
ปรากฏการณ์ “ทศกัณฐ์ แคะขนมครก” ดาลใจ นักเขียนดัง “มติชนสุดสัปดาห์” ทั้ง นิ้วกลม, คำ ผกา, เชฟหมี -คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง, ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ตรงกัน โดยไม่ได้นัดหมาย
พากันออกโรง เชิด โขน กันสนั่น! จะถึงขั้น “โรงแตก” เลยหรือไม่ โปรดติดตามใน “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับ 30 กันยายน-6 ตุลาคม 2559
อนึ่งเพื่อเป็นการยั่วน้ำลาย ขอยกการเชิด “คำ ผกา” เป็นตัวอย่าง
“พวกเจ้าขุนมูลนายสยามแต่ละคนต่างมีโรงละครและอุปถัมภ์คณะนักแสดง…ครั้งหนึ่งได้ชมการแสดงในราชสำนัก…
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หมอบกราบลดหลั่นกันลงไปตามชั้นยศ บริเวณด้านล่างที่ติดกับเวทีทำเป็นยกพื้นกว้างเอาไว้วางเก้าอี้และโซฟาสำหรับแขกชาวยุโรป…
การแสดงโหมโรงกันอย่างเอิกเกริก เสียงดนตรีดังแสบแก้วหู ได้ยินวงดนตรีบรรเลงอย่างอึกทึก แต่แทนที่จะได้ฟังทำนองหลากเสียง กลับรู้สึกว่าไม่ประสานสอดคล้องกันเลย ดนตรีดังไปเรื่อยๆ อย่างนี้ถึง 5 ชั่วโมงข้าพเจ้านั้นพร้อมจะเชื่อเสียแล้วว่าศาสตร์การดนตรีแห่งสยามคงจะวนเวียนอยู่กับทำนองพิลึกๆ อย่างนี้แหละ…และยากที่จะหาใครเทียบได้ ในที่สุดการแสดงก็ออกโรง คณะนักแสดงทั้งชายหญิงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแปลกพิลึกเกินกว่าจะจินตนาการได้ปรากฎตัวขึ้นบนเวที
พวกเขาแต่งกายด้วยชุดผ้าไหม ปักดิ้นหลายทอง สวมหมวกปลายแหลมสูง ประดับด้วยเครือ่งเพชรพลอยเก๊ๆ อย่างภาคภูมิ ภาพที่ได้เห็นแปลกตาชวนดู
ส่วนท่าทางที่แสดงนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน มีแต่การออกท่าออกทางของคณะนักร้องที่ยืนเยื้องหลังนักแสดงไปเล็กน้อย
ต่างคนต่างลีลาก็จริง แต่ดูแล้วอยู่ข้างจะไม่งาม…การแสดงกินเวลากว่า 6 ชั่วโมงแล้ว…ข้าพเจ้าถือโอกาสหลบฉากออกมาจากการแสดงของชาวสยาม เห็นจะต้องกล่าวไว้ตรงนี้ว่า ชาวสยามแสดงความปราณีตทางศิลปะได้ก็แต่เฉพาะเรื่องฝีมิอในการจัดฉากปิดม่านมนุษย์บนผืนภิภพก็คืองานศพนั่นเอง…เพราะจะมีมหรสพยามค่ำคืนสารพัดชนิด การละเล่น และการจัดเลี้ยง…”
(บันทึกการเดินทางของ อ็องรี มูโอต์, หน้า 57-58)
คำ ผกา : อ่านแล้วคงจะเห็นว่าสยามแต่โบราณนั้นไม่มีอะไรที่ตรงกับจินตนาการว่าด้วย “ความเป็นไทยแท้แต่โบราณ” ของเหล่านักอนุรักษ์ความเป็นไทยที่แสนสูงส่งงดงามเก่าแก่เลยแม้แต่นิดเดียว (อีฝรั่งบ้า ตกใจนะ มาว่าชาวสยามเก่งเรื่องเดียวคือเรื่องจัดงานศพ)
