bg-single

พนักงานสอบสวน ‘เดอะแบก’ ใจฟู ก.ตร.ฟื้นแท่ง-ขึ้นค่าตอบแทน ลุ้น! นายกฯ ถกขุนคลังสำเร็จ

09.03.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคาะฟื้นแท่งพนักงานสอบสวน (พงส.) กับการขึ้นค่าตอบแทนให้เทียบเท่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.นั้น ทำให้เดอะแบกทั้งหลายใจฟูเลยทีเดียว

การประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.

ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบหลักการกำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ สามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง

เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่

รวมถึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการ

เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 62 วรรค 3

โดยเปิดตำแหน่งให้ พงส.ครองตำแหน่งปัจจุบันสมัครใจว่าจะเลือก พงส.ปกติ หรือพนักงานสอบสวนตำแหน่งควบ โดยมีแท่งเลื่อนไหล ตั้งแต่ “รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน” ถึง “รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน” ในระดับสถานีตำรวจ และตั้งแต่ “ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน” ถึง “รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน” ในระดับกองบังคับการ

นั่นคือ การฟื้นแท่ง พงส.ที่ถูกทุบทิ้งไปด้วยคำสั่ง คสช. ที่ 7/2559

คำสั่ง คสช.ดังกล่าวได้ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่ง พงส.ตามมาตรา 44, 45 วรรคสอง, 46 วรรคหนึ่ง, 47 และมาตรา 72 วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ส่งผลให้ ผกก.สายงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญงานสอบสวนหายไปจากสถานีตำรวจประมาณ 800 ตำแหน่ง

ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจจากสายงานอื่น เช่น งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน และงานจราจร ไปดำรงตำแหน่ง พงส.ในระดับต่างๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางคนไม่มีความรู้ในสายงาน ทักษะ ความสามารถ การสอบสวนคดีอาญามาก่อน ทำให้ปฏิบัติหน้าที่งานสอบสวนได้ยาก

ส่งผลให้การทำงานมีปัญหา เกิดความกดดัน เครียดสะสม จนถึงขั้นลาออก หรือบางคนป่วย เป็นซึมเศร้าถึงขึ้นทำอัตวินิบาตกรรม

ขณะเดียวกันคำสั่ง คสช.ที่ 7/2559 ได้เปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้นโยกย้าย ข้าราชการตำรวจที่มีตั๋วเข้ามาเอาตำแหน่งเป็นทางผ่าน พอได้ยศรอเวลาย้ายออกไปอยู่งานอื่น หรือตำแหน่งอยู่แต่ตัวไม่อยู่ เพราะโยกมาเอาตำแหน่งอย่างเดียวแล้วไปตาม “นาย”

เรียกว่า “พนักงานสอบสวนผีน้อย”

กลายเป็นช่องโหว่การบริหารงานบุคคล

ยิ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา งานสอบสวนโรงพักโอเวอร์โหลดเกินกว่า พงส.จะรับไหว เพราะมีคดีฉ้อโกงออนไลน์ล้นทะลักโรงพัก

พงส.ทำงานสอบสวนทำงานหนักมาก

ปกติ 1 นายรับทำคดี 70 สำนวนถือว่ามีประสิทธิภาพ อาจโหลดได้ถึง 120 สำนวน

แต่ขณะนี้หนักถึงขนาด 200 กว่าสำนวน บางที่ไปถึง 500 กว่าสำนวน

เพราะฉะนั้น การฟื้นโครงสร้างให้มี “แท่ง พงส.” ถือเป็นนิมิตหมายอันดีว่า ทั้งฝ่ายนโยบายและผู้บริหารระดับสูงสำนักงานสีกากีให้ความสำคัญ

"ad"

เนื่องจาก พงส.ถือเป็นฟันเฟืองและกำลังหลักขององค์กร

หลังจากนี้คณะทำงานของสำนักงานกำลังพลและสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน (สบส.) จะชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำระบบแท่งพนักงานสอบสวนกลับมาใช้ให้ทันวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ระยะแรกจะลงพื้นที่จัดการอบรมนำร่องที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นหน่วยแรก

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไป เข้ารับฟังการบรรยายให้ความรู้เบื้องต้น

ก่อนจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และตอบโจทย์การทำงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากที่ประชุม ก.ตร.ยังให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษ พงส. 11,000 กว่านาย

เป้าหมายปรับอัตราค่าตอบแทนให้เทียบเคียงเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.

เป็นไปตามมาตรา 70 วรรคท้าย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

ระบุว่า กำหนดให้ ก.ตร.และกระทรวงการคลังร่วมกันพิจารณาทบทวนเงินเพิ่มพิเศษให้สอดคล้องสภาวะทางเศรษฐกิจในทุก 3 ปี ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน และการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติ

โดยเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น ถ้าเทียบเคียงกับค่าตอบแทนพนักงานไต่สวน ป.ป.ช.ดังนี้

ระดับรองสารวัตร หรือเทียบเท่าที่ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 ปี ได้ปรับจากอัตราเดือนละ 12,000 บาท เป็น 14,000 บาท

ระดับรองสารวัตร หรือเทียบเท่าเกิน 2 ปี จากเดือนละ 12,000 บาท เป็น 16,000 บาท

รอง สว. หรือเทียบเท่า 4 ปี จาก 12,000 บาท เป็น 20,000 บาท

สารวัตร หรือเทียบเท่า จาก 14,400 บาท ปรับเป็น 25,000 บาท

รอง ผกก. หรือเทียบเท่า 17,300 บาท ปรับเป็น 30,000 บาท

ผกก. หรือเทียบเท่า 20,800 บาท ปรับเป็น 34,500 บาท และรอง ผบก. หรือเทียบเท่า 25,000 บาท ปรับเป็น 38,000 บาท

เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการทำงาน เนื่องจากเป็นสายงานที่ต้องแบกรับภาระความเครียดและปริมาณงานที่หนักหน่วง

ที่ประชุม ก.ตร.ได้มอบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. หารือกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. ได้รับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปหารือระดับนโยบายกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง

ทั้งนี้ นายกฯ อนุทินเข้าใจภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวนเป็นอย่างดี และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

ได้แรงหนุนขนาดนี้ พงส.ทั้งหลายต่างมีกำลังใจ แต่แอบกังวลว่าจะถูกหลอกอีกหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คลื่นแห่งความโกรธในยุโรป ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“วรวงศ์” แนะ เศรษฐกิจจะขยายตัว ไทยต้องลดการขาดดุลการค้า ห่วง 9 เดือนแรก ติดลบ 1.4 ล้านล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายภูมิภาค
ปฏิบัติการภาพยนตร์ฝรั่งเศส – Les Misérables- AI โชเน็นอะนิเมะ ไวรัลระดับโลกไอคอนแห่งการต่อสู้ของเจน Z ‘Stop! Back off! Stop pushing!’
อินเดีย จากแกนนำขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สู่ประเทศที่ฝักใฝ่ทุกฝ่าย
เวียงจันทน์ขยับ ฮานอยเขยื้อน : เวียดนามกับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว
ทรัมป์ ‘คนทรยศ’ (Betrayal) ยกเลิกการแซงก์ชั่นน้ำมันรัสเซีย ซื้อดีเซลหมีขาวนำเข้าอเมริกา
6 ปทัสถาน ‘เคลียร์ได้’ ที่สังคมไทยต้องข้ามให้พ้น
4 ปีไม่มีใครฟัง ธีระ ศรีมงคล ผู้ใหญ่หมู่ 1 บ้านสระมะเขือ ย้ำอีกที ‘โรงขยะคือบทเรียนแสนสาหัส’
เมื่อประวัติศาสตร์เปลี่ยนข้าง : ถึงเวลาคืนความเป็นธรรม ให้เหยื่อของอำนาจรัฐ?
สัมผัสแง่งามสุดขมขื่น และความรักอันร้าวราน ผ่านอัลบั้ม O ของ เดเมียน ไรซ์
จากไทยหนึ่งเดียว สู่ ‘ไทยหลายใบ’ : ไทยศึกษาผ่านมุมมองนักวิชาการญี่ปุ่น
‘3 เสือป่า’ ภาค 2 ‘บิ๊กหยอย’ ส่งสัญญาณ? จับตา ไฟใต้ เดิมพันสุดท้าย ตท.26 หนู บุกรัง บิ๊กดุลย์ The Last Mission ‘บิ๊กเต้’ กับ สัญญาใจ ทบ.