bg-single

เกษียร เตชะพีระ : อ่านสี่ทศวรรษสัมพันธ์ไทย-จีน (ยุค 2 ค.ศ.1990-2000)

27.04.2018

อ่านสี่ทศวรรษสัมพันธ์ไทย-จีน (4) : ยุค 2 ค.ศ.1990-2000

ผมขอเริ่มด้วยการนำเสนอตารางภาพรวมบริบทโลก ภูมิภาคจีนและไทยในยุคที่ 2 ของสัมพันธ์ไทย-จีนนี้ (ดูตาราง)

ประเด็นน่าสนใจจากงานของ Benjamin Zawacki และ ดร.เจษฎาพัญ ทองศรีนุช ที่ผมอยากหยิบยกมาอภิปรายเกี่ยวกับยุค 2 ของสัมพันธ์ไทย-จีนนี้ ได้แก่ :

1. ชาติชายโน้มน้าวเติ้งเสี่ยวผิงอย่างยากเย็นกว่าจะยอมรับนโยบายริเริ่มใหม่ของเขาต่ออินโดจีนเรื่อง “แปรสนามรบเป็นสนามการค้า”

2. สหรัฐกลับมาไทย (หลังถอนตัวไปหลังแพ้สงครามเวียดนาม) ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งในฐานะมหาอำนาจนำโลกาภิวัตน์

3. จีนช่วยไทยอย่างน่าประทับใจตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่จีนเองก็ได้ประโยชน์ด้วย

4. ระบบ/ระเบียบการจัดวางนโยบายโดยทั่วไป รวมทั้งนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศต่อจีนเปลี่ยนไป

5.เชื้อมูลต่างๆ ที่ประกอบกันเข้าเป็นพื้นฐานรองรับฉันทามติที่ไทยปรับตัวเข้าร่วมทีมเศรษฐกิจจีนระดับภูมิภาคในยุคถัดไป

6. นายกฯ ชวนมองจีนด้วยความหวาดระแวงบางระดับ

ขออนุญาตว่าไปตามลำดับดังนี้

1)ชาติชายโน้มน้าวเติ้งเสี่ยวผิงอย่างยากเย็นกว่าจะยอมรับนโยบายริเริ่มใหม่ของเขาต่ออินโดจีนเรื่อง “แปรสนามรบเป็นสนามการค้า”

นายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ ริเริ่มนโยบายอันหลักแหลม มองการณ์ไกล แหลมคม ค่อนข้างเสี่ยงและลำบากทางการทูตเศรษฐกิจการค้านี้ ท่ามกลางแรงต่อต้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมันเป็นการหักรานแนวร่วม [ไทย+US+จีน+เขมร 3 ฝ่าย] vs. [เวียดนาม+เขมรเฮง สัมริน+ลาว+โซเวียต] แต่เดิม (เจษฎาพัญ, น.177, 203)

ด้านในประเทศ นายกฯ ชาติชายและคณะที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกเดินนโยบายข้ามหน้าข้ามตา ละเลยทั้งกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพ ซึ่งมีท่าทีนิยมจีนและเป็นแหล่งที่มาของนโยบายการทูตและความมั่นคงของไทยต่ออินโดจีนที่ผ่านมา (กล่าวคือ หนุนหลังเขมร 3 ฝ่าย ต้านเวียดนาม)

แต่น่าสนใจว่านายกฯ ชาติชายกลับยังให้ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา รมว.ต่างประเทศสมัยรัฐบาลเปรมดำรงคงตำแหน่งเดิมต่อไปในคณะรัฐมนตรีด้วย (BZ, p.81)

ไม่เพียงเท่านั้น แขนขากลุ่มทุนธุรกิจที่มีส่วนได้เสียกับจีนคือ CP ก็พลอยตกใจและโกรธเกรี้ยวไปตามจีนต่อนโยบายใหม่นี้ด้วย และได้รับแรงผลักดันจากจีนให้ออกเคลื่อนไหวทางสื่อสาธารณะ ตั้งคำถามวิจารณ์โจมตีรัฐบาลชาติชายเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวอย่างเปิดเผย

Benjamin Zawacki อ้างว่ากลุ่มล็อบบี้จีนที่เคลื่อนไหวทำนองนี้อยู่ใต้การชี้นำกำกับของอดีตนายกรัฐมนตรีและคนของอดีตนายกฯ ที่เหลืออยู่ในสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีทั้งนักการทูต, กระทรวงการต่างประเทศ, นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน และ CP เอง (BZ, p.83)

นายกฯ ชาติชายและทีมบ้านพิษณุโลกรับมือโดยเคลื่อนไหวติดต่อทำความเข้าใจโน้มน้าวจูงใจอเมริกาและจีนโดยตรง อาศัยส่งคนไปล็อบบี้กับประธานาธิบดีบุชผู้พ่อและทีมทำงานของบุชทั้งในกรุงเทพฯ วอชิงตัน ดี.ซี. โตเกียว ฯลฯ โดยอาศัยสายสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ กับ Ralph Boyce ที่ปรึกษาการเมืองประจำสถานทูตสหรัฐในไทยที่เคยเรียนมหาวิทยาลัย George Washington เดียวกันมา

จนในที่สุดก็กล่อมประธานาธิบดีบุชผู้พ่อสำเร็จให้เอาด้วยกับนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้า ทั้งที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเองทัดทานคัดค้านเรื่องนี้ (BZ, p.82)

การกล่อมจีนยากกว่ามาก จีนยัวะที่อุตส่าห์เดินนโยบายช่วยเขมรแดงต้านเวียดนามกับไทยมาเป็นสิบปี แล้วจู่ๆ นายกฯ ชาติชายก็มาเปลี่ยนทิศทางกลับตาลปัตรเอากะทันหันดื้อๆ โดยไม่ปรึกษาหารือหรือบอกกล่าวล่วงหน้ากันก่อน

นายกฯ ชาติชายจึงเดินทางไปจีนและเข้าพบเจรจากับเติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำอาวุโสของจีน เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.1989

ในกรณีการพบปะเจรจาระหว่างนายกฯ ชาติชายกับเติ้งเสี่ยวผิงที่ว่านี้ วิทยานิพนธ์ของคุณเจษฎาพัญ (น.211-212) เล่าเหตุการณ์เดียวกันโดยอ้างเอกสารของสำนักเลขาฯ ครม. ซึ่งพูดเบาและจืดชืดมากว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นรองในการเจรจา (น.211-212) ซึ่งไม่จริงเลยหากเทียบดูข้อมูลของ Benjamin Zawacki ที่อ้างคำสัมภาษณ์ของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ผู้เล่าเหตุการณ์เหล่านี้อย่างตื่นเต้นดราม่าออกรสออกชาติมากว่า :

“การนั่งเจรจากับเติ้งเสี่ยวผิงรอบแรกนับเป็นวาระเลวร้ายที่สุดที่เราเคยเผชิญมา นับแต่นาทีแรกที่เรานั่งลง แกไม่เกรงอกเกรงใจไว้หน้ากันทางการทูตชนิดที่คุณจะไม่เชื่อเลยทีเดียว แกเริ่มอบรมสั่งสอนคุณพ่อของผมเรื่องจักรวรรดินิยมโซเวียตและอะไรต่อมิอะไรสารพัด หลังผ่านไปราว 15 นาที คุณพ่อก็พูดว่า “ท่านประธานครับ ผมน่ะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้โปรดหยุดอบรมสั่งสอนผมเถิดครับ ผมมาที่นี่ด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีนและสันติภาพกับการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค มันไม่เกี่ยวอะไรเลยกับจักรวรรดินิยมโซเวียต ใครล่ะครับเป็นคนแรกที่มาเข้าพบโจวเอินไหลและเหมาเจ๋อตง? ใครครับที่นำพานายกรัฐมนตรีไทยคนแรกมาทำความรู้จักกับท่านก่อนหน้าคิสซินเจอร์ด้วยซ้ำไป? ผมน่ะยังเป็นหุ้นส่วนของท่านและเป็นเพื่อนของท่านนะครับ”

“คืนนั้นเองของจริงอย่างแรกก็เกิดขึ้น พ่อของผมบอกว่าผมต้องไปพบผู้อุปถัมภ์ของเติ้งซึ่งเป็นเฒ่าอายุ 80 ปี ชื่อหวังเจิ้ง ที่ดูเหมือนจะเป็นคนกุมกองทัพนับแต่สิ้นเหมาเป็นต้นมา “ไปทำอ่าอะไรล่ะพ่อ?” แต่พ่อบอกว่าวิถีแบบจีนก็เป็นอย่างนี้แหละ ดังนั้น ราวห้าทุ่มผมก็ถูกพาตัวผ่านทางออกครัวของโรงแรมมหึมาแห่งนี้ ขึ้นรถเบนซ์ 500 ไปเขตเมืองเก่าของปักกิ่ง ตาเฒ่าคนนี้ตื่นตัวมาก รูปร่างผอมแห้ง อาศัยอยู่ในบ้านอิฐหลังเก่าๆ ที่ไฟสลัว ทั้งหมดที่แกอยากได้ยินจากผมก็คือเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ ว่าฝ่ายเราจะไม่ทรยศพวกเขาไปเข้าข้างสหภาพโซเวียตนะ แกยกแจกันดอกไม้สีแดงให้ผม อ้างว่ามันทำยากที่สุดเพราะสีมันตกได้ ผมหัวร่อกับตัวเองโดยคิดในใจว่า จริงซีนะทำตัวให้แดง (เป็นคอมมิวนิสต์ – ผู้แปล) มันยากยิ่งจริงๆ ด้วย วันถัดมาบรรยากาศก็เปลี่ยนกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการอบรมสั่งสอนอีกแล้ว เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบอกว่า “พวกคุณขอให้เราสนับสนุนเขมรแดง เราก็ทำอย่างนั้นตลอดสิบปีที่ผ่านมา แล้วมาตอนนี้คุณดันบอกให้เราหยุดซะ ไหงคุณไม่บอกเราก่อนที่คุณจะมาล่ะ?” ชาติชายตอบว่าเขาไม่มีเวลา ว่าเขาเพิ่งได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาแค่สองเดือนเท่านั้นเอง ฝ่ายจีนก็เลยบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน และเราจะทำอะไรก็ตามแต่ที่พวกคุณขอให้เราทำ” (BZ, pp.83-84)

แม้จะคลี่คลายการเผชิญหน้ากับจีนไปได้ แต่กระนั้นนายกฯ ชาติชายก็ต้องยอมยกเลิกข้อเสนอบางอย่างในนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้านี้ที่โดนนายกรัฐมนตรีหลี่เผิงของจีนวิจารณ์ และต้องแอบปิดงำส่วนอื่นไม่ให้จีนรู้ (BZ, pp.83-84)

และแล้วในที่สุดนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้าก็ประสบความสำเร็จ เห็นผลที่นำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคอินโดจีน

ทันท่วงทีก่อนรัฐบาลชาติชายจะถูก รสช. รัฐประหารในปี ค.ศ.1991



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร