bg-single

เรายังไม่แพ้ (ถ้าไม่ยอมแพ้) | ปราปต์ บุนปาน

24.04.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

เนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ “เปลี่ยน (ไม่) ผ่านการเมืองไทย 2566-2569” โดยกองบรรณาธิการข่าวเครือมติชนและสำนักพิมพ์มติชน ที่ผมค่อนข้างรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ ก็คือบทความ “ประชาธิปไตยแพ้แล้ว?” เขียนโดยคอลัมนิสต์รับเชิญ “เบนจา อะปัญ” คนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมและมีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างกระตือรือร้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ดังจะขอยกเอาตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนที่เบนจาเขียนไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว มานำเสนอสั้นๆ ณ ที่นี้

หนังสือ “เปลี่ยน (ไม่) ผ่านการเมืองไทย 2566-2569”
โดยกองบรรณาธิการข่าวเครือมติชนและสำนักพิมพ์มติชน

“เมื่อต้องตอบคำถามที่ว่า ‘แพ้หรือยัง?’ ข้าพเจ้าก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเราแพ้แล้ว แม้ว่ากลุ่มชนชั้นนำและเครือข่ายอนุรักษนิยมจะชนะมาหลายเรื่องแล้วก็ตาม

“ถ้าบอกว่าประชาธิปไตยแพ้แล้ว นั่นหมายความว่าการต่อสู้เพื่อสิ่งนี้มันจบแล้วหรือ? แต่ในความเป็นจริงแล้วมันยังไม่จบ ข้าพเจ้าคิดว่า เราจะยังไม่แพ้ถ้าหากว่าเรายังไม่ยอมแพ้ มันอาจฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำพูดที่พยายามปลอบใจตัวเอง พูดจาโรแมนติไซซ์ให้โลกสวย หรืออาจฟังดูไม่เดียงสา แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

“หากเปรียบเสมือนว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคือการขึ้นสังเวียนชกมวยแบบที่ไม่มีวันหมดเวลา มีแค่หมดยกหรือยอมแพ้ หลายครั้งเราอาจจะถูกชกแรงหน่อย ซี่โครงหัก ปากแตก แต่ถ้าหากเราสามารถรวบรวมแรงลุกขึ้นกลับมายืนหยัดแล้วใส่หมัดกลับไปได้ จุดนั้นเราก็ยังไม่แพ้หรอก

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของปรากฏการณ์ที่ประชาชนหรือกลุ่มอำนาจใหม่รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับชนชั้นนำและเครือข่ายกลุ่มอำนาจเก่า

“ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้คนเท่ากัน เพื่อสังคมที่ดีกว่ามาตั้งหลายยก มันก็มีบ้างที่เราเพลี่ยงพล้ำ แต่ไม่นานเกินชั่วอายุคน เราก็สามารถลุกขึ้นกลับมาได้ใหม่ มันอาจใช้เวลาในการกลับมา อาจบอกไม่ได้ว่านานแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนี้ตลอด

“ถ้าหากสมัย 14 ตุลาฯ ประชาชนยอมแพ้ คงไม่มี 6 ตุลาฯ ไม่มีพฤษภาฯ 35 ไม่มีเสื้อแดง ไม่มีใครออกมาต้านเผด็จการ ไม่มีการชุมนุมปี 63 และคงไม่มีพรรคการเมืองที่กล้าออกมาประกาศว่าจะทำลายโครงสร้างที่กัดกินประเทศไทยแบบที่เป็นอยู่

“ถ้าหากเรายอมแพ้ เราคงอยู่แต่ในบ้านและยอมจำนนใช้ชีวิตตามระเบียบภายใต้รัฐพันลึกแห่งนี้ โดยไม่หวนกลับมาคิดถึงหนทางอื่นๆ ที่จะนำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยอีก

“การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่ถึงจุดอวสาน ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม คนที่พ่ายแพ้คือคนที่ยอมแพ้เท่านั้น ส่วนตอนนี้เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับยกถัดไปได้เลย”

เบนจา อะปัญ

หากคิดตามคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ยอมแพ้และยังเลือกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย เช่น “เบนจา อะปัญ”

การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือโครงการหรือกระบวนการต่อสู้ที่ “ไม่มีวันสิ้นสุด”

ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายนิยมประชาธิปไตย หรืออยู่ในฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ขัดฝืนกับระบอบการปกครองนี้ก็ตามที



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร