‘อนุทิน’ แบ่ง 8 กลุ่ม แบกภารกิจบริหารประเทศ บททดสอบ ‘ครม.’ พาชาติฝ่าวิกฤตโลก
ในประเทศ
เวทีแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 9-10 เมษายนที่ผ่านมา “หัวหน้าหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดิน และนโยบายสำคัญของรัฐบาล 3 ประการ
ได้แก่ การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และสุดท้ายคือยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน
โดยรัฐบาลกำหนดนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง, ด้านสังคม, ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย ที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น และความสุขให้กับประชาชน
เมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำโดย “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจเต็มสามารถเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและผลักดันนโยบาย
รวมถึงเร่งสร้างผลงานให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ได้แถลงนโยบายไว้
ประกอบกับตอนนี้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ต้องเผชิญกับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมัน
ฉะนั้น รัฐบาลชุดใหม่ จำเป็นต้องเร่งออกมาตรการรองรับผลกระทบและเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด
ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา “ครม.หนู 2” จึงได้นัดประชุม ครม.นัดแรกทันที ภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีจบลง เพื่อพิจารณาคลอดมาตรการเร่งด่วน
อาทิ มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน แบ่งออกเป็นกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มประชาชนทั่วไป
มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร
มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ
และมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง เป็นต้น
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการประชุม ครม.นัดแรก “นายกฯ อนุทิน” ยังได้ย้ำชัดว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ หรือรัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลที่เป็นทีมเดียวกัน
ขอให้ไม่มีเรื่องที่มาที่ไปของแต่ละคน ทุกคนเป็นทีมเดียวกัน แถลงนโยบายร่วมกัน
และกล่าวขอบคุณ ชื่นชมความเหนียวแน่นและความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาล
“ขอให้เป็นการเริ่มต้นของการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐบาลชุดนี้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ขอให้บรรยากาศการทำงานของพวกเรามีแต่ความสมัครสมานสามัคคี ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ในฐานะนายกรัฐมนตรีขอย้ำอีกครั้งว่าผมจะให้การสนับสนุนภารกิจของทุกท่านอย่างเต็มความสามารถ ยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด”
ขณะเดียวกัน ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” ยังได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 83/2569 เรื่อง การบริหารราชการตามกลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย กลุ่มภารกิจปราบปรามการทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การกระทำความผิดออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกลุ่มภารกิจนี้ “นายกฯ หนู” นั่งคุมเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบเอง
กลุ่มภารกิจนี้ รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยของสังคม เฉพาะการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน การกระทำความผิดออนไลน์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ นอมินี อาชญากรรมข้ามชาติ การทุจริต และประพฤติมิชอบ
กลุ่มภารกิจนี้ประกอบด้วยหน่วยงานที่อยู่ในบังคับบัญชาโดยตรงของนายกฯ
อีกกลุ่มคือกลุ่มภารกิจพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
กลุ่มภารกิจส่งเสริม รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
กลุ่มภารกิจส่งเสริมการลงทุน มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
กลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
ขณะที่กลุ่มภารกิจความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายกฯ มอบหมาย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
กลุ่มภารกิจวิจัย และพัฒนาประเทศไทย สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมเศรษฐกิจ สุขภาพ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
และกลุ่มภารกิจพัฒนากฎหมาย และการบริหารราชการแผ่นดิน มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ แต่ละกระทรวงเตรียมแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเสริมทัพช่วยให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยก่อนหน้านี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ รวมทั้ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต รมว.พลังงาน สมัย “ครม.อนุทิน 1”
ขณะเดียวกันเมื่อช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งได้รับการทาบทามให้เข้ามาช่วยงานนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็มีความเคลื่อนไหว โดยแจ้งข่าวว่าได้ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยเจ้าตัวระบุว่า “ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย รับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป”
สําหรับพรรคเพื่อไทย (พท.) มีความคืบหน้าว่าได้พิจารณาผู้เข้ามารับตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองเพื่อช่วยงานรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายศึกษิษฐ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะมาเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เพื่อช่วยงานนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
นายดนุพร ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏชื่อนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ
กระทรวงศึกษาธิการ มีนายวัลลภ รุจิรากร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงแรงงาน มีนายสุรชาติ เทียนทอง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
สำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนายอภิชา เลิศพชรกมล เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. และ น.ส.ชนก จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.
หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์นี้ไป รัฐบาลชุดใหม่ นำโดย “นายกฯ อนุทิน” จะได้เริ่มเดินหน้าทำหน้าที่บริหารประเทศกันอย่างเต็มที่
แน่นอนว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจัยภายนอกประเทศ สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบกับประเทศทุกมิติโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและพลังงาน
ฉะนั้น การแก้ไขปัญหาเพื่อนำพาประเทศและประชาชนฝ่าฟันอุปสรรคให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้นั้น
นับเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่และสำคัญที่ท้าทายการทำงานของ “ครม.อนุทิน 2” ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน
