bg-single

รัฐพันลึก ระบอบสีน้ำเงิน และคนรุ่นใหม่ ในสายตา รศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

30.10.2026

MatiTalk | พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“14 ตุลาคม 2516 คือจุดเริ่มของการสร้างระบอบสีน้ำเงินที่มีพัฒนาการอีก 50 กว่าปีมาถึงยุคของเราในตอนนี้ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นยุคขึ้นสูงสุดของระบอบสีน้ำเงิน คืออยากได้อะไรก็เอาเลย” รศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ชวนมองการเมืองไทยจากอดีตถึงปัจจุบันในรายการ MatiTalk

รศ.ธำรงศักดิ์ระบุว่า นับตั้งแต่การรัฐประหาร คสช. ในยุคปัจจุบันเรามองว่า “สีน้ำเงิน” เริ่มต้นจากการกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. จนกลายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่เราเห็นเครือข่ายในตอนนี้ มีพัฒนาการมากว่า 50 ปี

ระบอบสีน้ำเงินวันนี้ ปีกหนึ่งคืออนุรักษนิยม อีกปีกหนึ่งคืออำนาจนิยม เขาเป็น “ทูอินวัน” และไปด้วยกันตลอด

ในรอบ 50 ปี เราจึงเห็น “ฉากของการสังหารหมู่ทางการเมืองของการรัฐประหารซ้ำๆ” ของบุคคลกลุ่มเดียวที่เข้าไปจัดการกับรัฐธรรมนูญ ที่จากเดิมเขายังหน้าบางบ้าง มีความขี้อายอยู่บ้าง ไม่อยากได้อะไรทั้งหมด แต่ตอนนี้อยากได้อะไรเอาหมด สร้างเครือข่ายให้กับตนเอง

และสิ่งหนึ่งที่เขาใช้เป็นฐานของความคิดของระบอบสีน้ำเงินคือเขาอ้างว่าเขาทำตามกฎหมาย ว่าเห็นไหมเขามาถูกต้อง มีคาถามหาวิเศษ เช่น ส.ว.ก็บอกไปดู กกต. กกต.ก็บอกผมทำตามกฎหมาย เช่น อำนาจในการประกาศผลของการเลือกตั้งที่สามารถอมไว้ได้นานถึง 90 วัน สามารถจัดการให้นับ 95% แล้วหยุดห้ามรู้จนกว่าเขาจะบอกเอง ตลกมากนะ

นี่คืออำนาจวิเศษมากตามกฎหมายซึ่งไปฟ้องที่ไหนก็ไม่ได้เพราะถูกเขียนไว้

นี่คือระบอบที่ทำให้ทุกอย่างถูกตามกฎหมาย ส่วนกฎหมายจะเพิ่งสร้างหรือไม่ก็ไปว่ากัน

อนุรักษนิยม-อำนาจนิยม ไม่ต้องการ “คนดี”? รับได้การโกง?

ตั้งแต่การมี ส.ว.แต่งตั้งครั้งแรก เมื่อปี 2490 จากการรัฐประหาร โดยมองว่า

1. จะทำให้สามารถคัดสรรคนดีเข้ามาสู่ตำแหน่งเพื่อช่วยบ้านเมืองได้

2. สามารถคัดสรรคนเก่งจากแขนงต่างๆ เข้ามาตรงนี้

3. มีความหลากหลายอาชีพ ทั้งคนดีคนเก่งหลากหลายอาชีพ และข้อสำคัญคือเขาจะเป็นคนซื่อสัตย์

นี่คือฉากทัศน์ของกลุ่มคนเหล่านี้ที่สร้างฐานของความชอบธรรม ให้มีคนดีคนเก่งหลากหลายอาชีพ ซื่อสัตย์ มีความสามารถ ทำให้กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองโดยที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งถูกทำให้กลายเป็น “เครื่องมือในการปิดปากคน”

เพราะด้านคู่ตรงข้ามจะถูกกล่าวว่าพวกที่มาจากการเลือกตั้งนั้นซื้อเสียงมาจากการโกง มาจากเจ้าพ่อมาเฟีย มาจากอะไรเต็มไปหมดเลย

ดังนั้น กลุ่มที่มาจากการแต่งตั้งจึงกลายเป็นกลุ่มคนดี

แต่พอมายุคนี้ตอนนี้ การที่ คสช.ออกแบบมาว่าอยากอยู่ยาว เขาเคยอยากจะอยู่ 20 ปี ถ้าเรานับจากปี 2557 ถึงวันนี้ปี 2569 เป็นปีที่ 12 แล้ว

เหลืออีก 8 ปี นี่เรายังเหนื่อยขนาดนี้นะ

ความฝันอยู่ 20 ปีกับการใช้ข้ออ้างเรื่องการปฏิรูปประเทศ เขาเอาต้นแบบมาจากคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน 2519 ซึ่งตอนนั้นก็คือการออกแบบในรัฐธรรมนูญ วันนี้เขาเริ่มเผชิญหน้ากับปัญหาของการออกแบบทางการเมืองของตนเอง

ตอนแรกผมเข้าใจว่าเขาคิดว่าการออกแบบกลไกต่างๆ ให้ได้มาซึ่งกลุ่มที่เป็น ส.ว. กลุ่มที่จะไปนั่งตำแหน่งแห่งที่ในองค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญนั้นจะเชื่อมโยงกัน โดยไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ความอยากอยู่ยาวถึง 20 ปีทำให้ตัวแสดงในมือของตนเองขาดแคลน วันนี้จึงให้นักการเมืองมาช่วยเล่นหน่อย อยู่ฝ่ายเราหน่อย

คราวนี้พวกที่จะเล่นได้คือพวกที่เป็นนักเลือกตั้งเป็นหลัก เป็นพวกที่มีโปรเจ็กต์ในการก่อสร้าง พวกที่ทำถนนหนทางเข้ามา

เราจึงเห็นกลุ่ม ส.ว.ที่มากมายหลายอาชีพ มีกระบวนการโหวต ก็กลายเป็นลิเกอีกคณะหนึ่ง

ขณะที่ฝ่ายบริหารก็เป็นลิเกอีกคณะหนึ่ง แต่เป็นลิเกของพวกที่เรียกว่า “บ้านใหญ่จากต่างจังหวัด” มารวมตัวกันแสดง ซึ่งจริงๆ แล้วพวกนี้พร้อมที่จะแตก เพียงแต่ว่าครั้งนี้สามารถถูกดึงมารวมตัวกันได้

เราจึงได้เห็นสถาบันทางการเมืองของเราไม่ตอบโจทย์ต่อความฝันของ “ระบอบ” ที่จะต้องมีคนดีคนเก่งคนซื่อสัตย์ ตอนนี้หมดแล้ว

ในท้ายที่สุดก็กลายเป็นว่าภาพลักษณ์ของระบอบสีน้ำเงินก็ล้มเหลว จะเดินไปยังไง อยู่ดีๆ ก็สะดุดขาตัวเองล้มลง

รัฐพันลึก

ผมคิดว่าแว่นในการที่มองรัฐไทย เมื่อก่อนเรามองไม่เห็น ยังไม่รู้จักคำว่า DeepState เราจึงมองเห็นตัวแสดงแทนที่ปรากฏบนพื้นที่ข่าว

แต่พอเรามีแว่นของรัฐพันลึก รัฐซึมลึก รัฐคู่ขนาน ไม่ว่ารัฐอะไรก็ตาม คือมีหลายรัฐมากเลย ยิ่งในงานศึกษาเราเริ่มเข้าใจการเมืองไทยมากยิ่งขึ้นว่า ทำไมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจึงทำอะไรไม่ได้เลย

ยกตัวอย่าง ปัญหาไทยกัมพูชา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสั่งประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้ เป็นอำนาจของทหาร ประกาศปิดชายแดนไม่ได้ จะเปิดชายแดนก็ไม่ได้ เป็นอำนาจที่จะต้องมีกระบวนการหลังจากทหารดำเนินการ

คำถามคือ แล้วเราจะแก้ปัญหาความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาโดยรัฐบาลพลเรือนได้อย่างไร ในเมื่อรัฐบาลและนายกฯ ไม่มีอำนาจเลย

รัฐพันลึกที่มีการรัฐประหารอย่างต่อเนื่อง 13 ครั้งในรอบ 90 กว่าปี ในแต่ละครั้งก็เสริมเพิ่มแต่งขยายอำนาจของกลุ่มคณะรัฐประหารหรือทหารให้เพิ่มมากขึ้นๆ นอกเหนือจากกลุ่มทหารแล้ว ก็ยังมีกลุ่มทั้งรอยัลลิสต์และกลุ่มต่างๆ เข้ามาด้วย

การที่เราคิดว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีที่เราเคยคิดว่ามีอำนาจสูงสุด แต่พอมาตรงนี้ไม่ใช่ไม่มีอำนาจ จมเลย แถมยังถูกขู่ว่าจะถูกฟ้องร้อง และกระทำบางอย่าง บอกว่ากระทำเกินหน้าที่ โดนถูกปลดออกจากตำแหน่งได้อีกเพราะมีศาลรัฐธรรมนูญคอยปลด นี่คือรัฐพันลึก

เวลาที่เรามองเห็นสิ่งนี้ที่เขาพูดว่ามีผู้กำกับ เราก็ไม่รู้ว่าผู้กำกับตัวจริงอยู่ตรงไหน คือตัวแสดงมีเยอะ เราเรียกว่ารัฐไม่ได้หมายถึงว่ามีตัวแสดงคือนายกฯ และรัฐบาล แต่มีพลังที่อยู่ข้างนอกเต็มไปหมดเลย

ตัวอย่างที่เรามักจะพูดถึงบ้านใหญ่ในต่างจังหวัด ว่าทำไมนะคนเหล่านี้ถึงครองอำนาจนานจัง หันมามองใจกลางประเทศ (รัฐพันลึก) จะไม่ครองนานด้วยเหรอ เพราะนี่คืออำนาจและผลประโยชน์

ที่บ้านเราเกิดการรัฐประหารซ้ำๆ เป็นเพราะว่านี่คือวิธีการที่จะรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของเครือข่ายได้เร็วและกระชับที่สุด เพราะคนเหล่านี้คิดว่าการเลือกตั้งเชื่อถือไม่ได้ อย่าไปเชื่อประชาชน

เรามองการเลือกตั้งประกันสังคมที่มีเสียงของแรงงานถล่มทลายเป็นล้านคนนี่เป็นมิติใหม่เลย

ดังนั้น ระบบของการดึงหรืออุ้มอำนาจไว้คือความเชื่อมั่นมากที่สุดว่าคุณจะรักษาผลประโยชน์และอำนาจของคุณไว้ได้

ปัญหาคนรุ่นใหม่

ปัญหาคนรุ่นใหม่ ถ้าเราดูตอนนี้ ถามว่าเขาเฉื่อย เขาไม่มีพลัง? แต่เขาก็เดินไปตามชีวิตความฝันและความสนุกของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาจะเจอ “ปัญหาร่วมกัน” แบบฝรั่งเศสอะไรทำนองนั้น เขาก็จะลุกขึ้นมา

ตรงนี้แหละคือสิ่งที่เราคาดอะไรไม่ได้เลยว่าเขาจะมาตอนไหน มาด้วยปัญหาอะไร มาด้วยพลังยังไง

แต่ถ้าบอกว่าเขาเฉื่อยชา ผมว่าไม่ เพราะเขาก็มองการเมืองมองความเคลื่อนไหวตลอด

บอกว่าเขาไม่ตามข่าวสารก็ไม่จริง เขาตามข่าวสารมากกว่าคนรุ่น 50 ปีที่แล้วเสียอีก เพราะว่าตื่นมาเขาเปิดมาเจอข่าวร่วมกันเต็มไปหมด แม้ว่าจะสั้นๆ แต่เขาก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคม

ขณะที่คน 50 ปีที่แล้ว ถ้าไม่ได้ฟังวิทยุ ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ก็หลุดไปเลยแหละ

ยุคนี้เขาอ่านอะไรเยอะมาก เพียงแต่ว่ามีความหลากหลายของความนิยม มันไม่ได้รวมศูนย์อยู่บนหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน

แต่ความหลากหลายเหล่านี้พอไปถึงตรงจุดหนึ่งจะมีปัญหาร่วมกันของคนร่วมร่วมสมัย

ตรงนี้แหละก็จะเหมือนปี 2563 ที่ปัญหาของพวกเขามาพร้อมกับการรัฐประหารของ คสช.ตอนนั้น พร้อมกับการบีบเค้นนักเรียนให้อยู่กับระเบียบวินัย และคำสั่งสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการแต่งตัวและเรื่องของทรงผม เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจนิยม การถูกบังคับจากรัฐบาลลงมาถึงครูอย่างรุนแรง ผนวกกับปัญหาสภาพเศรษฐกิจ-โควิด การเมืองเลยตู้ม! กลายเป็นระเบิด มีปัจจัยมากมาย

ดังนั้น จงเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ว่าคือพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกใบนี้

ท่ามกลางวิกฤตมากมาย จุดไม่ติด?

1.ประชาชนคนไทยเป็นประชาชนที่อดทน และไม่มีปากเสียง คือเป็นวัฒนธรรม เช่น คุณอย่าไปพูดเสียงดังนะเดี๋ยวเขาได้ยินนะ เลยพูดกันเบาๆ นี่คือวัฒนธรรมที่มองว่าอย่าเอาตัวเองออกไปเสี่ยงกับปัญหา แต่เขารับรู้ รู้สึกข้างในลึกๆ คือจะมีอยู่คำหนึ่ง “เดี๋ยวสักวันกูจะระเบิดให้ดู” แต่ตอนนี้เก็บไว้ก่อน มันมีพลังอย่างนี้อยู่

2. ผมคิดว่าพอระบบเปิดให้มีปีกของ ส.ส.ที่ทำการเคลื่อนไหวในฝ่ายค้าน เรียกว่าช่วยผ่อนลมหายใจให้มีทางออก ให้มีความหวังว่าพวก ส.ส. จะกลายเป็นตัวแทนที่ซัดมัน อย่างน้อยก็ด่ามันในสภานะ แม้ว่าเราจะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นนะ นี่คือสิ่งที่เราอยู่กันมาตลอดเลยนะ

แต่พอไปถึงตรงจุดหนึ่งอย่าลืมนะว่าฟากสีน้ำเงิน ถึงจุดหนึ่งก็คงคิดว่าระบอบที่ตนเองออกแบบนี้ คงไม่ไหวแน่ๆ เลย เขาก็คงต้องพยายามหาความชอบธรรมแบบใหม่

การหาความชอบธรรมแบบใหม่ที่ง่ายที่สุดก็คือรัฐประหารเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญและสร้างใหม่ นำไปสู่การครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ

เมื่อไหร่ที่กลับไปสู่อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเมื่อนั้นแหละจะสูญสิ้นทุกอย่างจะกลับไปสู่ภาวะตึงเครียดทันที

ผมคิดว่ามันจะระเบิดประเทศไทยแบบ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยพูดเมื่อปี 2518 ว่าประเทศไทยเหมือนภูเขาไฟลาวากำลังเดือดอยู่ข้างล่างกำลังจะหาทางระเบิดออกมาเท่านั้นเอง…

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จากเพจปล่อยสลิปน้ำชาปลอม 7 ล้าน สู่คำถามสองมาตรฐานตำรวจไทย ‘ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์’ หรือ ‘องครักษ์พิทักษ์อำนาจ’?
ธงทอง จันทรางศุ | จำนงค์ ทองประเสริฐ ครู – ปราชญ์แท้ถิ่นสยาม
เส้นทางรัก มะลิ มาลินี – อั้ม ถิร
รัฐพันลึก ระบอบสีน้ำเงิน และคนรุ่นใหม่ ในสายตา รศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
‘Godd Dam’ งานงอก กุสลิป ‘ค่าน้ำชา’ 7 ล้าน ตร.ขุดคุ้ย-เปิดแผลเก่า ฟัน พ.ร.บ.คอมพ์-ม.112
เตรียมประชาชน ! | สุรชาติ บำรุงสุข
“วัชระพล” ย้ำพืชสวนโลกอุดรธานีพร้อมเปิด 1 พ.ย.
ไม่ได้เป็นของนายทุนแอธเลติก บิลเบาชาตินิยมบาสก์เพื่อปลดแอก สู่ประชาธิปไตยในสโมสรฟุตบอลระดับลาลีกา (จบ)
แมวชุมชน
โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมแล้วหรือทำธุรกิจกับเมียนมา
หรือเราหลงเข้าสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้ว?
การเมืองท้องถิ่นฝ่ายก้าวหน้าของแคนาดา