bg-single

สมศรี หาญอนันทสุข มองแอ๊กชั่น กกต. 2569 ปัญหาเก่าเกิดซ้ำ ไม่มีวิธีคิดใหม่ๆ ‘บอกตรงๆ ว่าผิดหวัง’

03.02.2026

รายงานพิเศษ

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

โค้งสุดท้ายของสุดท้ายในการหาเสียงเพื่อมัดใจประชาชนคนไทยทั่วประเทศ

ก่อนเข้าคูหา 8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกตั้ง เลือกอนาคตทั้งใกล้และไกล

นับแต่ยุบสภาเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มโหรีอีเวนต์หาเสียงรัวๆ ของแต่ละพรรคต่างงัดยุทธศาสตร์ นโยบาย ฉายวิชั่นล้ำๆ หวังได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลกลิ่นอายในประชาธิปไตยที่ยังไม่ตั้งมั่น *สมศรี หาญอนันทสุข* ที่ปรึกษาสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เคยออกปาก ‘กังวลใจ’ ในปรากฏการณ์ตะโกนด่าและสกัดกั้นผู้สมัครขณะลงพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน มาตรา 21 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) โดยมองว่าการปล่อยปละละเลยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่รัฐ อาจเปิดโอกาสให้เกิดความรุนแรง ขยายความขัดแย้งได้

ขณะที่ภาคประชาชน ทั้งออนไซต์และออนไลน์ก็ตั้งคำถามหลายข้อ ต่อการทำงาน และกระบวนการที่ถูกมองว่าไม่เอื้ออำนวยในความสะดวกลื่นไหลให้ประชาชนที่มีสิทธิ์มีเสียงเท่าที่ควรจะเป็น ยังไม่นับเคสเก่าๆ ในความทรงจำจากสนามเลือกตั้งครั้งก่อนๆ

และต่อไปนี้คือคำตอบจากความในใจที่สมศรียืนยันว่า ไม่มีเจตนา ‘โจมตี’ กกต. แต่ขอฝากไว้ให้คิด ว่าด้วยประสบการณ์ยาวนาน ควรมี ‘พัฒนาการ’ มากกว่านี้

: ขอรีแคปอีกครั้ง ว่ามองภาพรวมบรรยากาศการหาเสียงครั้งนี้อย่างไรบ้าง?

ช่วงที่ผ่านมาไม่พอใจ กกต. พอสมควร เพราะปัญหาเดิมๆ ยังเกิดขึ้น และเกิดมากขึ้นด้วย

จากเดิมคิดว่าต้องกังวลกับเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง ตอนนี้เป็นเรื่องของความไม่ยุติธรรมในการที่ไม่ควบคุมให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างฟรีแอนด์แฟร์

ที่โดนมากที่สุดคือ พรรคประชาชน เอาเรื่องอดีตบ้างอะไรบ้างมาตั้งคำถาม ต้อนให้เขาจนมุม ด่าเสียงดังในตลาด ออกแนวด้อยพัฒนา ไม่ศิวิไลซ์

ดิฉันไม่ได้เชียร์พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่บรรยากาศการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานไม่ควรเกิด อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นนิวนอร์มอลไปแล้วว่า นึกจะด่าใครก็ด่า นึกจะด้อยค่าใครทางโซเชียลมีเดียก็ทำ

สิ่งที่ห่วงมากคือ กลัวว่าจะปะทะกัน ไม่ว่าจะพรรค ผู้สมัคร กับประชาชน หรือผู้สมัครของอีกพรรค เมื่อโคจรมาเจอกัน แล้วมีการด่าทอ ผลักอก

ไม่อยากให้การเลือกตั้งเป็นจุดบ่มเพาะวัฒนธรรมนี้ ขอเสนอเลยว่า ไม่ชอบพรรคไหนก็ไม่ต้องเลือก ที่ผ่านมา กกต.น่าจะเซ็นเอ็มโอยูกับทหารตำรวจไปเลย ให้เขาออกมาเป็นหูเป็นตาควบคุมการหาเสียง

พรรคไหนเจอปัญหามากก็ติดตามพรรคนั้น จะมีวอร์รูม มีศูนย์คอยรับแจ้งเหตุก็ได้

: การบริหารจัดการของ กกต.
ในประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เขาทำกันอย่างไร?

ในหลายประเทศ กกต.ของเขาจัดการได้ดี

อย่างญี่ปุ่น จัดพื้นที่ให้หาเสียงอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ว่าพรรคใหญ่สามารถติดตั้งป้ายใหญ่ขนาดไหน จำนวนมากขนาดไหนก็ได้ แบบนี้พรรครวยๆ จะได้เปรียบ พรรคเล็ก พรรคน้อย คนดีๆ ไม่สามารถโงหัวได้สักที

ตัวอย่างจากประเทศยากจนอย่างบังกลาเทศ ก็กำหนดเลยว่า ป้ายหาเสียงที่แขวนตามราว ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือเป็นขาว-ดำเท่านั้น ขนาดกี่เซ็น กี่นิ้ว ก็ว่าไป

ส่วนอินโดนีเซีย กำหนดว่า วันนี้พื้นที่นี้เป็นของพรรคนี้ วันรุ่งขึ้นเป็นของอีกพรรคหนึ่ง ขบวนแห่ไม่ให้มาปะทะกัน

กกต.ของประเทศเหล่านี้ไม่ได้ใช้งบประมาณอะไรมากมาย แต่ทำได้

: ความสับสนเรื่อง ‘บัตร 3 ใบ’ และหมายเลข
คืออีกเรื่องที่ถูกตั้งคำถาม ว่าทำไมทำให้ยุ่ง?

ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับการเลือกตั้งที่มีบัตร 3 ใบ ว่าประชาชนจะสับสน

ปัญหาอยู่ที่การรณรงค์ คุณจะสกัดไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้อย่างไร

หลายประเทศเขาเลือกตั้งกันตั้งหลายแบบในวันเดียว ก็ทำได้ อย่างที่สหรัฐอเมริกา ที่ฟิลิปปินส์นี่โอ้โห! ไม่รู้กี่อย่าง คนจำไม่ได้ เขาก็ยอมให้เขียนเข้าไป การกาบัตร กาเครื่องหมายอะไรก็ถือว่าไม่ผิด ไม่ใช่บัตรเสีย จะติ๊กถูก จะวงกลม จะวงรี หรือแม้กระทั่งจะเขียนด่าทอใคร ถ้าเขียนลงในช่องไหน ช่องนั้นได้คะแนนไป แล้วคุณจะด่าไหมล่ะ

คือมันต้องมีมาตรการที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

: ลือกันว่า ซื้อเสียงครั้งนี้พุ่งหลักหมื่นต่อหัว?

ผู้รับเงินต้องตระหนักได้ว่า เป็นการร่วมกระทำผิด สมคบร่วมคิด อย่าเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติ ว่ารับเงินแต่ไม่กา อย่าพูดดีกว่า ทั้ง กกต. และสื่อต้องช่วยกันรณรงค์ว่า อย่ารับ เพราะเท่ากับการส่งเสริมวัฒนธรรมการคอร์รัปชั่นให้เขาไปถอนทุนคืน กฎหมายก็กำหนดว่า ผู้ขายเสียงก็ผิดด้วย ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ

การที่ กกต.ไม่วางตนเป็นกรรมการที่ออกมาห้าม หรือเตือนแต่เนิ่นๆ เป็นการสร้างภาระให้กระบวนการยุติธรรมที่จะทำงานกันไม่ทัน เพราะหลังจากนี้จะเกิดการฟ้องร้องกันอุตลุด หมิ่นประมาทบ้างอะไรบ้าง

หลังจาก กกต.ชุดที่ 1 ที่ดูดี พอมาชุดหลังๆ ก็อาจมีช่วงของอาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ดูจะดีหน่อย แต่หลังจากนั้นไม่เวิร์ก บอกตรงๆ ว่าผิดหวัง เพราะไม่มีวิธีคิดใหม่ๆ กกต.น่าจะสกัดปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ทำไมไม่ดูตัวอย่างญี่ปุ่น กกต.เขาไม่เห็นมีปัญหา พรรค และประชาชนก็ไม่ได้มีปัญหา จึงยุบสภาง่าย เลือกตั้งง่าย เลือกตั้งบ่อย

เลือกตั้งในญี่ปุ่นครั้งนี้ก็จะเป็นวันเดียวกับเราด้วย เพราะกระบวนการและกลไกของเขาทำงานได้ดีในการวางตัวเป็นกลาง การซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นเรื่องน่าขำ

เขาเคยมาสังเกตการณ์กับคณะดิฉัน และบอกว่าแปลกดีที่ประเทศไทยยังอยู่ในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันหนักขึ้นด้วย หลังจากมีทุนเทาเข้ามาเกี่ยว เดี๋ยวคอยดูจะมีการเกทับกันในคืนหมาหอน

: กรณีคนไทยในต่างแดนบ่นขรม เมนต์ฉ่ำ
โดยเฉพาะฝรั่งเศสว่าได้รับเอกสารล่าช้า
การนับคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรปี 2566 ก็มีปัญหาเทคนิคเยอะ?

กกต.ควรเซ็นเอ็มโอยูกับไปรษณีย์เลย เลือกตั้ง 2562 ที่ส่งกลับมาไม่ทัน มีแค่นิวซีแลนด์ ของประเทศอื่นส่งทัน แต่การอำนวยความสะดวกน่าจะดีกว่านี้

ดิฉันไม่ได้โจมตี กกต. แต่คิดว่า กกต.มีประสบการณ์นานแล้ว ควรมีพัฒนาการ

ครั้งนี้ถ้ายังเจอปัญหาเดิมๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า คงต้องพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ กกต.ต้องรับโทษอะไรบ้าง

: ขอขยับไปที่นโยบาย ‘สุดโต่ง’ เช่น ไปอวกาศ แจ้งเตือนปั๊มลูกวันละ 2 เวลา สตรีมีสามีได้หลายคน จนถึงข่มขืน เท่ากับประหาร มีมุมมองต่อประเด็นนี้อย่างไร?

กกต.อีกนั่นแหละที่จะต้องควบคุมเรื่องการโฆษณานโยบายเกินจริง เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ตอนนี้มีคนร้องเรียนแล้ว ไม่อย่างนั้นก็พูดได้หมด ฝันเฟื่อง

นโยบายประหารที่บางพรรคออกมาพูด ส่วนตัวคัดค้านโทษประหารอยู่แล้ว มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด เป็นการแก้ปลายเหตุ เราต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เมื่อผิดก็จับ จับแล้วจับอีกให้เข็ด และต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว

เรื่องนี้ดิฉันก็วิจารณ์ตัวเองด้วย เพราะปัจจุบันเป็นกรรมการ ก.ร.ตร. ซึ่งก็เห็นว่าความล่าช้ายังเกิดอยู่ คณะกรรมการชุดใหม่เราก็พูดเรื่องนี้

การซื้อสิทธิ์ขายเสียงต้องลงโทษให้เห็น อย่าช้า กระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม นี่คือเรื่องจริง และเป็นเยอะมากในไทย ซึ่งมีกรณีที่ตั้งใจให้ล่าช้าด้วย เรื่องนี้ยาว ต้องพูดกันอีกยกหนึ่ง

: แล้วแนวรักชาติ ยกประวัติศาสตร์
มาดีเบตเข้มข้น เป็นปัญหาหรือไม่?

ถ้าเป็นปัญญาชนน่าจะดูออกว่า ควรเลือกหรือไม่เลือก บางเรื่องก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะพูดก็พูดไป แต่ไม่ใช่ว่าขึ้นเวทีแล้วไปเจตนาทิ่มแทงพรรคใดพรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน จริงๆ แล้วคนในพรรคควรต้องคอยท้วงติงด้วยว่า การหาเสียงไม่ควรทำให้เกิดการแตกแยกมากขึ้น มาสู้กันที่นโยบายดีกว่า

บ้านเรามีพื้นฐานเรื่องแบ่งสีอยู่แล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้บานปลายหนักหนาสาหัสสากรรจ์

ในซิมบับเว โมซัมบิก แซมเบีย เขารู้ว่าการเลือกตั้งมันคือช่วงของความแตกแยก หลังจากนั้น เขาจึงมีกระบวนการไกล่เกลี่ยโดยคณะกรรมการปรองดองซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของชุมชน

: ติ่ง ด้อม นางแบก พรรคต่างๆ
นอกจากเป็นสีสัน กระตุ้นตื่นตัวต่อการเลือกตั้ง มีข้อควรระวังหรือไม่?

มีติ่ง มีด้อม ไม่ว่า อย่าใช้วาจาหยาบคาย บางคอมเมนต์หมดความเป็นมนุษย์ไปเลย

สิ่งที่กลัวมากกว่าคือ ไอโอที่เข้าไปผสมโรง หรืออาจเป็นตัวหลักในการก้าวก่ายในเรื่องประชาธิปไตย คือด้อยค่าไม่ให้การเลือกตั้งชอบธรรม ให้เป็นเรื่องขำ ให้ดูเหมือนว่านักการเมืองไม่ควรมีอีกต่อไป ซึ่งไม่ควรเกิด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’