bg-single

เหยี่ยวถลาลม | ไหนว่าเชื่อ กฎแห่งกรรม

15.05.2026

สัปดาห์ที่แล้ว ศาลจีนสั่ง “ประหารชีวิต” พร้อมให้ยึดทรัพย์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2 คน (แต่ช่วง 2 ปีนี้ให้รอการประหารเอาไว้ก่อน ถ้าไม่เจออะไรเพิ่มเติม คาดว่าโทษอาจลดหย่อนเป็นจำคุกตลอดชีวิต)

โลกรับรู้ว่าอดีตรัฐมนตรีกลาโหม 2 คนนั้นเติบโตไล่เลี่ยและเป็นที่ไว้วางใจของ “สี จิ้นผิง” ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เป็นทั้งประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง และเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน

“สี จิ้นผิง” ยืนยันมาตลอดว่าพรรคต้องคุมกองทัพ และกองทัพจะต้องหล่อหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกับจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งรัฐ นั่นคือ การต่อสู้กับทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่า “เว่ย เฟิ่งเหอ” และ “หลี่ ซั่งฝู” อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเป็นปลาเน่าตัวใหญ่ในกองทัพ จึงต้องตัดทิ้งทันที

ตัวอย่างนี้ชี้ว่า “การลงมือทำ” ของผู้มีหน้าที่สำคัญกว่าคำประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ และการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพสูง” ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ

ไม่ใช่ “กฎหมาย” ห้ามทุจริต แต่ “ธรรมเนียม” ปฏิบัติกันเป็นกิจวัตร

ในประเทศไทยมีกฎหมาย “ห้าม” ทุจริตเขียนไว้ยุบยับละเอียดยิบ ทั้งยังสร้างองค์กรขึ้นมามากมายให้เงิน ให้คนในองค์กรได้กินดีอยู่ดี มีสถานะแตกต่างจากชนชั้นทั่วไป ให้ดาบไปกำราบปราบปรามห้ำหั่นกับคนคอร์รัปชั่น

รวมเวลาแล้วพร่ำเพ้อกันมามากกว่าครึ่งศตวรรษ

แต่ “ผล” ที่โลกบันทึกเป็นต่อเนื่องกันมาสรุปว่าเลวลงๆ

ก่อนนี้อันดับคอร์รัปชั่นของไทยยังเป็นเลข 2 หลัก ถึงปี 2020 ลงไปอยู่อันดับ 104

ปี 2024 อันดับ 107

พอปี 2025 ร่วงไปถึงอันดับ 116

คะแนนเฉลี่ยในโลกอยู่ที่ 42

ประเทศไทยมีแค่ 33

ถ้าจะเทียบเคียงกันเล่นๆ ไทยซึ่งทะนงในอิสรภาพและเสรีภาพจากที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใครนั้น ท้องฟ้าน่าจะปลอดโปร่งกับการพัฒนาประเทศเป็นที่สุด

แต่หลัง ค.ศ.1947 (พ.ศ.2490) เป็นต้นมาการเมืองไทยติดอยู่ในหล่มโสโครก ส่งผลให้การทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการเบ่งบานคึกคักตราบจนถึงทุกวันนี้

การยึดอำนาจปลายปี 2490 เปลี่ยนจุดมุ่งหมายประเทศไทยหลัง 2475 ไปอย่างสิ้นเชิง ขุนพลที่ค้ำบัลลังก์รัฐบาลรัฐประหารต่างก็ตะกรุมตะกรามกับสิ่งที่เรียกว่า “การอุปการคุณ” จากประเทศมหาอำนาจ

สหรัฐอเมริกากับประเทศค่ายเสรีพากันขวัญผวา จีนและรัสเซียที่กำลังแผ่อิทธิพลครอบงำประเทศแถบเอเชียจึงให้ไทยเป็นที่ตั้งฐานทัพ ฝึกทหารไทย ปั่นคนไทยให้ไปตายในสงครามเวียดนามและสงครามเกาหลี

ครั้งหนึ่งถึงขั้นที่… จอมพล ป. (ป.พิบูลสงคราม) ไม่อายที่จะเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของตนเมื่อ 22 กรกฎาคม 2493 โดยแถลงต่อที่ประชุมทั้ง 2 สภาว่า การเข้าร่วมสงคราม (เกาหลี) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เนื่องจากมหาอำนาจค่ายโลกเสรีคงจะส่งเงินและอาวุธยุทโธปกรณ์มาตอบแทนประเทศไทยอย่างงาม และต่อให้มีทหารไทยต้องสูญเสียชีวิต จำนวนคนตายก็ไม่ใช่ตายทั้งหมด จำนวนคนตายในสนามรบน้อยกว่าคนที่เหลืออยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเราลงทุนเพียงนิดหน่อย…

(จาก “การเมืองการปกครองไทย : พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ พ.ศ.2475 ถึง 2540” ของ ภูริ ฟูวงศ์เจริญ)

ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์กลายเป็น “เงื่อนไข” ให้ผู้นำกระชับทั้งอำนาจและผลประโยชน์ สิ่งที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าหลังจากไปคือ ความมั่งคั่ง

หลังเสียชีวิตพบว่า “สฤษดิ์ ธนะรัชต์” มีทรัพย์สินเกือบ 3,000 ล้านบาท

ค่าเงินยุคนั้นเทียบกับวันนี้ คือ “แสนล้าน”!

“เผ่า ศรียานนท์” ผู้สร้างจักรวรรดิตำรวจอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ใช้บรรดาอัศวินคุมเครือข่ายฝิ่น ส่วย การพนัน เผ่าไม่มีโอกาสได้เปิดเผย “ขุมมหาสมบัติ” เพราะพ่ายแพ้ทางการเมือง แต่ที่สุดก็ได้เหินฟ้าไปเสวยสุขอยู่สวิตเซอร์แลนด์โดยไม่มีคดีติดตัว ไม่ถูกยึดทรัพย์

จอมพลถนอม กิตติขจร ครองอำนาจยาวนานยิ่งกว่าสฤษดิ์ มั่งคั่งโดดเด่นจนชวนผวา จอมพลประภาส จารุเสถียร คู่หูผู้มากไปด้วยอิทธิพลทางการเมืองและเครือข่ายธุรกิจ รวยล้ำรวยล้นจากสัมปทาน หุ้นลม จนเป็นอิจฉาในกองทัพ

พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งหลังเสียชีวิตก็มีคดีชิงมรดกที่ดิน หุ้น และเงินฝากมากไปด้วยเครือข่ายธุรกิจกว้างขวาง

ถ้าหากนับจาก 2490-2569 เป็นเวลา 79 ปี ไทยไม่มีผู้นำทางความคิด ไม่มีผู้นำทางสังคม ไม่มีผู้นำหน่วยที่ลงมือทำจริงๆ ในการแก้ปัญหาทุจริต ซึ่งแม้ว่ากฎหมายจะบัญญัติว่าผิดและมีโทษแรง แต่ในทางประพฤติกันจริงๆ การทุจริตไม่ได้ถูกรังเกียจ ไม่รู้สึกอัปยศหรือน่าอับอาย

คนทุจริตจึงดาษดื่นและเจริญเติบโตในระบบราชการ ไม่มีใครกล้าขัดขืน หรือเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

ต่างกับที่ “เกาหลีใต้” เมื่อพ้นจากอำนาจเผด็จการก็สร้างเกาหลีใหม่ขึ้นด้วยความทะยานอยากจากปี 1987 (2530) ถึงวันนี้ เกาหลีใต้ คือ 1 ในความภาคภูมิของเอเชีย

“ญี่ปุ่น” แหลกสลายจากความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก้มหน้าก้มตาสร้างชาติ เริ่มจากปี 1945 (2488) ทุ่มเทพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยี แค่ 20 ปีทะยานขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับ “จีน” ที่สร้างรัฐใหม่ในปี 1949 (2492) พอถึงปี 1978 ก็พลิกโฉมเศรษฐกิจ และปี 2000 จีนใหม่ก็ผงาดในฐานะ 1 ในมหาอำนาจ เปลี่ยนคนนับร้อยล้านให้พ้นจากความยากจน เปลี่ยนชนบทที่โล่งว่างให้เป็นเมือง สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ สร้างสินค้าคุณภาพสร้างแบรนด์ดังให้กับโลก

ทุกประเทศเปลี่ยนได้จากการลงมือทำ

ไทยชอบอ้างเป็นเมืองพุทธ มีวัดเยอะ มีพระภิกษุหลายแสนรูป แต่ลูกชาวบ้านกับอิฐปูนบัง “หลักธรรม” แบบพื้นๆ

นั่นคือ สิ่งที่เรียกว่า “กรรม”

ดังที่ใน “อภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตร” ว่า

“เรามีกรรมเป็นของตน เราเป็นผู้รับรองผลของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่อาศัย เราทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักได้รับผลของกรรมนั้น”

ที่กล่าวนั้นไม่ใช่ “กรรม” ในภาพที่ซับซ้อนอันใด

หากแต่เป็น “กรรม” ในความหมายพื้นๆ อันหมายถึง ผู้นำในประเทศและคนในประเทศ ซึ่งร่วมกันทำสิ่งใดไว้ก็ย่อมรับผลจากพฤติกรรมและการกระทำนั้น!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ลิ่ม” แหลม จาก ไอติม พริษฐ์ ทะลวงใส่ ภูมิใจไทย เพื่อไทย
วิชา ‘วรรณกรรมแห่งความสิ้นหวัง’ ชั้นเรียนยอดนิยมใน ‘ไอวีลีก’
พลิกแฟ้มข่าว ‘เช่าคอมพ์ฉาว’ มูลค่า 3,490 ล้านบาท ตีแผ่ยุคมืดมหาดไทย ใครขวาง ‘ดับ’
ไทยประกันชีวิตเดินหน้าโครงการ “เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ปี 4 ชูวัตถุดิบท้องถิ่นต่อยอดสร้างรายได้ชุมชน
พรรคประชาชน ชู เนอส ภัทราภรณ์ ชิงตำแหน่งประธานสภา กทม. เพื่อสร้างสภาโปร่งใส เปิด 6 วาระเร่งด่วน ส.ก.ทำ6เดือนแรก
“สุชาติ ชมกลิ่น” ยืนยัน ไม่ได้เซ็นอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ย้ำโครงการนี้อยู่ในขั้นตอนของกระทรวงเกษตรฯ
ถนนราชดำเนิน มีต้นแบบมาจากถนนสายใดในยุโรป?
หมาก = มะ (1)
Tracing แกะรอยชีวิตทางศิลปะ ของ กวิตา วัฒนะชยังกูร
E-DUANG | ตำแหน่ง ประธานสภา กทม. กับสถานะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
‘ศิริกัญญา’ ซัดงบฯ 70 รายจ่ายประจำพุ่ง-ลงทุนหด สะท้อนแผลเรื้อรังการคลัง ‘ฝีแตก’ ห่วงอนาคตถ้าจัดงบแบบนี้ต่อจะไม่ใช่แค่หนอง แต่เลือดก็จะไหลไม่หยุด
SMEs ไทยแห่ร่วมงาน “Tokyo-Thailand Business Partnership Seminar 2026” เจาะลึกโอกาสขยายธุรกิจสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น