bg-single

อนุทิน-ภูมิใจไทย แก้ครหา เมินแก้ ‘รธน.’ ชิงยื่นร่าง ‘พรรคแรก’ กุมการนำ-อิงประชามติ 21 ล้านเสียง

22.05.2026

ในประเทศ

การทำประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง เข้าคูหากากบาทช่อง “เห็นชอบ” จำนวน 21,621,638 คิดเป็น 60.16% “ไม่เห็นชอบ” จำนวน 11,241,653 คิดเป็น 31.28% และ “ไม่แสดงความคิดเห็น” จำนวน 3,074,330 คิดเป็น 8.55% จากผลคะแนนการออกเสียงประชามติในครั้งนี้

จึงสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการเห็น “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

เมื่อผลประชามติออกมาเช่นนี้ หลายฝ่ายจึงคาดหวังว่า การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นโดยเร็ว

แต่เมื่อผ่านระยะเวลามาสักระยะ เกิดคำถามขึ้นมามากมายว่ามีความพยายาม “ยื้อเวลา” หรือทอดเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปหรือไม่

ทำให้เกิดเสียงท้วงติงและเรียกร้องให้รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยแสดงความจริงใจเร่งรีบผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

และยิ่งมีคำถามต่อรัฐบาลมากขึ้นโดยก่อนครบกำหนดกรอบระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องยืนยันว่าจะเดินหน้าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่จากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วหรือไม่นั้น

ปรากฏว่า “นายกฯหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งสัญญาณผ่านการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวกรณีมติของประชาชนกว่า 20 ล้านเสียง จากการทำประชามติ จะทำให้ยืนยันร่างกลับไปหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “กระบวนการทุกอย่างเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกรัฐบาล เพราะนั่นคือรัฐบาลชุดที่แล้ว”

และต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน มีมติไม่ยืนยันให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ซึ่งเป็นร่างที่ค้างการพิจารณาอยู่ก่อนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไป

ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้กลับสวนทางต่อมติของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ร่วมกันลงประชามติผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้

โดยฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า เมื่อมีสภาชุดใหม่ ก็เห็นว่าควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้เสนอร่าง เพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้ง ฉะนั้น เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันเนื้อหากลับมา การแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ คือ การเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา

เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยยิ่งดังกระหึ่มว่าไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ต่อมารัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยต้องออกมาแก้เกมด้วยการส่งสัญญาณชัดเจนพร้อมทำตามเสียงของประชาชน 21 ล้านเสียงตามผลการทำประชามติ โดยเตรียมยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1

โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยได้ชิงแก้เกมประกาศตัวเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่ฟังเสียงประชาชน ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร

โดยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำทัพ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ร่วมลงชื่อยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับของพรรคภูมิใจไทย ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ นายอนุทินระบุถึงเหตุผลการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การที่เรามายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่มุ่งเน้นรับฟังเสียงและความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สืบเนื่องมาจากผลของประชามติที่ประชาชนลงคะแนนและมีความประสงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในบางมาตรา พรรคภูมิใจไทยจึงตอบสนองความต้องการของประชาชน เพราะพรรคภูมิใจไทย คือพรรคของประชาชนทุกคน เป็นพรรคแรกที่ได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ดังนั้น ขอให้ทุกคนทราบถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย เพราะมีคนกล่าวหาว่าเราไม่ฟังเสียงของประชาชน ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่เพิ่มมากขึ้น

“วันนี้เราได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาใดๆ และวันนี้ที่มายื่นเพราะประชาชนบอกให้มา ไม่ใช่มาเพราะถูกบิดเบือนเรื่องข้อกล่าวหาที่บางคนกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความตั้งใจหรือไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นพรรคแรกที่มายื่น” นายอนุทินระบุ

ส่วนสาเหตุที่ยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ยื่นในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทินชี้แจงว่า เพราะเราเป็นพรรคการเมืองรับฟังประชาชนเป็นปราการด่านแรก รัฐบาลมาจากพรรคการเมือง พรรคการเมืองมาจากประชาชน เราทำตามขั้นตอน นี่คือสิ่งที่ถูกต้องและยึดตามครรลองคลองธรรมทุกอย่าง

“จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด สิ่งที่ไม่กังวล คือมั่นใจว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประโยชน์ต่อประเทศ ประชาชน ประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุ

สำหรับสาระสำคัญของร่างฉบับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประกอบด้วย สมาชิก 100 คน ดังนี้ สมาชิกซึ่งรัฐสภาเลือกจากผู้สมัครรับเลือกตามมาตรา 256/6 วรรคสอง ให้ได้จังหวัดละ 1 คน สมาชิกซึ่งรัฐสภาเลือกจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ตามมาตรา 256/6 วรรคสาม จำนวน 23 คน ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน 7 คน ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 8 คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดินหรือการร่างรัฐธรรมนูญ 8 คน โดย ส.ส.ร.มีประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน และรองประธาน 1 คนหรือ 2 คน

ส.ส.ร.จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 360 วันนับแต่วันที่มีการเปิดประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก

ขณะที่ท่าทีของพรรคการเมืองอื่นๆ พรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนหน้านี้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดถึงแนวทางของพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพูดคุยในคณะทำงานของพรรค เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร

2 ประเด็นใหญ่ที่ต้องพิจารณา คือ ตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะใช้ร่างแบบเดิมของพรรคที่ให้แต่ละจังหวัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกรอบหรือไม่

ซึ่งวิธีการนี้ไม่ได้เลือกโดยตรง ไม่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยึดหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกบุคคลมาเป็น ส.ส.ร.

ด้านพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เดินหน้าผลักดันรวมทั้งเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่องนั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนแล้วว่า เราพร้อมที่จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มเติม หมวด 15/1 เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเน้น 3 หลักการสำคัญ คือ

1. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด คือการมีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ร่างได้

2. การป้องกันไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถูกผูกขาดหรือกินรวบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

และ 3. ไม่ไปเพิ่มสิทธิพิเศษหรืออำนาจให้กับ ส.ว.ในการมีสิทธิพิเศษที่จะมากำหนดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คงต้องรอดูท่าทีจากพรรคการเมืองต่างๆ ว่าจะมีพรรคใดยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง คาดหวังว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะฟังเสียงประชาชน

และร่วมกันเดินหน้าผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นจริงเสียที



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน