‘4 ผลิตภาพ 3 เครื่องยนต์’ | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม มีโอกาสไปนั่งฟังวงสนทนาเล็กๆ หัวข้อ “พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทยในการเมืองโลกผันแปร” ที่จัดโดยสำนักพิมพ์มติชน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
หนึ่งในผู้ร่วมสนทนา คือ “ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ” ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าด้วยทางรอดของเศรษฐกิจไทยยุคปัจจุบันเอาไว้อย่างน่าสนใจและชวนขบคิดต่อ
ดังเนื้อหาต่อไปนี้

“ประเทศไทยวันนี้ต้องโดนยาชุด คือกินเป็นเม็ดๆ ไม่น่าจะรอด ใช้สูตรแบบนี้ดีกว่า เราจะรอดในสถานการณ์นี้ได้ ต้องการ ‘4 ผลิตภาพ 3 เครื่องยนต์’ ต้องปรับปรุงซ่อมแซมชุดใหญ่
“4 ผลิตภาพ ถ้าประเทศไทยจะไปต่อได้ ต้องปฏิรูปเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ทุกคนพูดไปในทิศนี้ แต่คำถามคือคำว่าผลิตภาพมันมีเรื่องอะไรบ้างที่เป็นระบบร้อยเข้ามา? มีอยู่ 4 เรื่องเท่านั้น
“หนึ่ง ‘คนและงาน’ อันนี้มัดรวมมาด้วยกัน จะทำให้แรงงานไทยมีทักษะที่สูงขึ้น และอยู่ในงานที่ดีที่ทักษะนั้นสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้เขาได้อย่างไร? ตรงนี้คือประเด็นที่ผมคิดว่าคนพูดน้อย พูดแต่ว่าแรงงานต้องมีทักษะสูงขึ้น
“(ยกตัวอย่างเช่น) ผมเปิดบริษัททำบัญชีที่ใช้มือทำกระดาษ คุณอยู่ในบริษัท (แล้ว) ไปเรียนเพิ่มทักษะการทำบัญชีด้วยระบบดิจิทัล (พอ) กลับมาบริษัท ผมยังให้คุณทำกระดาษอยู่ ไม่มีผลิตภาพนะ แล้วผมก็ไม่มีมูลค่าส่วนเพิ่มจะเอาไปให้เงินเดือนคุณเพิ่ม
“แรงงานที่เก่งขึ้นไม่เคยนำมาสู่รายได้ที่ดีขึ้นไปในตัวแบบอัตโนมัติ แรงงานที่ดีขึ้นต้องอยู่ในตำแหน่งงานที่ทำให้ทักษะของเขาสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ด้วย เพราะฉะนั้น ผลิตภาพแรงงานไม่เคยเป็นเรื่องของแรงงาน เป็นเรื่องของแรงงานและงาน ซึ่งงานอยู่กับบริษัท แรงงานเก่งขึ้น ต้องมีบริษัทที่เก่งขึ้น นายจ้างที่เก่งขึ้นไปด้วยกัน
“ถ้าเกิดสิ่งนี้ได้ ถึงจะหลุดจากหนี้ที่กดเครื่องยนต์การบริโภคได้ วันนี้ที่หนี้ครัวเรือนมันโตเพราะค่าครองชีพโตเร็วกว่ารายได้ ปัญหาหนี้จะหมดไม่ใช่ไปยกเลิกหนี้ อันนั้นช่วยได้ชั่วคราว แต่มันคือการทำให้การเติบโตของรายได้ในงานของเขา มันโตเร็วกว่าค่าครองชีพ ถ้าพลิกตรงนี้ไม่ได้ จะช้าหรือเร็วก็เกิดหนี้ ชะลอการเติบโตของหนี้ได้เท่านั้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาหนี้
“เพราะฉะนั้น จะทำให้เครื่องยนต์การบริโภคครัวเรือนกลับมาอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ต้องแก้รากที่ตัวผลิตภาพแรงงานและตำแหน่งงาน ถึงจะแก้ได้ระยะยาว”

“ผลิตภาพช่องที่สอง เขาเรียก ‘ผลิตภาพของทุน’ ถ้ามีการจัดสรรเงินลงทุนไปสู่บริษัทที่ดี การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะดี บริษัทที่ดีหมายถึงบริษัทอะไร? หมายถึงบริษัทที่ไม่ใช่ ‘เสือนอนกิน’ ที่เอาไซซ์ (ขนาดใหญ่) เข้าไปฆ่ารายเล็ก หมายถึงบริษัทที่ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน หมายถึงบริษัทที่สร้างตำแหน่งงานที่ดี ซึ่งมันจะพันกับเครื่องยนต์ตัวแรก
“การจัดสรรทุนที่มีผลิตภาพต้องเข้าไปทำงานร่วมกันกับภาคการเงินเพื่อให้สิ่งนี้มันดีขึ้น อันนี้ยาขนานที่สอง ถ้าทำได้ หนี้ที่กดการลงทุนไว้ก็จะถูกทลายเพดาน แล้วก็ปลดปล่อยพลังของการเติบโต
“ผลิตภาพก้อนที่สาม คือเรื่อง ‘กฎการเล่น’ เรื่องสถาบัน มันจะพันกันหมด พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า หน่วยงานกำกับดูแลในสาขาเฉพาะ ถ้าเหล่านี้ทำงานได้ดี สภาพแข่งขันเหมาะสม เดี๋ยวการเติบโตมันมาเอง รายเล็กไม่โดนฆ่าระหว่างทาง รายใหญ่ต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง ไม่ได้ใช้ไซซ์เข้าไปสร้างการเติบโต แต่ใช้นวัตกรรม
“กฎการเล่นถ้ามีการปรับปรุง (เศรษฐกิจ) ก็จะเดินหน้า
“(ผลิตภาพ) สุดท้ายคือเรื่อง ‘นวัตกรรม’ อันนี้เรื่องตรงไปตรงมา ถ้าเปลี่ยนวิธีการผลิต สร้างสินค้าใหม่ๆ มีวิธีการจัดการใหม่ๆ ก็สร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดยใช้ปัจจัยการผลิตเท่าเดิม ก็สร้างการเติบโต”

“4 ผลิตภาพ แรงงาน การจัดสรรทุน กฎการเล่น และนวัตกรรมใหม่ ถ้าขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ ก็จะทลายข้อจำกัดที่กดการเติบโตของเราไว้ แต่การทลายข้อจำกัดเหล่านี้มันต้องเห็นภาพเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 3 ตัว คือเครื่องยนต์ตัวใหญ่ ตัวเล็ก และตัวใหม่
“ถ้าเรามองแต่อดีต เราจะเห็นแต่ ‘เครื่องยนต์ตัวใหญ่’ เพราะถ้าเราจะสู้เพื่อเอาการเติบโตกลับมาให้เร็ว เราไม่มีทางเลือก เราต้องไปใช้เครื่องยนต์ตัวใหญ่ ใช้บริษัทขนาดใหญ่
“แต่ถ้าเราคิดเผื่ออนาคตไปด้วย มันต้องคิดถึง ‘เครื่องยนต์ตัวใหม่’ ว่าระบบเศรษฐกิจ-ภาคการผลิตของเรา จะมีการผลิตสร้างมูลค่าเพิ่มที่อิงอยู่กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างไรบ้าง
“และ ‘เครื่องยนต์ตัวเล็ก’ ในวันที่โลกผันผวน ปัจจัยภายนอกผันผวนมาก เรายังสร้างความเติบโตในระดับพื้นที่ได้ผ่านเครื่องยนต์ตัวเล็ก เครื่องยนต์ตัวเล็กพวกนี้ถ้ามองแต่ระดับมหภาคจะมองไม่เห็น แต่มันพอจะแบกจังหวัด แบกพื้นที่ แบกกลุ่มจังหวัดได้ ผ่านเครือข่ายการผลิตในระดับพื้นที่
“ถ้าเราสามารถจะใช้ทั้งเครื่องยนต์ตัวใหญ่ ตัวเล็ก และตัวใหม่ ก็จะทำให้เราสามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างการจัดการปัญหาในปัจจุบันผ่านเครื่องยนต์ตัวใหญ่ และการแผ้วถางเส้นทางสำหรับอนาคตด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่และตัวเล็กไปพร้อมกันได้”
