bg-single

ไทยกับน้ำมัน และสงคราม ! | สุรชาติ บำรุงสุข

01.04.2026

    หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ การเดินทางของผู้คนในสังคมไทยไม่เคยต้องมีความกังวลกับเรื่อง “น้ำมันหมด” เพราะไม่ว่าจะเกิดสงครามอย่างไรในตะวันออกกลาง น้ำมันก็ยังมีขาย ไม่หมด หรือหายไปจากปั๊มเสียทีเดียวคงพอหาซื้อน้ำมันใส่รถสำหรับการเดินทางได้ แม้อาจจะมีราคาสูงขึ้นบ้างก็ตาม 

     สำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน อาจจะพอมีความทรงจำอยู่บ้างกับเรื่องของ “วิกฤตพลังงานโลกรอบ 3” ในช่วงปี2545-46 (คศ. 2002-03) ที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น การเติบโตของประเทศอุตสาหกรรมใหม่อย่างในกรณีของจีนและอินเดีย ที่ต้องการพลังงานมากขึ้น ประกอบกับการมาของสงครามอิรักครั้งที่ 2 ในปี2546 (คศ. 2003) จึงนำไปสู่ความขาดแคลนพลังงานในตลาดโลก

      วิกฤตพลังงานรอบที่ 3 ครั้งนี้ ทำสถิติด้วยราคาที่สูงที่สุดที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในตลาดโลกคือ 147 ดอลล่าร์/บาร์เรลในปี 2551 (คศ. 2008) แต่ราคานี้ก็ลดลงในเวลาต่อมา ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว น้ำมันอาจจะไม่ได้ขาดแคลน ในแบบที่หายออกไปจากตลาด เพียงแต่มีราคาที่แพงมากขึ้น

    ต่อมา เราอาจจะเห็นวิกฤตพลังงานเล็กๆ แทรกซ้อนเข้ามา อันเป็นผลจากสงครามยูเครน ที่รัสเซียตัดสินใจบุกยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 (คศ. 2022) วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ใหญ่มาก และมีผลกระทบกับรัฐยุโรปโดยตรงมากกว่า ไม่ค่อยมีผลมากกับรัฐในเอเชียเช่นในปัจจุบัน

     แต่เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตัดสินใจเปิดการโจมตีอิหร่านในปี 2568 (คศ. 2025) ก็เป็นการโจมตีอย่างจำกัดในระยะเวลาเพียง 12 วัน สถานการณ์ด้านพลังงานดูจะไม่ถูกกระทบมากนัก เพราะการโจมตีทางอากาศเกิดในระยะเวลาสั้นๆ และไม่มีการปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมัน

     หากโจมตีในปี 2569 (คศ. 2026) นั้น แตกต่างออกไปอย่างมาก สหรัฐและอิสราเอลเปิดการโจมตีขนาดใหญ่ ซึ่งอิหร่านตอบโต้กลับด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (The Strait of Hormuz) และยังขยายการโจมตีไปยังแหล่งผลิตน้ำมันและแก๊สธรรมชาติของประเทศในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย

     การประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” กลายเป็นไม้ตายในการตอบโต้กับการโจมตีกับสหรัฐและอิสราเอลเพราะช่องแคบนี้คือ หนึ่งในเส้นทางหลักของการส่งน้ำมันของโลก ที่น้ำมันของโลกประมาณร้อยละ 20 ต้องผ่านออกจากช่อแคบนี้ และประมาณว่าร้อยละ 80 ของน้ำมันนี้ไปยังตลาดเอเชีย โดยเฉพาะส่งไปยังอินเดีย จีนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

     ดังนั้น จึงไม่แปลกแต่อย่างใด ที่สงครามอิหร่านที่นำไปสู่ “วิกฤตพลังงานโลกรอบที่ 4” จะส่งผลกระทบต่อประเทศในเอเชียอย่างมาก และหลายประเทศในเอเชียในช่วงกลางเดือนมีนาคม เป็นต้นมา เริ่มเห็นถึงการออกมาตรการของภาครัฐในการใช้พลังงาน เพราะสงครามอาจจะไม่จบเร็วอย่างที่ทุกคนหวัง อีกทั้ง ยังเดาใจผู้นำสหรัฐไม่ได้ว่า ทำเนียบขาวจะประสงค์การสิ้นสุดของสงครามในรูปแบบใด แต่สงครามอาจจะไม่สั้น

     อย่างไรก็ตาม เราอาจเปรียบเทียบได้กับสงครามยูเครน ที่วันนี้สงครามเข้าสู่ปีที่ 5 หรือสงครามในกาซ่าที่เริ่มมาตั้งแต่ตุลาคม 2567 (คศ. 2023) และแม้จะมีการหยุดยิง แต่ยังการโจมตีของอิสราเอล

     สภาวะของสงครามทั้งในยูเครนและในกาซ่านั้น เป็นคำตอบในตัวเองว่า สงครามอาจจะไม่จบลงในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งความไม่แน่นอนของการยุติสงครามนั้น จะมีผลอย่างมากกับเรื่องของราคาพลังงาน และในกรณีนี้จะมีผลต่อความขาดแคลนพลังงานด้วย เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซเท่ากับเป็นการตัด “เส้นเลือดใหญ่” ของพลังงานของประเทศในเอเชีย

     ในท่ามกลางสถานการณ์สงครามเช่นนี้ ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไปด้วย … ประเทศไทยได้รับผลอย่างหนักจากสงครามเป็นลำดับที่ 15 ของโลก เพราะไทยนำเข้าพลังงานเป็นร้อยละ 7 ของจีดีพี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก และพลังงานเหล่านี้มาจากอ่าวเปอร์เซีย ที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (จีนมีสัดส่วนนำเข้าเพียงร้อยละ 2 ของจีดีพี) [ข้อมูลจาก ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ]

     เช่นนี้แล้ว คำถามคือ แล้วเราจะเตรียมตัวกลับบ้านช่วงสงกรานต์กันอย่างไร … การเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซปิดนั้น ไม่ง่ายกับชีวิตอย่างแน่นอน อย่าบอกนะครับว่า เราจะกลับบ้านนอกเราตามปกติได้ในวันที่ช่องแคบฮอร์มุซเปิด … ชีวิตคนไทยแขวนอยู่กับอนาคตของฮอร์มุซอย่างคิดไม่ถึง

     ชีวิตคนไทยเราในยุคปัจจุบันเข้าไปผูกพันกับสงครามในเวทีโลกอย่างมาก และอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งเรื่องของพลังงานจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในการเมือง และการต่างประเทศของไทยอีกด้วย

      แต่ที่สำคัญ ความสามารถในการบริหารพลังงานอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของรัฐบาล … ถ้าบริหารได้สำเร็จ นายกรัฐมนตรีอาจกลายเป็น “วีรบุรุษพลังงาน” แต่ถ้าบริหารไม่ได้จริง น้ำมันจะเป็น “ดาบ” ที่ตัดทอนอายุของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าบริหารผิดพลาดแล้ว น้ำมันจะเป็น “เชื้อเพลิง” ที่ช่วยสุมไฟแห่งความไม่พอใจของประชาชนในทางการเมืองให้ลุกโชนขึ้น 

    วิกฤตพลังงานรอบที่ 4 จึงท้าทายต่อความอยู่รอดของรัฐบาลอนุทินตั้งแต่วันแรกเข้ารับตำแหน่งทันที !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’