bg-single

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘ช้างบ้าน’ เก่าสุด พบในไทยหลายพันปีมาแล้ว

04.07.2021

 

‘ช้างบ้าน’ เก่าสุด

พบในไทยหลายพันปีมาแล้ว

 

ช้างป่าถูกจับมาฝึกเป็นช้างบ้านเพื่อใช้งานตามต้องการของคน พบเก่าสุดขณะนี้อยู่ในไทยบริเวณลุ่มน้ำโขง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ.1 (แสดงว่าวิถีอย่างนี้ต้องมีนานมากก่อนหน้านั้นอาจเป็นพันปีก็ได้)

หลักฐานที่พบอยู่บนกระบวยสำริดเป็นลายนูนรูปช้าง มีคนบนหลังช้างถือเชือกบ่วง (หรือเชือกบาศ) แสดงอาการอย่างปัจจุบันเรียก “โพนช้าง” เป็นพยานสำคัญว่าการจับช้างไม่มีตำราจากอินเดีย (ตามที่เชื่อถือมานานมาก) แต่เป็นประสบการณ์ตรงของคนพื้นเมืองสมัยที่ยังไม่รู้จักติดต่ออินเดีย

ภาพ “กระบวยสำริด (Bronze dipper) สภาพค่อนข้างสมบูรณ์มีสนิมจับหมดทั้งใบ ลักษณะเป็นกระบวยมีด้าม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 เซนติเมตร สูง 6.7 เซนติเมตร ด้ามจับยาว 13 เซนติเมตร ตัวกระบวยมีลายนูนรูปกวางอยู่โดยรอบ ด้านหน้ากระบวยทำลายเป็นรูปช้างมีคนถือขอสับนั่งอยู่บนหลังช้าง ส่วนปากกระบวยทำเป็นรูปครึ่งวงกลม ส่วนก้นทำเป็นรูปครึ่งวงกลมวางสลับหันหลังชนกันคล้ายใบไม้ ส่วนก้นตรงกลางทำเป็นลายดวงตะวันแปดแฉกแบบเดียวกับที่ปรากฏบนหน้ากลองมโหระทึก ส่วนด้ามหล่อตันโดยนำมาเชื่อมติดภายหลัง” [ภาพและคำอธิบายจากหนังสือ โนนหนองหอ แหล่งผลิตกลองมโหระทึกในประเทศไทย ข้อมูลจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ระหว่าง พ.ศ.2551-2553 พิมพ์เผยแพร่โดยสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (ไม่บอกปีที่พิมพ์) หน้า 208-210]

 

โพนช้าง หมายถึง จับช้างป่าแบบคนพื้นเมืองเพื่อหาช้างไว้ใช้งานในครอบครัวตามประเพณีดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของคนพื้นเมืองสุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว

คนถือหนังปะกำในมือขวาขณะคร่อมบนหลังช้างในการโพนช้างราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ.1 (ภาพขยายจากลายเส้นของกรมศิลปากร)

คำว่า “โพน” มีความหมายเกี่ยวกับการจับช้าง แต่ยังตรวจสอบไม่ได้ว่ามีรากจากภาษาอะไร? พบในคำของชาวกูย หรือกวย (พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร แต่สมัยรัตนโกสินทร์ชาวกูยหรือกวยถูกเรียกจากภาคกลางว่า “ส่วย” แปลว่า ขี้ข้า) อยู่แถบลุ่มน้ำมูลในอีสานใต้

โพนช้างด้วย “ปะกำ” หรือเชือกบาศติดปลายไม้รวกเหมือนถ่อเพื่อส่งไปคล้องตีนช้าง [ภาพจากบทความเรื่อง “โพนช้าง” ของรจน์ โสตศิริ (อดีตอาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) พิมพ์ในวารสารเมืองโบราณ (ฉบับที่ 2 ปีที่ 1) มกราคม-มีนาคม พ.ศ.2518 หน้า 38-49]

ปะกำ เป็นภาษาโพน (หมายถึงภาษาของการโพนช้าง ซึ่งอาจเป็นตระกูลภาษามอญ-เขมร) หมายถึงหนังปะกำ หรือเชือกปะกำ ทำจากหนังควาย [ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ (หมอขวัญร้อยเอ็ด) บอกว่าหนังปะกำนิยมหนังควายตัวเมีย เพราะหนังเหนียวกว่าควายตัวผู้] แต่บางทีเรียกเชือกบ่วง หรือเชือกบาศ ใช้คล้องตีนช้าง (เมื่อโพนช้าง)

ไม้คันจามกับเชือกปะกำ (ภาพจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 2 มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ พ.ศ.2542)

หนังปะกำ เป็นเครื่องมือโพนช้างซึ่งเฮี้ยน เพราะมีผีสิง เรียก ผีปะกำ ครั้นนานไปได้รับยกย่องเป็นเทพ เรียกเทพกรรม หรือเทวกรรม (ไม่พบในทำเนียบเทวดาอินเดีย) พบในพิธีกรรมสำคัญๆ ได้แก่ พิธีถือน้ำพระพัทธ์, พิธีครอบ เป็นต้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’