เรายังไม่แพ้ (ถ้าไม่ยอมแพ้) | ปราปต์ บุนปาน
ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน
เนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ “เปลี่ยน (ไม่) ผ่านการเมืองไทย 2566-2569” โดยกองบรรณาธิการข่าวเครือมติชนและสำนักพิมพ์มติชน ที่ผมค่อนข้างรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ ก็คือบทความ “ประชาธิปไตยแพ้แล้ว?” เขียนโดยคอลัมนิสต์รับเชิญ “เบนจา อะปัญ” คนรุ่นใหม่ที่ออกมาชุมนุมและมีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างกระตือรือร้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน
ดังจะขอยกเอาตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนที่เบนจาเขียนไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว มานำเสนอสั้นๆ ณ ที่นี้

โดยกองบรรณาธิการข่าวเครือมติชนและสำนักพิมพ์มติชน
“เมื่อต้องตอบคำถามที่ว่า ‘แพ้หรือยัง?’ ข้าพเจ้าก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเราแพ้แล้ว แม้ว่ากลุ่มชนชั้นนำและเครือข่ายอนุรักษนิยมจะชนะมาหลายเรื่องแล้วก็ตาม
“ถ้าบอกว่าประชาธิปไตยแพ้แล้ว นั่นหมายความว่าการต่อสู้เพื่อสิ่งนี้มันจบแล้วหรือ? แต่ในความเป็นจริงแล้วมันยังไม่จบ ข้าพเจ้าคิดว่า เราจะยังไม่แพ้ถ้าหากว่าเรายังไม่ยอมแพ้ มันอาจฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำพูดที่พยายามปลอบใจตัวเอง พูดจาโรแมนติไซซ์ให้โลกสวย หรืออาจฟังดูไม่เดียงสา แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“หากเปรียบเสมือนว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคือการขึ้นสังเวียนชกมวยแบบที่ไม่มีวันหมดเวลา มีแค่หมดยกหรือยอมแพ้ หลายครั้งเราอาจจะถูกชกแรงหน่อย ซี่โครงหัก ปากแตก แต่ถ้าหากเราสามารถรวบรวมแรงลุกขึ้นกลับมายืนหยัดแล้วใส่หมัดกลับไปได้ จุดนั้นเราก็ยังไม่แพ้หรอก
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของปรากฏการณ์ที่ประชาชนหรือกลุ่มอำนาจใหม่รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับชนชั้นนำและเครือข่ายกลุ่มอำนาจเก่า
“ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้คนเท่ากัน เพื่อสังคมที่ดีกว่ามาตั้งหลายยก มันก็มีบ้างที่เราเพลี่ยงพล้ำ แต่ไม่นานเกินชั่วอายุคน เราก็สามารถลุกขึ้นกลับมาได้ใหม่ มันอาจใช้เวลาในการกลับมา อาจบอกไม่ได้ว่านานแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามันก็เป็นอย่างนี้ตลอด
“ถ้าหากสมัย 14 ตุลาฯ ประชาชนยอมแพ้ คงไม่มี 6 ตุลาฯ ไม่มีพฤษภาฯ 35 ไม่มีเสื้อแดง ไม่มีใครออกมาต้านเผด็จการ ไม่มีการชุมนุมปี 63 และคงไม่มีพรรคการเมืองที่กล้าออกมาประกาศว่าจะทำลายโครงสร้างที่กัดกินประเทศไทยแบบที่เป็นอยู่
“ถ้าหากเรายอมแพ้ เราคงอยู่แต่ในบ้านและยอมจำนนใช้ชีวิตตามระเบียบภายใต้รัฐพันลึกแห่งนี้ โดยไม่หวนกลับมาคิดถึงหนทางอื่นๆ ที่จะนำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยอีก
“การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่ถึงจุดอวสาน ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม คนที่พ่ายแพ้คือคนที่ยอมแพ้เท่านั้น ส่วนตอนนี้เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับยกถัดไปได้เลย”

หากคิดตามคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ยอมแพ้และยังเลือกใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย เช่น “เบนจา อะปัญ”
การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือโครงการหรือกระบวนการต่อสู้ที่ “ไม่มีวันสิ้นสุด”
ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายนิยมประชาธิปไตย หรืออยู่ในฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ขัดฝืนกับระบอบการปกครองนี้ก็ตามที
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
