เมื่อการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอลเกิดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น ผลที่ตามมาอย่างชัดเจนคือ การที่สถานการณ์โลกก้าวเข้าสู่ความผันผวนครั้งใหญ่ ดังที่ปรากฏให้เห็นจากสื่อต่างๆ พร้อมกันนี้ ก็ตามมาด้วยคำถามเรื่องระยะเวลาของสงคราม … สงครามจะสั้นหรือจะยาว สงครามจะจบช้าจบเร็ว
ถ้าเอาคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงแรกเป็นคำตอบเรื่องเวลาแล้ว จะเห็นได้ว่า ทรัมป์ประมาณการสงครามไว้ 4 สัปดาห์ (ต่อมาขยายเป็น 4-5 สัปดาห์) หากถือตามกรอบเวลาเช่นนี้ ก็เท่ากับสงครามอิหร่านเดินมาครึ่งทางแล้วในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม นี้ (ครบ 14 วัน)
ดังนั้น บทความนี้จะทดลองนำเสนอภาพรวมของสภาวะสงครามในช่วงครึ่งทางของทรัมป์ ดังนี้
ผลกระทบกับโลก
1) ผลของการโจมตีอิหร่าน ทำให้การเมืองโลกมีความผันผวนอย่างมาก (global disruption) สภาวะเช่นนี้ ให้คำตอบแก่เราชัดเจนในทางทฤษฎีว่า “โลกผันผวนด้วยสงคราม” ดังเช่นที่เห็นในกรณีสงครามยูเครน หรือสงครามในกาซ่ามาแล้ว
2) เกิดผลต่อความปั่นป่วนในชีวิตของผู้คน ได้แก่ 1. ราคาน้ำมัน 2. ราคาทองคำ 3. ความผันผวนของตลาดหุ้น 4. อุปสรรคต่อการเดินทางทางอากาศ 5. ค่าครองชีพที่เพิ่มมากขึ้น และ 6. ผลทางจิตวิทยาคือ ความกลัวสงครามของผู้คนในสังคม ซึ่งความปั่นป่วนทั้ง 5 ประการนี้ก็คือ ภาพสะท้อนความผันผวนของโลกในอีกทางหนึ่ง
3) การโจมตีทางอากาศ และแม้จะเป็นการโจมตีอย่างหนักเพียงใดก็ตาม จะไม่สามารถเป็นเครื่องมือที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้จริง ระบอบทางการเมืองจะเปลี่ยนได้จริงต้องอาศัยปัจจัยภายใน โดยเฉพาะการลงถนนของมวลชน เป็นต้น
4) สหรัฐและอิสราเอลมีแนวโน้มที่จะไม่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนระบอบการเมืองในอิหร่าน ซึ่งแนวคิดเรื่อง regime change เช่นที่สหรัฐอาจเคยทำสำเร็จในอัฟกานิสถาน อิรัก และลิเบีย หรือปัจจุบันคือ กรณีเวเนซุเอลา ซึ่งอิหร่านมีความแตกต่างออกไปอย่างมาก ดังนั้น ผู้นำสหรัฐอาจต้องยอมลดระดับของความต้องการทางการเมืองในสงครามครั้งนี้ลง เพราะเป้าหมายนี้ไม่น่าจะเป็นจริงในขณะนี้
5) ระบอบการเมืองเก่าของอิหร่านยังสามารถดำรงอยู่ได้ และสร้างผู้นำใหม่ทดแทนต่อผู้นำเดิมที่ถูกสังหารไปแล้ว การเลือกผู้นำใหม่ของศาสนจักรอิหร่านเป็นสัญญาณถึงการคงอยู่ของระบอบเดิม และเป็นสัญญาณในตัวเองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในอิหร่านยังไม่เกิดขึ้น
6) ระบอบการปกครองเดิมที่ไม่ได้ล่มสลายไปกับการโจมตีทางอากาศ ย่อมมีนัยในตัวเองว่า ระบอบมีความยืดหยุ่นที่จะดำรงอำนาจต่อไป อันเท่ากับเป็นสัญญาณว่า การทำสงครามจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ศักยภาพทางทหารของอิหร่านจะอ่อนแรงลงจากการโจมตีที่เกิดขึ้นก็ตาม
7) ไม่ชัดเจนว่า สงครามจะจบอย่างไร การเจรจาทางการทูตจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในสภาพเช่นนี้ เพราะอิหร่านยังไม่มีท่าทีตอบรับการเจรจา และผู้นำสหรัฐ เองก็ไม่ชัดเจนว่า จะยุติสงครามชุดนี้อย่างไร กล่าวคือ รัฐคู่พิพาทยังไม่มีสัญญาณที่จะยุติปฏิบัติการทางทหาร
8) สำหรับสหรัฐ สงครามอาจจะจบได้เร็ว เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มส่งสัญญาณว่า สหรัฐชนะแล้ว แม้จะยอมรับว่า สหรัฐยังไม่ชนะทั้งหมดก็ตาม ประกอบกับวัตถุประสงค์ทางการเมืองของสหรัฐในสงคราม ดูจะเปลี่ยนไปจากการสัมภาษณ์ของทรัมป์ในแต่ละครั้ง และไม่มีความชัดเจนว่า ผู้นำอเมริกันต้องการอะไรในสงครามครั้งนี้
9) สำหรับอิหร่าน สงครามน่าจะไม่จบง่าย ดังคำประกาศว่า อิหร่านจะเป็นคนตัดสินเองว่า สงครามจะยุติเมื่อใด แต่ไม่ใช่ยุติตามคำประกาศของผู้นำอเมริกัน อันมีนัยว่า สงครามจะยังไม่จบในแบบที่ผู้นำอเมริกันกล่าว เพราะทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่าน “ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข” ซึ่งในความเป็นจริงนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่อิหร่านจะประกาศการยอมแพ้ต่อสหรัฐ

10) ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐจ่ายค่าความเสียหายจากสงคราม การยอมรับสถานะที่ชอบธรรมของรัฐอิหร่าน และการค้ำประกันความมั่นคงของอิหร่าน ข้อเรียกร้องนี้ได้รับการตอบรับแล้ว อิหร่านจะยอมเปิดการเจรจากับสหรัฐ ซึ่งตอบได้ง่ายว่า ผู้นำสหรัฐไม่มีทางยอมรับข้อเรียกร้องเช่นนี้อย่างแน่นอน
11) ในอีกด้าน ผู้นำสูงสุดยังคงประกาศให้ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เท่าๆกับที่เรียกร้องให้ชาวอิหร่านต่อสู้ต่อไป เพื่อแก้แค้นให้กับชาวอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ซึ่งคำประกาศเช่นนี้ ส่งสัญญาณว่า สงครามของอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป
12) สงครามก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมากจากการโจมตีคลังน้ำมันของอิหร่าน เช่น การเกิดฝนกรด การมีหมอกควันคลุมท้องฟ้า จนอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐเป็นการสร้าง “อาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อม” ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ โลกอาจจะเคยเห็นมาแล้วจากกรณีการเผาบ่อของกองทัพอิรักในช่วงที่อิรักเริ่มแพ้ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย
13) สงครามของอิสราเอลขยายตัวเข้าไปในเลบานอน อันนำไปสู่การรบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และก่อให้เกิดจำนวนผู้อพยพหนีภัยสงครามเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า อิสราเอลเคยแพ้สงครามในเลบานอน จนต้องถอนกำลังออกมาแล้ว
14) ปัญหาความมั่นคงทางทะเลในบริบทของช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านประกาศการห้ามขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ มีผลกระทบกับความมั่นคงด้านพลังงานของโลก และเป็นการท้าทายบทบาทของสหรัฐในการบังคับให้เกิดความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ เนื่องจากจนถึงปัจจุบัน ช่องแคบนี้ยังไม่สามารถเปิดการเดินเรือได้ตามปกติแต่อย่างใด อีกทั้ง ถ้าอิหร่านตัดสินใจวางทุ่นระเบิดในอ่าวเปอร์เซียด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาความมั่นคงทางทะเลของช่องแคบฮอร์มุซมีความยุ่งยากมากขึ้น
15) สงครามในตะวันออกกลาง มีนัยโดยตรงต่อการขยับตัวของราคาน้ำมันเสมอ และมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ดอลล่าร์/บาร์เรล แม้ประเทศพัฒนาแล้ว พยายามดึงราคาน้ำมันให้ลงมาด้วยการปล่อยน้ำมันสำรองของตนออกสู่ตลาดโลก แต่ก็ไม่ใช่มาตรการถาวรที่จะตรึงราคาพลังงานได้จริง เราอาจต้องยอมให้กลไกราคาทำงานบ้างในระดับหนึ่ง

อนาคต
หากกล่าวโดยสรุปภาพรวมของสงครามในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่า สหรัฐอาจจะชนะ แบบไม่ชนะคือ ถ้าเปรียบเป็นเวทีมวย สหรัฐยังไม่สามารถ “น๊อกเอาท์” อิหร่านได้จริง แต่ทรัมป์ก็ประกาศถึงชัยชนะของสหรัฐไปแล้ว
แต่ถ้าจะกล่าวว่า อิหร่านแพ้ ก็อาจจะไม่จริง เพราะอิหร่านยังไม่แพ้ ซึ่งถ้าเป็นมวย ก็เหมือนกับมีอาการ “สะบักสะบอม” แต่ก็ไม่ถูกน๊อกกลางเวที และยังสามารถเดินหน้าต่อสู้กับสหรัฐได้ต่อไป
สงครามการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลอาจจะดำเนินต่อไปอีกสักระยะ แต่ขณะเดียวกัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามก่อการร้าย” ที่จะตามมาในอนาคต … อนาคตของผลสืบเนื่องจากสงครามนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลเสมอ !
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
