2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโรมรัญ ทาอินทร์ ข้าราชการบำนาญ กรมที่ดิน ได้เขียนเล่าย้อนที่มาที่ไปเรื่องที่ดินเขากระโดง ไว้ดังนี้
เรื่องเล่าเขากระโดง
ที่ดินเขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟ ตั้งอยู่ตำบลอีสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สภาพที่ดินเป็นป่ารถ(พ.ศ.2518) มีทางแยกของรถไฟสายนครราชสีมา ไปอุบลราชธานี เพื่อเข้าไปเอาหินมาทำทางรถไฟ โดยมีโรงโม่หินศิลาชัยเป็นผู้ดำเนินการ(โดยกำนันในขณะนั้นเป็นผู้ดำเนินการ) ต่อมาการรถไฟได้ขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยได้ยื่นคำขอพร้อมกับบัญชีแสดงขอบเขตมีทั้งข้างเคียงพร้อมระยะ เนื้อที่ประมาณ 5000ไร่เศษ รูปแผนที่ปรากฎตามสื่อต่างๆที่นำเสนอ… … ผู้เล่าได้ไปบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งเช่างรังวัด ณ สำนักงาน ที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ในขณะนั้น(พศ2519)
หลังจากผู้เล่าได้ไปรายงานตัวที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2519 ทางสำนักงานที่ดินก็มอบหมายให้ผู้เล่าไปทำการรังวัดที่ดินแปลงเขากระโดง ผู้เล่าก็ได้เตรียมเรื่องพร้อมอุปกรณ์สำหรับการไปทำการรังวัด อันได้แก่กล้องวัดมุม โซ่วัดระยะ รายการเส้นโครงงานแผนที่ ซึ่งมีอยู่สองเส้นได้แก่เส้น ก
เป็นของท่านกุศล รักษา(อดึตตุลาการศาลปกครองสูงสุด) และเส้นของท่านประมวล ศรีพรหม พร้อมทั้งขอคำแนะนำจากช่างรังวัดอาวุโส ท่านประกิจ รังสิมาเทวัญ(ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) พร้อมทั้งต้องเตรียมตัวไปดูสภาพที่ดิน
หลังจากนั้นผู้เล่าก็ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ของการรถไฟคือ”เจ้าหน้าที่อนาบาล”(ผู้ที่ต้องมาชี้แนวเขตและรับรองแนวเขต)พร้อมผู้ปกครองท้องที่ที่ได้รับมอบหมายคือกำนัน โดยได้รับแจ้งว่ามีผู้อยู่อาศัยในที่ดินจำนวน18รายรวมทั้งกำนัน ด้วย ผู้อยู่อาศัยทั้ง18รายเตรียมตัวย้ายออกเพราะได้รับค่าขนย้ายครบแล้ว สำหรับกำนันชัย ชิดชอบได้มีการทำสัญญาเช่าที่ดินไว้กับการรถไฟไว้แล้ว .
สำหรับบริเวณที่เขากระโดงยังไม่มีระวางแผนที่ ที่ใช้ลงรูปแผนที่เมื่อได้ทำการรังวัดเสร็จ จะต้องขอสร้างไปยังกรมที่ดิน
เมื่อถึงกำหนดวันรังวัด ผู้เล่าก็เดินทางไปทำการรังวัด โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟและผู้ปกครองท้องที่ ได้นำทำการรังวัดพร้อมปักหลักเขตที่ดินไว้ตามขอบเขต พร้อมทั้งลงนามในเอกสาร โดยได้บันทึกประชาชนจำนวนประมาณ 18 รายและบันทึกกำนันชัย ผู้เช่าที่ดินของการรถไฟไว้เป็นหลักฐาน(มีการปักหลักเขตที่ดินไว้จำนวน 200 หลักเศษ )หลังจากนั้นก็ได้ทำการรังวัดตามหลักวิชาการ(ความยุ่งคือตอนให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงลงนามรับรองแนวเขต กับตัดกิ่งไม้หนามเล็บเหยี่ยวให้รอบแปลงที่ดิน) .. สุดท้ายต้องเปิดเส้นโครงงานแผนที่เพื่อนำรูปแปลงแผนที่ไปลงระวาง
เมื่อได้ทำการรังวัดจนเสร็จสิ้นแล้วผู้เล่าก็ได้นำรายการรังวัดไปคำนวณขึ้นรูปแผนที่พร้อมทั้งเขียนเรื่องรายงานการรังวัด เพื่อนำส่งผู้บังคับบัญชา แต่มีเหตุขัดข้องเพราะไม่ได้รับระวางแผนที่จากกรมที่ดิน กรมที่ดินได้สั่งให้ไปหมายเหตุในระวางรูปถ่ายทางอากาศที่ใช้สำหรับออก นส 3 ก ด้วยดินสอสีแดง ทำให้ผู้เล่าต้องกลับไปเดินในที่ดินเขากระโดงอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดจุดในระวาง นส 3 ก
เมื่อได้รวบรวมรายงานทั้งหมด และได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาแล้ว ก็ได้จัดทำประกาศเรื่องการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ที่ดินแปลงเขากระโดงเพื่อนำไปติด บริเวณที่ดิน ที่ทำการผู้ปกครองท้องที่(กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) มอบให้เจ้าหน้าที่ของการรถไฟนำไปติด ณ ที่ทำการการรถไฟ(สำนักงานของเจ้าหน้าที่ อนาบาลี) … โดยมีกำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียมาคัดค้านได้ภายใน 30 วัน พบว่าเมื่อครบกำหนดไม่มีผู้ใดคัดค้าน จึงได้จัดทำหนังสือ ส่งเรื่องราวทั้งหมดไปให้กรมที่ดินเพื่อพิจารณาลงออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงต่อไป ….ผู้เล่าขอกล่าวว่านับจากวันที่ส่งเรื่องราว เรื่องนี้ก็หายไปโดยตรวจสอบไม่ได้ !!!!
เมื่อการรังวัดที่แปลงเขากระโดงเรียบร้อยไม่มีเหตุขัดข้อง ผู้เล่าเรื่องยังคงรับราชการที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ต่อมาอีกหลายปี แล้วได้ย้ายไปจังหวัดสุรินทร์เมื่อปี 2523 … แต่เมื่อได้มาวิเคราะห์เรื่องราวแล้วพบว่ามีการออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้หลายแปลงทั้งยังมีการจัดรูปแผนที่ในปี2536 กับ2567ซึ่งมีรูปแผนที่เหมือนกัน ทั้งก่อนหน้านั้นก็มีการทำรูปแผนที่พิพาทถึง 3 ครั้งโดยผลคดีออกมาว่าเป็นที่ของการรถไฟ …ทั้งหมดที่เล่าเรื่องมาก็เป็นเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ50ปี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คงเหลือผู้เล่าเรื่องเพียงคนเดียว นอกจากนี้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว จึงขอเล่าเรื่องว่ามีเรืองนี้ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอดีตไว้ ครับ
