทั้งๆ ที่ลำปางมีจุดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

            ส่วนกิตติกร โล่ห์สุนทร จากพรรคเพื่อไทย มองว่า ลำปางอยู่ใกล้เชียงใหม่จึงทำให้คนมองว่าเป็นทางผ่านไปสู่เชียงใหม่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าลำปางเป็นเมืองรองได้ แต่ต้องไม่เป็นเมืองทางผ่าน และควรเป็นเมืองที่ต้องห้ามพลาด

            ซึ่งจะทำเช่นนั้นได้ก็ด้วยการนำจุดแข็งมาพัฒนาและเพิ่มจุดแข็งใหม่ ด้วยการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงที่มีอากาศเย็นแม้กระทั่งในเดือนเมษายน วัดปงยางคกที่มีอายุเก่าแก่เป็นพันปี ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่าน “Story Telling” (การบอกเล่าเรื่องราว) โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่กับโซเชียลมีเดียมาเป็นเครื่องมือช่วย

            คนสุดท้ายก็คือภุมรา จันทรสุรินทร์ จากพรรคภูมิใจไทย เสนอว่า การดึงจุดเด่นที่มีอยู่แล้วออกมาให้เด่นกว่าเดิมง่ายกว่า มีหลายอย่างที่เด่นอยู่แล้วแต่ยังคง “unseen” (คนไม่รู้ คนมองไม่เห็น) ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเพื่อไม่ให้ลำปางเป็นเมืองทางผ่าน

ในส่วนของคำถามจากนักศึกษาที่น่าสนใจก็มีมากมายไม่แพ้คำถามจากผู้ดำเนินรายการบนเวที

            เช่น เกียรติศักดิ์ อินทร์สุริยวงษ์ นักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 และยุวชนประชาธิปไตยประจำ จ.ลำปาง ถามว่าผู้สมัครแต่ละท่านคิดว่ามีวิธีการใดในการทำงานร่วมกับเยาวชนให้ได้มีส่วนร่วมกับการเมืองมากขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็น “ประชาธิปไตยลวงตา” แบบที่เป็นอยู่

            ซึ่งอมลยา เจนตวนิชย์ จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอว่า ให้มีการตั้ง “สภาเยาวชน” ในลำปางเพื่อให้มีส่วนร่วมทางการเมืองโดยมีนักการเมืองในท้องถิ่นคอยเป็นพี่เลี้ยงและชี้แนะให้ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

            ส่วนกิตติกร โล่ห์สุนทร จากพรรคเพื่อไทย คิดว่า ประชาธิปไตยคือการมีส่วนร่วมและมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน ซึ่งควรลงไปอยู่ในระดับพื้นฐานตั้งแต่โรงเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ แม้กระทั่งการเข้าคิวซื้ออาหารเองก็เป็นประชาธิปไตย เพราะนั่นคือการรู้หน้าที่และเคารพคนอื่นในการอยู่ร่วมกัน นอกจากนั้นเยาวชนควรรับสื่อจากภาคการศึกษา แต่ไม่ควรรับจากภาคการเมืองโดยตรง เหมือนการจัดเรตติ้งภาพยนตร์เพื่อเลือกสรรว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี ไม่ไปรับสื่อที่มีความลำเอียงสร้างความแตกแยก

            สำหรับทิพา ปวีณาเสถียร จากพรรคประชาชน มองว่า ความหมายของประชาธิปไตยคือสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของทุกคน และเคารพเสียงของทุกคนในการเลือก ซึ่งประชาธิปไตยขั้นต้นอยู่ตั้งแต่เด็กเล็กในโรงเรียนที่ต้องเลือกหัวหน้าห้องแล้ว ฉะนั้นจึงต้องปลูกฝังเด็กในการเลือกสิ่งต่างๆ เช่น ใครควรเป็นผู้นำ ประชาธิปไตยกับการเมืองเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้ และอยู่กับชีวิตของคนทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย

            ส่วนภุมรา จันทรสุรินทร์ จากพรรคภูมิใจไทย แสดงทัศนะว่า ไม่มีการปกครองใดดีที่สุด มีแต่เลวน้อยที่สุดคือประชาธิปไตยเพราะสามารถสนองประโยชน์ของคนหมู่มากได้ การที่ผู้ถามคิดว่าประชาธิปไตยลวงตาก็เพราะเกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ต่างรุ่นต่างความคิดเห็น

            เพราะฉะนั้นจึงต้องผสานคนแต่ละรุ่นเข้าด้วยกัน โดยมีสภาของประชาชนทุกวัยให้เข้ามาพูดคุยและยอมรับความแตกต่างระหว่างกันให้ได้ นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงประวัติศาสตร์ด้วยเพื่อจะเข้าใจความแตกต่างทางความคิดที่เกิดขึ้น

มีประเด็นอื่นๆ อีกมากมายในเวทีแสดงวิสัยทัศน์ชี้ชะตาอนาคตลำปาง ซึ่งเนื้อที่ของบทความไม่สามารถหยิบยกทั้งหมดมาเล่าสู่กันฟังได้

            ผู้สนใจท่านใดที่ต้องการทราบรายละเอียดในแต่ละประเด็น สามารถติดตามเนื้อหาย้อนหลังได้ผ่านทาง live ซึ่งได้บันทึกการถ่ายทอดกิจกรรมใน facebook ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ตามลิงก์ https://www.facebook.com/share/v/19RMR9vGHR/

            หวังว่าข้อมูลจากเวทีดีเบตที่สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จัดขึ้นคงเป็นประโยชน์แก่ชาวลำปางสำหรับประกอบการพิจารณาตัดสินใจในวันเลือกตั้งและลงประชามติที่กำลังมาถึงนี้

            8 กุมภาฯ เข้าคูหา เลือกชะตาชีวิตของตัวเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน