bg-single

4ผู้กำกับหนังแนวหน้าของไทย รวมใจส่งต่อพลัง จาก “ของขวัญ” ที่ในหลวง ร.9 พระราชทาน

29.10.2017

รายงานพิเศษ

4 ผู้กำกับหนังไทย รวมใจส่งต่อพลัง จาก “ของขวัญ” ที่ในหลวง ร.9 พระราชทาน

เพราะที่ผ่านมา พวกเราชาวไทยได้รับแรงบันดาลใจหลายๆ อย่างจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสของพระองค์

คนทำหนังเองก็เช่นกัน

โดย อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร บอกว่า “ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากพระองค์ คือการที่เราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนดู”

“เรื่องนี้ก็เช่นกัน ที่เราทุกคนพยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ ส่งต่อสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้ให้คนไทยทุกคน ผ่านสื่อภาพยนตร์ที่เราถนัด”

“เรื่อง” ที่นนทรีย์ว่า คือภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ที่ประกอบด้วยหนังสั้นที่สร้างด้วยแนวคิดของการนำพระราชดำรัสมาเป็นที่ยึดเหนี่ยว เป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต โดยเขารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ และกำกับการแสดง 1 ใน 4 เรื่องของชิ้นงาน

โดยอีก 3 เรื่องมี ปรัชญา ปิ่นแก้ว, มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และ โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ รับหน้าที่

เรื่องที่นนทรีย์ทำชื่อ “ดอกไม้ในกองขยะ” ที่เขาว่า “ก็เหมือนความงดงามที่อยู่ในความสกปรก ความงดงามของดอกไม้สำหรับผมเปรียบเหมือนความรักที่อยู่บนกองขยะ ที่ทุกคนไม่เอา”

“คนที่มีอาชีพเก็บขยะ ความรับผิดชอบของเขาคือจัดการของที่ทุกคนทิ้งให้เข้าที่เข้าทาง เขาเสียสละเพื่อไม่ให้บ้านเมืองสกปรก ผมรู้สึกอย่างนั้นเลยหยิบชีวิตเขามาพูดถึง”

“คนเก็บขยะทำในสิ่งที่ทุกคนรังเกียจ แต่ความงามที่ซ่อนอยู่ในนั้นต่างหาก ที่เรากำลังจะบอกว่าอย่ามองคนแต่ภายนอก ภายในเขาอาจจะเป็นคนที่จิตใจดีกว่าที่เราคิดก็ได้”

หนังเรื่องนี้นนทรีย์ชวน เฟรช อริศรา วงษ์ชาลี กับ เอ็ม สุรศักดิ์ วงษ์ไทย มาเล่น โดยรายหลังนั้นคราแรกจะปฏิเสธ แต่ครั้นได้ฟังว่าเป็นงานเพื่อในหลวง ร.9 ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล

สําหรับปรัชญา ก็ว่า “เดอะ เล็ตเตอร์ (The Letter)” ของเขา จะเล่าผ่านเด็กอีสานคนหนึ่งที่อยากจะเขียนจดหมายถึงในหลวง ร.9 และจดหมายนั้นเองที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ

“ออกแนวผจญภัยเล็กๆ” ปรัชญาบอก

ขณะ “สัจจะธรณี” ของโขม ก็ได้คุณชายเอี่ยว-ม.ร.ว.มงคลชาย ยุคล มาแสดงเป็นพ่อชาวมุสลิมผู้เป็นตัวปริศนาของเรื่อง ได้ เอ อัญชลี หัสดีวิจิตร เป็นแม่ผู้เก็บงำความลับ และ บีม ณัชชาภัทร แสงฤทธิ์ เป็นลูกสาววัยรุ่นที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่เป็นอยู่ และพยายามตามหารากเหง้าของตัวเอง หลังพบว่าคนในพื้นที่มองว่าพ่อเป็นคนไม่ดี จึงดิ้นรนค้นหา กระทั่งเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

“เรื่องราวจะพูดถึงว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร จะเดินทางหาตัวตนแท้จริงของเราเจอหรือไม่ บางทีมันไม่สำคัญเท่าเราเข้าใจหรือเปล่า ว่าทั้งหมดมันคือการสมมุติขึ้นทั้งนั้น”

“แต่ดินต่างหากไม่เคยโกหกใคร ในหลวง ร.9 จึงทรงพัฒนาดิน”

อีกทั้งในความรู้สึกของเขา การนำเรื่องดินมาพูด “น่าจะเป็นการพูดถึงสิ่งที่มีอยู่และไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การไปข้างหน้าอาจไม่ได้พูดถึงเชิงเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ถ้าเราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว เราก็จะไปข้างหน้าได้จริงๆ”

ด้านมะเดี่ยว บอก “เวลานึกถึงพระองค์ท่าน เรามักจะนึกถึงโครงการต่างๆ นึกถึงความชุ่มฉ่ำอุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ที่ ที่พระองค์ท่านเสด็จไปถึง แล้วก็ทรงทำให้พื้นที่ตรงนั้นอยู่ได้ แล้วก็นึกถึงชีวิต นึกถึงเมฆฝน

“แล้วพอนึกถึงเมฆฝนก็จะเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างของวัยรุ่น อย่างอุดมการณ์ความฝัน ความศรัทธาอะไรบางอย่าง ซึ่งบางทีเขาจะมีแรงวิ่งตามความฝัน วิ่งตามเมฆฝน พวกนี้ในชีวิตของเขา ก็เอาประเด็นนี้มารวมจนเป็นเรื่องขึ้น”

เรื่องของนักศึกษาที่ไปค่ายอาสาเพื่อปลูกป่า 10 ไร่ ตามแผนการเรียน และผลการวิจัยที่ว่า ถ้าทุกๆ ปีมีผืนป่าเกิดขึ้น 10 ไร่ ก็จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ ปัญหาคือบริเวณป่าต้นน้ำดังกล่าวเป็นที่อยู่ของชาวบ้าน ซึ่งอยากจะใช้พื้นที่ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพมากกว่า

เมื่อความต้องการเกิดขัดแย้งกัน อะไรจะเกิดขึ้น?

“พระองค์เคยตรัสว่าการที่เราจะพัฒนาที่ไหนสักที่หนึ่ง เราควรจะรู้ความต้องการของคนในพื้นที่นั้นๆ ว่าเขาต้องการอะไร การพัฒนาถึงจะได้ผลและยั่งยืน ประเด็นนี้แหละที่เรารู้สึกว่าความขัดแย้งในสังคมแก้ได้ด้วยการเรียนรู้ จากที่พระองค์ทรงสอนมา”

ขณะเดียวกัน “หนังจะพูดถึงคนที่พยายามทำสิ่งดีๆ ให้กับโลก แต่มันก็มีอุปสรรค แต่ในหลวง ร.9 พระองค์ท่านทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพ อย่างไม่ย่อท้อ ทรงทำจนวันสุดท้าย ถ้าเราอยากทำอะไรดีๆ ต่อโลก เราก็อย่าไปย่อท้อ นึกถึงพระองค์ท่านเอาไว้”

ในฐานะโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ที่จะเผยแพร่ให้ชมฟรีผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก Sahamongkolfilmint, ยูทูบ, ไลน์ทีวี และในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่ 28 ตุลาคมนี้ นนทรีย์บอกทิ้งท้ายว่า ตลอดเวลาของการทำงานชิ้นนี้ “ผมรู้สึกว่ามีความอบอุ่นประหลาดอย่างบอกไม่ถูก”

“แรงบันดาลใจในการทำเต็มร้อย เต็มเปี่ยมจริงๆ”

“ทุกนาทีที่เราทำงาน เราพยายามที่สุดที่จะไม่พลาด พยายามที่สุดที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันดู ทุกๆ คนพยายามที่จะทำหนังเรื่องนี้ให้สวยงามที่สุด”

“ผมรู้สึกว่าสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ของหนัง คือการสะท้อนภาพที่เป็นมาเป็นไปของสังคมในปัจจุบัน อยากให้คนดูแล้วสามารถกระตุ้นความรู้สึกบางอย่าง หรือฉุกคิดในบางเรื่อง หรือทำให้สิ่งที่พวกเขาหาทางออกไม่ได้ ให้ผ่านไปได้”

“คนไทยได้รับของขวัญที่ดีที่สุด ที่เต็มไปด้วยความรักและความดีงามที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างพลังชีวิตในทุกๆ ด้าน ทุกๆ วันมากว่า 70 ปีไม่เคยขาด จากพ่อที่พวกเรารักที่สุด วันนี้ผมอยากให้หนัง 4 เรื่องนี้เป็นตัวแทนในการส่งต่อของขวัญให้คนที่รักพ่อส่งต่อพลัง”

“ส่งต่อแรงขับเคลื่อนในการมีชีวิตอยู่ของพวกเราต่อไป”

ในวันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน