bg-single

ร้องไห้กับเสียงกระซิบที่ดอนเมือง ! | สุรชาติ บำรุงสุข

12.04.2026

    สำหรับคนที่ติดตามหัวข้อข่าวเรื่องทหารกับการเมืองแล้ว ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจลงวันที่ 9 เมษายน 2026 เป็นประเด็นที่ชวนให้ต้องอ่านเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไปร่วมงานในวันเกิดของกองทัพอากาศไทย เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา และปรากฏเป็นหัวข้อข่าวว่า “นายกฯ อนุทิน” ร่วมงานเลี้ยง “วันกองทัพอากาศ” ร้องไห้พูดความในใจ เผยได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรบชนะกัมพูชา … ในงาน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบระเบิดจำลอง Mark 82 เป็นที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี

     ว่าที่จริง ถ้าจะสรุปและตีความจากข่าวนี้ ก็คือ นายกฯ อนุทินเชื่อมั่นว่า กองทัพไทยจะรบชนะกัมพูชาอย่างแน่นอน ด้วยการใช้กำลังทางอากาศ และต้องเรียกความมั่นใจครั้งนี้ว่า “เสียงกระซิบที่ดอนเมือง” !

ความเชื่อของนายกฯ ไทย

      ความเชื่อของนายกฯ อนุทินคงสรุปในมิติทางการเมืองได้ว่า ไทยจะชนะสงครามกัมพูชา ด้วยการใช้กำลังทางอากาศโจมตี แล้วในที่สุด กัมพูชาจะเป็นฝ่ายประกาศการยอมแพ้ไทย แต่จนถึงปัจจุบัน สภาวะเช่นนี้ ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด … กำลังทางอากาศอาจเป็นพลังอำนาจทางทหารที่น่ากลัว แต่สุดท้ายแล้ว อาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะทำให้รัฐต้องยอมแพ้ในสงครามสมัยใหม่

      อย่างไรก็ตาม ความเชื่อว่า รัฐสามารถชนะสงครามได้ด้วยการใช้กำลังทางอากาศนั้น มีรากฐานมาจากความคิดที่เชื่อว่า การโจมตีทางอากาศจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของรัฐข้าศึก จนในที่สุด รัฐนั้นจะเป็นฝ่ายที่ยอมแพ้ เพราะในทางทฤษฎี การโจมตีทางอากาศอย่างหนักจะทำให้รัฐคู่พิพาทไม่มีขีดความสามารถในการทำสงคราม และสังคมเองก็ประสบความเสียหายอย่างหนัก จนต้องยอมรับการยอมแพ้

      ในความเป็นจริงนั้น การแพ้-ชนะในสงครามมีความซับซ้อนมากกว่าความเชื่อในทฤษฎีการสงครามทางอากาศ แต่การอธิบายเพื่อให้เกิดความเชื่อสำหรับการ “สร้างวาทกรรมสงคราม” นั้น อาจทำได้ด้วยการลดทอนคำอธิบาย แต่การทำเช่นนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดสำหรับฝ่ายการเมืองในทางยุทธศาสตร์ ตัวอย่างของวาทกรรมว่ารัฐสามารถชนะได้ด้วยการใช้กำลังทางอากาศคือ ตัวแบบจากสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 

       ในสงครามครั้งนั้น กำลังทางอากาศของสหรัฐมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมาก ทำลายขีดความสามารถของกำลังรบทางบกของอิรักได้อย่างมาก แต่ชัยชนะสุดท้าย กระทำด้วยการส่งกำลังทางบกของสหรัฐเข้าสู่คูเวต หากปราศจากการใช้กำลังทางบกเข้าควบคุมพื้นที่แล้ว การยอมแพ้จะไม่เกิดขึ้นจริง … ปัจจัยชี้ขาดสุดท้ายคือ สงครามทางบก

       สงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งนั้น อาจทำให้เกิดจินตนาการว่า กำลังทางอากาศจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้รัฐศัตรูยอมแพ้ และยิ่งเทคโนโลยีทางอากาศมีความทันสมัยมากเท่าใด ความเชื่อเช่นนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จนบางครั้ง ทำให้เราละเลยเงื่อนไขทางสังคมการเมืองของรัฐเป้าหมาย

      อีกทั้ง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทหาร อาจทำให้เราละเลยเงื่อนไขทางสังคมจิตวิทยาเช่นที่ปรากฏในงานวิจัยว่า สังคมที่ถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก อาจจะไม่ทำให้สังคนนั้นล่มสลายและยอมแพ้ แต่อาจส่งผลในด้านกลับ ที่ทำให้คนในสังคมเกิดเอกภาพในการต่อสู้กับศัตรูภายนอกมากขึ้น ไม่ใช่การแพ้อย่างที่ประมาณการในทางทฤษฎี

      ในทางปฏิบัติ สงครามมีผลด้านกลับเสมอ นักการทหารที่หวังผลด้านเดียวจากอำนาจการทำลายของอาวุธสมัยใหม่ อาจจะต้องเผื่อใจที่ผลของอำนาจการทำลายอาจจะไม่ให้ผลตามความต้องการแบบอัตวิสัย

     นักการทหารในประวัติศาสตร์สงครามที่มีอัตวิสัยด้วยความเชื่อแบบด้านเดียว ไม่เคยรบชนะข้าศึก … นักการเมืองที่มีแต่อัตวิสัย และไม่มีความเข้าใจเรื่องสงคราม เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถเอาชนะข้าศึกได้เท่านั้นหากแต่ยังอาจนำประเทศความเพลี่ยงพล้ำในสงครามได้ด้วย

ความเชื่อของทำเนียบขาว

      ดังนั้น ถ้าเราติดตามข่าวสงครามอิหร่านแล้ว เราอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู น่าจะมีความเชื่อในแบบเดียวกันว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล จะทำให้ระบอบการปกครองแบบจารีตนิยมของอิหร่าน ต้องล่มสลาย และเกิดการ “เปลี่ยนแปลงระบอบ” การเมืองของอิหร่าน (เกิด regime change ในทางทฤษฎี) และอิหร่านจะยอมรับการยอมแพ้

President Donald Trump departs after speaking with reporters in the James Brady Press Briefing Room at the White House, Monday, April 6, 2026, in Washington. (AP Photo/Alex Brandon)

      ความเชื่อเช่นนี้คือ การโจมตีทางอากาศแต่เพียงอย่างเดียว จะทำให้สหรัฐ และอาจรวมถึงอิสราเอลชนะสงคราม ซึ่งโดยนัยก็คือ อิหร่านแพ้แน่นอน และสหรัฐจะไม่จำเป็นต้องส่งกำลังรบทางบกเข้าสู่สนามรบในอิหร่าน เช่นที่สหรัฐประสบปัญหามาแล้วในอัฟกานิสถาน และอิรัก

      แต่จนถึงวันนี้ ระบอบการปกครองของอิหร่านไม่ล้ม … พลังอำนาจทางทหารของอิหร่านถูกทำลาย แต่อิหร่านยังมีอำนาจในการรบ และเปิดการโจมตีกับอิสราเอล และกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

      บทความนี้ไม่ได้คาดหวังให้ผู้นำทหารไทยปรับเปลี่ยนความคิดไปกับบทเรียนของสงครามในเวทีโลกเพราะระบบความเชื่อและวัฒนธรรมองค์กรของทหารไทย ไม่ได้ถูกออกแบบให้เกิดการปรับตัว และไม่มีความยืดหยุ่นพอในการปรับความคิด (วิจารณ์มากกว่านี้ ก็จะโกรธกันเสียเปล่าๆ !)

      อีกทั้ง ยังเกิดการยึดมั่นในกระแสชาตินิยมสุดโต่งที่เชื่อว่า พลังอำนาจทางทหารของไทยจะทำลายอำนาจกำลังของฝ่ายตรงข้ามได้หมด ซึ่งเป็นความเชื่อในยุทธศาสตร์ทหารที่ไม่เป็นจริง และเป็น “กับดักสงคราม” ที่ทำให้ผู้นำการเมืองไทยหมกมุ่นอยู่กับความเชื่อในการใช้กำลังจัดการกับรัฐเพื่อนบ้าน

      ว่าที่จริง ทรัทป์และเนทันยาฮู ก็คิดเช่นนี้ไม่แตกต่างกันในการโจมตีอิหร่าน … ผู้นำไทยก็ดูเหมือนจะอยู่ในกระแสความคิดแบบเดียวกัน

ปัญหาทางยุทธศาสตร์

       วันนี้ กองทัพอากาศกัมพูชามีเพียงแค่เครื่องบินขนส่งทั้งแบบปีกติดและปีกหมุน ไม่มีเครื่องบินขับไล่ ไม่มีเครื่องบินรบที่ทันสมัย แต่กัมพูชามีพันธมิตรในเวทีโลกที่พร้อมจะช่วย จนบางที “ระเบิดแบบมาร์ค 82” ของไทยอาจไม่ได้มีความหมายในทางยุทธศาสตร์อะไร

       ดังนั้น บทเรียนที่สำคัญคือ สงครามทางอากาศอาจทำให้รัฐตรงข้ามอ่อนแอ แต่อาจไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้รัฐแพ้สงคราม เช่นในกรณีของอิหร่าน

       ประเด็นทางยุทธศาสตร์เช่นนี้ ฝ่ายการเมืองไทยควรจะต้องคิดไตร่ตรอง …สงครามกัมพูชาอาจจะสนองตอบผู้นำทหารสาย “นิยมสงคราม” และบรรดาสาย “ชาตินิยมสุดโต่ง” เพราะได้แสดงอำนาจทางทหารของไทยเหมือนการจัด “รายการเรียลริตี้” อีกแบบ

      สงครามเช่นนี้ อาจจะ “สร้างวีรบุรุษ” แต่ไม่อาจสร้าง “ผลตอบแทนทางยุทธศาสตร์” ได้จริง … ไม่ต่างกับสงครามอิหร่านที่ก็ไม่ให้ผลตอบแทนทางยุทธศาสตร์กับทรัมป์ ยกเว้นสนองความ “สะใจ” ของเนทันยาฮู !

ปล.: เมื่อนายกฯ ไปหลั่งน้ำตาที่ดอนเมือง ย่อมทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวตีความกันว่า เดี๋ยวกองทัพอากาศก็คงจะ“ของบ” ไปซื้ออาวุธในยุคน้ำมันแพงเช่นปัจจุบัน แต่ปัญหาคือ อีก 2 เหล่าทัพ จะเชิญนายกไป “หลั่งน้ำตา” บ้างไหมในยามนี้ (555)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย