bg-single

คำชี้แจงอธิการบดี ม.ราชภัฏกำแพงเพชร กรณีบทความ “เมืองมหาวิทยาลัย องค์กรที่ไร้การตรวจสอบ”

22.09.2025

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 มีการเผยแพร่บทความในสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งชื่อบทความว่า “เมืองมหาวิทยาลัย องค์กรที่ไร้การตรวจสอบ ข้อเสนอต่อ รมว.อุดมศึกษา เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาคมทั่วประเทศ” ที่กล่าวถึงตัวเลขงบประมาณมหาวิทยาลัย จากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 ที่เป็นเม็ดเงินมหาศาลที่มาจากภาษีประชาชน และมีข้อควรสงสัยและตั้งคำถามว่า งบประมาณมหาวิทยาลัยขนาดมหาศาลนั้นได้ถูกตรวจสอบอย่างไรบ้าง โดยผู้เขียนพยายามชี้ให้เห็นว่าการบริหารงบประมาณภายในมหาวิทยาลัยขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนได้กล่าวอ้างถึง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยราชภัฎ 38 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ดิฉันผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จึงขอให้ข้อมูลในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เพื่อให้สังคมได้เกิดความเข้าใจต่อข้อกังขาที่ผู้เขียนบทความได้กล่าวอ้างถึงนั้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่สร้างความเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏแก่สังคมเป็นอย่างยิ่ง

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และมหาวิทยาลัยราชภัฏอีก 37 แห่งทั่วประเทศ เป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กระทรวง อว.) โดยข้อเท็จจริงในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน จำนวนทั้งสิ้น 454,449,300 บาท แบ่งเป็นงบประมาณ ค่าใช้จ่ายบุคลากร 258,043,100 บาท คิดเป็นร้อยละ 56.78 งบลงทุนซึ่งประกอบไปด้วยรายการครุภัณฑ์และที่ดินสิ่งก่อสร้าง 140,828,600 บาท คิดเป็นร้อยละ 31 ซึ่งรายการครุภัณฑ์ ส่วนใหญ่ที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูงใช้ประกอบการเรียนการสอนในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพยาบาลศาสตร์ และครุภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้กับนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยจำนวนทั้งสิ้น 6,190 คน ส่วนรายการที่ดินสิ่งก่อสร้างทั้งหมดเป็นรายการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเก่าและเส้นทางการจราจรภายในมหาวิทยาลัย ที่ใช้งานมากกว่า 20 ปี โดยไม่มีรายการสิ่งก่อสร้างใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรก่อตั้งมาแล้วกว่า 52 ปี)
งบอุดหนุนรายหัวนักศึกษาและค่าสาธารณูปโภค 17,263,900 บาท คิดเป็นร้อยละ 3.799 (เฉลี่ยเงินต่อหัวสำหรับนักศึกษา 6,190 คน คนละ 2,789 บาท/ปี) โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 37,799,700 บาท คิดเป็นร้อยละ 8.318 (ซึ่งจะได้กล่าวถึงว่ามีการขับเคลื่อนโครงการและผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง) และ โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับโรงเรียนอนุบาลราชภัฏ จำนวน 514,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.113

ต่อด้วยเรื่องของการกำกับดูแลและตรวจสอบการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรและมหาวิทยาลัยราชภัฏอีก 37 แห่งเป็นส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ และ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ที่ควบคุมการเงิน นอกจากนี้ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ยังเป็นกฎหมายหลักที่กำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณ รวมถึงอยู่ภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เฉกเช่นเดียวกับส่วนราชการทั่วไป

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังได้รับการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นประจำทุกปี สำหรับระบบกลไกการตรวจสอบภายในมหาวิทยาลัย มีสภามหาวิทยาลัยที่มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ กำกับดูแลในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย มีคณะกรรมการตามกฎหมายที่ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานของผู้บริหารทุกระดับเป็นประจำทุกปี มีหน่วยตรวจสอบภายในที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอย่างเคร่งครัดและให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับภารกิจและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตามมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ที่กำหนด “ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอนวิจัยให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู”

ด้วยภารกิจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏดังกล่าว ซึ่งนอกเหนือจากการผลิตบัณฑิตแล้ว คณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏยังมีสำนึกและมีความตระหนักในหน้าที่ของ “คนราชภัฏ คนของพระราชา” มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ.2560 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยราชภัฏได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ที่ได้มอบหมายให้องคมนตรี พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เข้ามาให้คำแนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏ “ให้ทำงานให้เข้าเป้า ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน เพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ มีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงของชาติ ทั้งในเรื่องของ การยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน การพัฒนาครูคุณภาพ และการพัฒนาโรงเรียน” ซึ่งพระบรมราโชบายดังกล่าวได้เป็นกรอบแนวทางที่มหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 38 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดทำ “ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)” โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. การพัฒนาท้องถิ่น 2. การผลิตและพัฒนาครู 3. การยกระดับคุณภาพการศึกษา และ 4. การพัฒนาระบบบริหารจัดการ และในปี 2565 มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมกันจัดทำ “แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570)” เพื่อปรับทิศทางของการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศและแบ่งกันรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดครอบคลุม 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เป็นพลังร่วมในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2570

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งได้ร่วมกันจัดทำ “แนวทางการจัดทำคำของบประมาณ ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยประกอบไปด้วย 4 มิติสำคัญ ทั้งการพัฒนาท้องถิ่นด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา ประกอบด้วย 4 แผนงานหลัก ได้แก่

แผนงานยกระดับเศรษฐกิจฐานรากบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ด้านเศรษฐกิจ) มีแผนงานย่อยได้แก่ 1.1 การใช้ BCG Model ในการยกระดับเศรษฐกิจของคนในชุมชนท้องถิ่น (BCG Model) และ 1.2 การใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการยกระดับเศรษฐกิจของคนในชุมชน ซึ่งหมายรวมถึงการนำประเด็น soft power มาปรับใช้ด้วย (Creative Economy)

แผนงานการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนเชิงพื้นที่ (ด้านสังคม) ประกอบด้วยแผนงานย่อย ได้แก่ 2.1 การทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนยึดโยงกับรากเหง้า เกิดความสามัคคีและมั่นคงในสถาบันหลักของชาติ (Art & Culture) และ 2.2 การเสริมสร้างสุขภาพวะทางร่างกายทางจิตใจทางสังคมและทางจิตวิญญาณ หรือปัญญาให้กับคนในชุมชนท้องถิ่น (Well – Being)

แผนงานการเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ด้านสิ่งแวดล้อม) ประกอบด้วยแผนงานย่อย 3.1 การสร้างการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชนท้องถิ่นอย่างสมดุลและยั่งยืน (Natural Resources & Environment) และ 3.2 การสร้างความตระหนักรู้และแนวทางการรองรับปรับตัวต่อผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศของคนในชุมชนท้องถิ่น (Climate Change)

แผนงานติดอาวุธทางปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเชิงพื้นที่ (ด้านการศึกษา) ประกอบด้วยแผนงานย่อย 4.1 การเสริมสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนการสอนของครูในพื้นที่ ซึ่งต้องสามารถวัดประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม (Hard Skill) และ 4.2 การเสริมสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในสังคมให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม (Soft skill)

ในแต่ละแผนงานจะประกอบไปด้วยผลลัพธ์และตัวชี้วัดที่กำหนด โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดตาก ได้กำหนดผลลัพธ์ในแผนงานโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 13 โครงการ 16 ผลลัพท์

นอกจากนี้ พวกเราชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ยังมีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งของท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยการพัฒนาให้มหาวิทยาลัยให้เป็น Innovation District Community เป็นการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนานักศึกษา เยาวชน กำลังคน ชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของชุมชน พื้นที่ และประเทศในอีกมิติหนึ่งนอกเหนือจากการเป็นสถาบันการการศึกษา ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทการเป็นผู้สอนและผลิตบัณฑิต ให้กลายเป็นนักวิจัยและผู้นำการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ โดยการนำวัตถุดิบผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรทีมีอยู่ในพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม และที่สำคัญยิ่งเกิดทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้แก่ชุมชนด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพืี่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในที่สุด

จากภารกิจ ความสำนึกในหน้าที่ และพลังความร่วมมือของพวกเราชาวราชภัฏ จึงขอให้สังคมได้มั่นใจว่าพวกเราชาวราชภัฏมีแผนงานการพัฒนา มี Engagement กับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงมีโครงการการขับเคลื่อนการพัฒนาที่กำหนดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้งบประมาณของแผ่นดินที่เกิดความคุ้มค่า เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการพัฒนาประเทศตามปณิธานและอุดมการณ์ของพวกเราชาวราชภัฏ “คนของพระราชา ; สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” เพื่อให้เกิดผลประจักษ์ตามที่สังคมคาดหวังตลอดไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด