bg-single

“ธนาธร” หวังรายชื่อ ปชช. “ปลดล็อกท้องถิ่น” ทันพิจารณาสภาชุดนี้ เชื่อ ส.ส.-ส.ว.โหวตรับ

04.07.2022

“ธนาธร” แถลงปิดแคมเปญ “ปลดล็อกท้องถิ่น” – เผยมีประชาชนทุกจังหวัดร่วมลงชื่อ เล็งยื่นประธานรัฐสภา 11 ก.ค. วอนประธานเร่งบรรจุเข้าระเบียบวาระทันสมัยประชุมเดือน พ.ย. – หวัง ส.ส. – ส.ว. ที่เคยพูดสนับสนุนการกระจายอำนาจโหวตรับ

 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้เชิญชวนเสนอกฎหมาย กล่าวในการแถลงปิดแคมเปญ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” ซึ่งเป็นการณรงค์เข้าชื่อประชาชน เพื่อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนหนึ่งว่า เราเปิดตัวแคมเปญเริ่มรับรายชื่อเมื่อ 1 เมษายน 2565 และปิดรับรายชื่อ 30 มิถุนายน 2565 เป็นระยะเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน มีรายชื่อที่ส่งมาทั้งหมดในรูปแบบกระดาษและออนไลน์รวมแล้ว 83,815 รายชื่อ โดยเป็นแบบกระดาษ 26,619 รายชื่อ แบบออนไลน์ 57,196 รายชื่อ และเมื่อตรวจสอบแล้วมีรายชื่อที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น 3,043 รายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี และบางส่วนกรอกข้อมูลผิด

ดังนั้น เหลือรายชื่อผ่านการตรวจเบื้องต้นเตรียมยื่นประธานรัฐสภา 80,772 รายชื่อ โดยมีรายชื่อจากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนตื่นตัวเรื่องการกระจายอำนาจทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันรณรงค์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พรรคก้าวไกลและทีมงานทุกจังหวัด นักวิชาการ ผู้พัฒนาเว็บไซต์การลงชื่อ กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่างๆ นายกท้องถิ่น และที่สำคัญคือขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมลงชื่อในครั้งนี้

“ตั้งแต่ครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ เราพูดเสมอว่า จะชนะทางการเมืองได้ต้องปักธงทางความคิด และวิธีชนะทางความคิดได้ก็ต้องรณรงค์อย่างสม่ำเสมอ โดยตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เราจัดเวทีต่างๆ ถึง 30 จังหวัด ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ใช่ของคณะก้าวหน้าเท่านั้น แต่เป็นของทุกคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ อยากเห็นการกระจายอำนาจเกิดขึ้น โดยหลักการสำคัญในข้อเสนอของร่างนี้ มี 5 หลักการคือ

1.ปลดล็อกอำนาจที่จำกัด ให้บริการสาธารณะพื้นที่เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงินตรา การมีกองทัพ การต่างประเทศ 2. ปลดล็อกเรื่องความซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่าง อปท. กับส่วนภูมิภาค รวมถึงส่วนกลาง, 3.ปลดล็อกเรื่องงบประมาณ ให้มีการจัดสรรรายได้ใหม่ที่เป็นธรรม โดยส่วนกลางกับท้องถิ่นอยู่ที่ 50 ต่อ 50 เปอร์เซ็นต์, 4.ปลดล็อกการกำกับดูแล ที่ต้องไม่ใช่ส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคมาบังคับบัญชาท้องถิ่น และ 5.ปลดล็อกเรื่องการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน สามารถเสนอการทำประชามติในวาระสำคัญของท้องถิ่น การถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างสภาพลเมืองประชาชนมีอำนาจร่วมตรวจสอบ และการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม” ธนาธร กล่าว

ธนาธร กล่าวว่า การกระจายอำนาจ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นวาระสำคัญระดับชาติ ถ้าทำเรื่องนี้ได้สำเร็จประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจะทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจเต็ม สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง โดยในสัปดาห์หน้า ในวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ เราจะนำรายชื่อไปยื่นสู่รัฐสภา และขั้นตอนจากนั้น เมื่อทางรัฐสภาตรวจสอบเอกสารหลักฐานเสร็จภายใน 45 วันแล้ว รัฐสภาจะทำการเผยแพร่ร่างกฎหมาย และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะเสนอความเห็นเข้าสู่รัฐสภา และบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทันสมัยการประชุมต่อไปในเดือนพฤศจิกายน และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพิจารณาในสมัยนี้ ขอวิงวอนไปยังประธานรัฐสภาให้บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณา และขอเรียกร้องไปถึง ส.ส. และ ส.ว. โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

แกนนำคณะก้าวหน้ากล่าวอีกว่า พรรคการเมืองหลายพรรคที่ผ่านมา ในการหาเสียงก็มีเรื่องของการกระจายอำนาจ วันนี้โอกาสมาถึงแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่า นโยบายกับการกระทำเป็นเรื่องเดียวกัน นอกจากนี้ บรรดา ส.ว.หลายคนก็พูดเรื่องนี้ในการประชุม หลายคนก่อนดำรงตำแหน่งก็เคยรณรงค์ผลักดันการกระจายอำนาจ วันนี้โอกาสมาถึงแล้วว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำจะเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีฟากฝ่ายทางการเมือง การกระจายอำนาจทุกคนพูดมาหลายสิบปีแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคณะก้าวหน้า ไม่ใข่เรื่องของพรรคก้าวไกล แต่เป็นเรื่องอนาคตของคนไทย อนาคตของลูกหลานเรา

“ทั้งนี้ อยากฝากถึงพี่น้องสื่อมวลชนให้สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรื่องการกระจายอำนาจ มีพื้นที่ปลอดภัยให้ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หรือเห็นแตกต่างกันในรายละเอียด ได้มาถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และสุดท้าย อยากฝากถึงประชาชนทุกคน ให้ติดตามวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เมื่อร่างเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อยากให้ช่วยกันแสดงจุดยืน ช่วยกันพูดถึงเรื่องนี้ในที่สาธารณะ เพื่อทำให้ ส.ส. และ ส.ว.เห็นความสำคัญของเสียงประชาชน” ธนาธร กล่าว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)