bg-single

เจาะสเป๊ก Toyota Hilux Travo 4 ประตู Overland และไฟฟ้า Travo-e

22.11.2025

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต

หลังจากปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ทำตลาดมานานไม่น้อย ในที่สุดก็ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมกับชื่อใหม่ ไฮลักซ์ ทราโว่ (Hilux Travo)

งานนี้ต้องบอกว่าปรับใหม่หมดทั้งภายนอก-ภายใน ทราโว่ จะมาในรุ่นยกสูงเท่านั้น มี 4 รุ่นหลัก 17 รุ่นย่อย ประกอบด้วย OVERLAND, PRERUNNER, 4TREX และ STANDARD CAB 4TREX

รวมถึงยังมีขุมพลังไฟฟ้า หรือ EV มาเป็นตัวเลือก

ด้วยพื้นที่อันจำกัดประมาณหนึ่งทำให้ขอลงรายละเอียดเฉพาะรุ่น Overland และรุ่นไฟฟ้า Travo-e เป็นหลัก

ไฮลักซ์ ถือเป็นตระกูลปิกอัพที่ยืนยงคงกระพันในไทยมากกว่า 57 ปี และรุ่นล่าสุดเป็นเจเนอเรชั่นที่ 9 มาในคอนเซปต์ Greater Together – สู่ความยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

ด้านหน้าออกแบบตามแนวคิด Cyber Sumo จำลองท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ Shikiri Pose ของนักซูโม่

ไฟหน้า LED แบบ Projector ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมระบบควบคุมไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ

ไฟ Daytime Running Light เพิ่มความโดดเด่นและความปลอดภัยในการขับขี่กลางวัน

บันไดข้างพื้นลายรังผึ้ง Hexagonal Grip เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลงรถ

ฝาท้ายกระบะมีระบบช่วยผ่อนแรงเปิด-ปิดได้ง่ายขึ้น บันไดข้างกระบะท้ายช่วยให้การขึ้นลงกระบะสะดวกและปลอดภัย

รุ่น Overland มีสปอร์ตบาร์ เสริมความแกร่งและเพิ่มความปลอดภัยในการบรรทุก รวมถึงสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ไฟสปอตไลต์ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น

ภายในออกแบบตามแนวคิด Robust Simplicity เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง ระบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่มควบคุม Cruise Control

มาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว สามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลได้ตามความต้องการ

ตรงกลางเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

มีระบบ Push Start เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ Auto Brake Hold

รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีสวิตช์เลือกระบบขับเคลื่อนที่ใช้งานง่าย พร้อมระบบ Multi-Terrain Select (MTS) ช่วยปรับการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ทั้งดิน ทราย โคลน หิน หรือหิมะ

เบาะนั่งหน้าหุ้มด้วยหนัง Softex ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

Wireless Charger ตั้งอยู่บริเวณคอนโซลหน้า วางสมาร์ตโฟนแล้วชาร์จได้เลยโดยไม่ต้องเสียบสาย

ขุมพลังครื่องยนต์ GD Super Power ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร เทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะ i-Art เพิ่มความประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่อง 2.4 ลิตรถึง 5.8% และมากกว่าเครื่อง 2.8 ลิตรรุ่นเดิม 7.5%

รุ่น Overland Plus มาพร้อมระบบ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นล่าสุด

อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ทำงานได้ทุกความเร็ว พร้อมลดความเร็วก่อนเข้าโค้งและช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติหากตรวจพบความเสี่ยงในการชน

เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน และช่วยหน่วงกลับเข้าเลนอัตโนมัติ

ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS 7 ตำแหน่ง

กล้องมองหลัง Rear View Camera แสดงภาพบนหน้าจอ มีเส้นช่วยจอดรถ

Parking Sensor ด้านหน้าและหลังช่วยเตือนเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง พร้อมระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนขณะถอยรถออกจากที่จอด ฯลฯ

ไฮไลต์เด็ดไม่พ้นเทคโนโลยี Dynamic Cloud แกนพวงมาลัยขนาดใหญ่ช่วยให้ควบคุมได้คม และลดแรงสั่นสะเทือน ช่วงล่างแบบนุ่มหนึบ

ยางรองแท่นเครื่องแบบไฮโดรลิกและยางรองตัวถังแบบ Shear Type ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร

เพิ่มจุดเชื่อมพื้นตัวถังเสริมความแข็งแรงของห้องโดยสาร ปรับปรุงการทรงตัวให้ดีขึ้น รถมั่นคงแม้ขับด้วยความเร็วสูงหรือเข้าโค้ง

Toyota Hilux Travo ราคา 789,000 – 1,366,000 บาท

ส่วนรถกระบะไฟฟ้า Travo-e ดีไซน์แนวคิดด้านหน้าเหมือนกัน ต่างกันที่กระจังหน้ามีลวดลายที่ปิดทึบมากกว่ารุ่นดีเซล

ไฟหน้า LED แบบ Projector พร้อม Daytime Running Light

กันชนด้านหน้าออกแบบช่องลมที่แตกต่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่นไฟฟ้า มีลวดลายที่ปิดทึบมากขึ้นเพื่อลดแรงต้านอากาศ

ใต้ท้องรถออกแบบแผ่นปิดใต้ท้อง ที่เรียบและปิดทึบมากกว่ารุ่นดีเซล

ตัวถังและเฟรมเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Travo-e คือเทคโนโลยี Diamond Guard แผ่นปิดเสริมความปลอดภัยด้านหน้าและใต้ท้องรถ

โครงสร้าง Diamond Shape แบตเตอรี่ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูปเพชร ช่วยกระจายแรงกระแทกและลดความเสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรมระหว่างการใช้งาน

โครงสร้างดูดซับแรงกระแทกรอบทิศทาง ป้องกันแบตเตอรี่จากการกระแทกทุกด้าน

การออกแบบภายในใกล้เคียงกันแต่เพิ่มวัสดุซับเสียง เนื่องจากรถไฟฟ้าจะเงียบกว่าเครื่องดีเซล

พวงมาลัยคล้ายกัน แต่ตั้งให้เบากว่ารุ่นดีเซลเล็กน้อย มีปุ่มควบคุมระดับการเบรกแบบ Regenerative

เกียร์อัตโนมัติแบบ e-Shift ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

ระบบ Push Start เหมือนกับรุ่นดีเซล แต่เมื่อกดแล้วจะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ติด มีเพียงเสียง “พร้อมใช้งาน” เบาๆ และไฟแสดงสถานะบนแผงหน้าปัด

ปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Softex

Wireless Charger สำหรับชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย พอร์ต USB หลายช่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ขุมพลังระบบ Dual Motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ All-Wheel Drive ให้กำลังรวม 196 แรงม้า

ชุดมอเตอร์หน้าแรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ด้านหลัง 269 นิวตัน-เมตร

แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 59.2 kWh วิ่งได้ 315 กม. ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)

ชาร์จ AC สูงสุดที่ 10 kW และ แบบ DC สูงสุด 125 kW

มีระบบป้องกันแบตเตอรี่พิเศษ เช่น ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบป้องกันการลัดวงจร และระบบระบายความร้อน

ส่วนความปลอดภัยและตัวช่วยต่างๆ จัดมาครบๆ ไม่ต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

นอกจากนี้เทคโนโลยี Dynamic Cloud ปรับเป็นเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า

ยางรองตัวถังแบบ Shear Type ดูดซับแรงสั่นสะเทือนดียิ่งกว่า

ช่วงล่างด้านหลังแบบ De-Dion ลดน้ำหนักใต้สปริง ทำให้ช่วงล่างทำงานได้นุ่มนวลและคล่องตัว

แกนพวงมาลัยขนาดใหญ่ และเพิ่มจุดเชื่อมพื้นตัวถังเสริมความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่

Toyota Hilux Travo-e ราคา 1,491,000 บาท



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย
อัพสกิล เอไอ อัพสกิล การเมือง