bg-single

‘คนแบบคุณอานันท์’ (2) | ปราปต์ บุนปาน

30.10.2026

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

คำถามอีกข้อที่น่าสนใจและเกี่ยวเนื่องกับคำถามข้อที่แล้ว (สังคมไทยยุคปัจจุบันจะสามารถสร้าง “คนแบบคุณอานันท์” ขึ้นมาได้ใหม่หรือไม่?) ก็คือ สังคมการเมืองไทย ณ ตอนนี้ ยังต้องการ “คนแบบคุณอานันท์” ผู้เป็น “ชนชั้นนำที่ทั้งอนุรักษนิยมและเสรีนิยม” อยู่อีกหรือไม่?

ด้านหนึ่ง หากพิจารณาว่าเรากำลังเจอปัญหาการเมืองระหว่างประเทศยากๆ เจอปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (เอไอ) ที่สลับซับซ้อนขึ้น หรือมีอัตราเร่งเร็วขึ้น

บางคนในสังคมก็อาจต้องการ “ผู้นำที่มีความรอบรู้-มีเครือข่ายทางสังคมกว้างขวาง” ซึ่งจะเข้ามารับมือกับความท้าทายเหล่านั้น โดยไม่จำเป็นต้อง “เปลี่ยนแปลงประเทศเร็วเกินไป” แต่ต้องพยายามปรับเปลี่ยนประเทศอย่างมีระบบมีขั้นตอน และแสวงหา-ประสานความร่วมมือจากผู้คนเพื่อนมิตรหลากหลายกลุ่มได้

หากกำหนด “สเปกผู้นำในอุดมคติ” เอาไว้ทำนองนี้ หลายท่านก็อาจนึกถึง “ผู้นำแบบคุณอานันท์” ขึ้นมา

แต่อีกด้านหนึ่ง ในความเป็นจริงทางการเมือง พวกเราก็กำลังเดินเข้าไปสู่ “มุมอับทางตัน” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เรามีรัฐราชการที่เข้มแข็งตายตัวเทอะทะ แต่ภาคสังคมกลับอ่อนแอลงเรื่อยๆ ส่วนภาคเอกชนก็ไร้ความสามารถที่จะแข่งขัน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างทุนใหญ่กับผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็กมากมายมหาศาล

จนสรุปเป็นภาพรวมได้ว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศต่างมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง

ความเป็นจริงทางการเมืองเช่นนี้ก่อตัวขึ้นจาก “ปัญหาระดับรากฐาน” หลายประการ

หนึ่งในพื้นฐานสำคัญ ก็คือ วัฒนธรรมทางการเมืองว่าด้วยเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ผันแปรไป

ยุคสมัยหนึ่ง คุณอานันท์กลายมาเป็น “ผู้นำทางการเมืองในอุดมคติ” เพราะวัฒนธรรมทางการเมืองไทยคล้ายจะกำหนดให้ประเทศจำเป็นต้องมี “นายกรัฐมนตรีพลเรือนแต่งตั้ง” (ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ยาวนานนัก) ภายหลังการรัฐประหาร

แล้วคุณอานันท์ก็ฉวยใช้โอกาสนั้น ในการสร้างแบบแผน ค่านิยม และความคาดหวังทางการเมืองแบบใหม่ๆ ขึ้นมาได้สำเร็จ (หนังสือ “หงส์ลายมังกรฯ” ใช้คำว่า คุณอานันท์พยายามจะ “manipulate” หรือ “บงการ” ทางการเมือง)

แต่ในช่วงหลายปีหลัง วัฒนธรรมการเมืองดังกล่าวกลับเปลี่ยนแปลงไป กระทั่งผู้นำคณะรัฐประหารที่เป็นทหารสามารถก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศได้ยาวนานเกือบหนึ่งทศวรรษ

หลังจากนั้น เราก็ได้รัฐบาลเลือกตั้ง ที่ยังดูเป็น “ส่วนขยาย-ผู้สืบทอด-ทายาท” ของระบอบอำนาจเดิม นับรวมถึงรัฐบาลที่เป็นส่วนผสมระหว่างรัฐราชการกับเครือข่ายนักการเมืองที่รวมตัวกันเป็นสหพันธ์บ้านใหญ่ในปัจจุบันด้วย

เมื่อพิจารณาในแง่นี้ ก็ดูเหมือนสังคมการเมืองไทยร่วมสมัยหรือบรรดาเครือข่ายผู้มีอำนาจยุคปัจจุบัน น่าจะไม่ต้องการ “คนแบบคุณอานันท์” แล้วหรือไม่?

ชะตากรรมคล้ายคลึงกันยังเกิดขึ้นกับ “โครงการทางการเมือง” ใหญ่ๆ สำคัญๆ ที่คุณอานันท์เคยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

แม้ “การยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540” จะประสบความสำเร็จ จนเปลี่ยนการเมืองไทยได้ในหลายมิติ แต่กลับมีชีวิตยืนยาวอยู่ไม่ถึง 10 ปี ก่อนโดนฉีกโดย “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549”

ส่วน “คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ” (แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้) นั้นต้องถือว่ามีผลลัพธ์ของการทำงานที่ “ไม่สำเร็จ” เช่นเดียวกับ “การไร้บทสรุป” ของ “คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ” (เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเสื้อสี)

อย่างไรก็ตาม “ความไม่ยืนยาว-ไม่สำเร็จ” ดังกล่าว ดูจะไม่ใช่ปัญหาหรือความล้มเหลวส่วนบุคคลของคุณอานันท์ หากเป็นเพราะสภาพปัญหาของสังคมการเมืองไทยตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา นั้นมีลักษณะผิดแผกแตกต่างไปจากปัญหาชุดเดิมของสังคมการเมืองไทยช่วงกลางทศวรรษ 2530

หรือกล่าวได้ว่าโจทย์ทางการเมืองของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป กระทั่ง “ผู้นำในอุดมคติ” ของยุคสมัยหนึ่ง ไม่สามารถแก้ปัญหาของอีกบริบทอีกยุคสมัยได้

นอกจากนั้น ใช่ว่าเมื่อคุณอานันท์ทำเรื่องเหล่านี้ไม่สำเร็จ แล้วจะมีคนอื่นที่ทำสำเร็จ เพราะตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปัญหาต่างๆ ข้างต้นก็ยังหาจุดคลี่คลายไม่เจอ ยังหาคนหรือคณะบุคคลเข้ามาแก้ไขสะสางไม่ได้

ปัญหาทั้งหมดยังคงค้างคามาถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ที่แย่ลงเรื่อยๆ จากฉบับปี 2540 สู่ 2550 และ 2560

ปัญหาชายแดนใต้ ที่ยังไม่มีวี่แววสงบและค้างเติ่งอยู่ตรงคำถามว่า “ทหารควรนำการเมือง” หรือ “การเมืองควรนำการทหาร”?

ตลอดจนความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ ที่แม้จะเปลี่ยนคู่กรณี เปลี่ยนสี-ข้ามขั้วไปบ้าง แต่สุดท้าย ประชาชนยังคงแบ่งกลุ่มทะเลาะกัน ส่วนพรรคการเมือง/กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองจำนวนมากก็พากันเซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเองหรือแสวงหาคะแนนเสียงระยะสั้น ผ่านการสูบกิน-เสพติด “มลพิษ” อันเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งดังกล่าว

เพราะฉะนั้น นี่จึงไม่ใช่ปัญหาของคุณอานันท์ แต่เป็นปัญหาของพวกเราทุกคน เป็นปัญหาของสังคมการเมืองไทย ที่ยังหา “ดุลยภาพ-จุดลงตัวใหม่” ภายหลังความขัดแย้งที่กินเวลายาวนานสองทศวรรษไม่พบ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถึงเวลาที่หนุ่มสาวต้องปกป้องอนาคตตนเอง
วิวาทะ กะเพรา vs ทุนใหญ่ ต่างมุมมอง ย้อนแย้ง จาก ความหวาดระแวง ถึง การพัฒนาพันธุ์พืช
E-DUANG | เสียงร้องท้า หน้าค่าย การเมือง ก่อนญัตติ อภิปราย ไม่ไว้วางใจ
นัวร์โพลิติกส์
สลิปเก๊กับทุนเทา
‘คนแบบคุณอานันท์’ (2) | ปราปต์ บุนปาน
E-DUANG | จัดการ เบน สมิธ ยิม เลียก มิใช่สนอง รังสิมันต์ โรม
ธำรงศักดิ์โพล เผยผลสำรวจ การบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม รัฐบาลอนุทิน “สอบไม่ผ่าน”
ลิณธิภรณ์ ชู ลูกเสือยุคใหม่ ต้องไม่หยุดอยู่แค่ทักษะเดิม เสริมนำ AI มาใช้ เสนอสร้างเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์ “หนึ่งกองลูกเสือ หนึ่งเครือข่ายพิทักษ์ชุมชน”
ระฆัง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ชีวิต – สงคราม
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (199)
ฝึกตื่นนอน โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก