ถอดรหัสสังหาร ‘กำนันยอง’! ตร.สืบจับ ‘นายกฯ วิทย์’ ยกแก๊ง คำสั่งตายกลุ่มอิทธิพลสีเทา ตัดศัตรูการเมืองสนามภูธร
คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญาข่าวสด
คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกลางฤดูการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมื่อปลายปีที่แล้ว
เมื่อเกิดเหตุลอบสังหาร ผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ไม่เพียงแต่เป็นคดีฆาตกรรมนักการเมืองท้องถิ่น แต่คือการประกาศสงครามของกลุ่มอิทธิพลสีเทาที่ใช้ “ศาลเตี้ย” ตัดสินชะตาคู่แข่ง
ทว่าการปิดคดีได้อย่างรวดเร็วของตำรวจภูธรภาค 9 ได้เปิดเผยให้เห็นถึงเบื้องหลังที่สลับซับซ้อนยิ่งกว่านิยายสอบสวน
ย้อนกลับไปช่วงค่ำวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ขณะที่ทั่วประเทศกำลังร้อนระอุจากการหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต.อย่างเข้มข้น
เสียงปืนลูกซองดังสนั่นบนถนนสายพรุโอน-ท่ามะปราง พื้นที่หมู่ 1 ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง พร้อมๆ กับภาพรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กอ 2428 สงขลา เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทางก่อนสงบนิ่งอยู่กับที่
พ.ต.อ.สมชาย จันยัง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าบอน นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วยแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพัทลุง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบสภาพประตูฝั่งคนขับมีร่องรอยถูกยิง 2 จุด นอกจากนี้บนพื้นถนนยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 ตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญ
ส่วนภายในรถ พบร่างไร้ลมหายใจของคนขับที่เมื่อเจ้าหน้าที่พลิกหน้าขึ้นมาดูก็รู้ว่าไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา
เพราะเป้ากระสุนรายนี้คือ ‘กำนันยอง’ นายพยอม สังข์ทอง อดีตกำนันตำบลท่าชะมวง และผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าชะมวง หมายเลข 2 หัวหน้าทีมพลังใหม่พัฒนาท่าชะมวง
ที่กำลังมีคะแนนนิยมนำโด่ง
เหตุลอบสังหาร ‘กำนันยอง’ ทำให้นายตำรวจใหญ่ต้องเข้ามาคุมคดีด้วยตัวเอง นำโดย พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง และ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมตำรวจนักสืบมือดีแห่งภาค 9 ลงพื้นที่คลี่คลายคดีทันที
มุ่งเป้าไปที่ปมขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก เนื่องจากผู้ตายอยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบต.ท่าชะมวง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 มกราคม 2569
เบื้องต้นพบเบาะแส เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มมือสังหารอาชีพที่มีการวางแผนมาอย่างดี ฉวยจังหวะเหยื่อเพิ่งแยกตัวจากทีมงานหาเสียงขับรถกลับบ้านพักตามลำพังลงมือจนสำเร็จ
เมื่อขุดคุ้ยลึกลงไป เจ้าหน้าที่ยิ่งฟันธงชัดเจนมากขึ้น เพราะข้อมูลที่ได้มาบ่งชัดว่าเป็นปมการเมืองท้องถิ่นไม่ผิดเพี้ยน
ด้วยกระแสที่ทิ้งห่างคู่แข่ง ทำให้มีความพยายามเจรจาให้เหยื่อกระสุนครั้งนี้ถอนตัวออกไป
แต่ ‘กำนันยอง’ ยังยืนยันจะขอชิงเก้าอี้นายก อบต. จนถูกขู่อาฆาตถึงขั้นต้องร้องขอความคุ้มครองจากนายตำรวจใหญ่ในภาค 9
แต่ความช่วยเหลือส่งมาไม่ทันการณ์
นอกจากนี้ นายมานิตย์ พรหมชนะ เลขากลุ่มทีมพลังใหม่พัฒนาท่าชะมวง ยังให้เบาะแสตำรวจเพิ่มเติมในวันเกิดเหตุมีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามาหาผู้ตายในช่วงที่กำลังประชุมทีมงาน
สอดคล้องกับแนวทางสืบสวนที่กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์และไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี เพื่อนำตัวกลุ่มมือปืนและผู้จ้างวานมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
แม้สิ้นกำนันยองไปแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งนายก อบต.ท่าชะมวง ก็ไม่เป็นไปตามผู้ออกคำสั่งฆ่าต้องการ
ด้วย กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง เพราะชาวบ้านออกไปใช้สิทธิ์ ‘โหวตโน’ ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด
มากถึง 61.57%
วันแล้ววันเล่าผ่านไป การตายของกำนันยอง ค่อยๆ แผ่วหาย ท่ามกลางข่าวอาชญากรรมใหม่ๆ และกระแสร้อนแรงของการหาเสียงเลือกตั้งสนามใหญ่
แต่ตำรวจไทยไม่ละเลยในการตามหาฆาตกร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีคำสั่งด่วนให้ตำรวจภูธรภาค 9 ประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปราม เร่งสืบสวนแกะรอยเนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 บูรณาการกำลังเร่งสืบสวน
จนพบหลักฐานว่าขณะที่กำนันยองกำลังขับรถยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ขับประกบในระยะกระชั้นชิดก่อนจะใช้อาวุธปืนลูกซองยิงถล่มใส่จนเสียชีวิตคาที่แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป
ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดครอบคลุมเส้นทางทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุรวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร
จนกระทั่งพบหลักฐานสำคัญเป็นยานพาหนะและกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันวางแผนอย่างเป็นระบบ
จากการสืบสวนขยายผลในเชิงลึกพบกลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ โดยมีการสลับเปลี่ยนป้ายทะเบียน 2 ชุด คือ กท 3894 นนทบุรี และ ณพ 6148 กรุงเทพมหานคร เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขณะประกบยิง
นอกจากนี้ยังตรวจพบรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีดำ หมายเลขทะเบียน งพ 2613 สงขลา ทำหน้าที่ไปรอรับกลุ่มมือปืนในพื้นที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพาหลบหนีหลังก่อเหตุเสร็จสิ้น และยังพบรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สีขาว ทำหน้าที่รับส่งคนขับรถให้มือปืนจากสนามบินหาดใหญ่
รวมถึงพบหลักฐานมัดตัวสำคัญคือเส้นทางการโอนเงินค่าจ้างระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด
ค่าชีวิตของกำนันยองมีราคาเพียง 2 ล้านบาท
นอกจากนี้ รายงานข่าวจากชุดสืบสวนยังระบุถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีความพยายามผลักดันคนในเครือข่ายเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นและระดับจังหวัด
จนนำไปสู่แผนการกำจัดคู่แข่งคนสำคัญ
เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย และสนธิกำลังเข้าจู่โจมจับกุมในช่วงวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569
จับกุมนายธันพิสิษฐ์ ปัญจสุวรรณ์ มือปืน ที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
รายต่อมาคือ ร.ท.วิทวัฒน์ บุญสนอง คนขับรถคันก่อเหตุและยังเป็นครูฝึกทหาร ถูกจับกุมพร้อมเงินสด 7 แสนบาท ที่ลานจอดรถห้างโลตัส สาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต อำเภอเมืองนครนายก
ส่วนผู้จ้างวานและผู้ประสานงานคือ ‘นายกฯ วิทย์’ ร.ต.ท.โกวิทย์ รัชนียะ อดีตนายก อบต.เกาะยอ และผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดอยู่ระหว่างการรับรองจาก กกต.ให้กลับไปนั่งเก้าอี้เดิมอีกครั้ง ถูกจับกุมได้ที่บ้านพักในตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
คนสุดท้ายคือ นายศักดิ์ชัย รัชนียะ น้องชายนายกฯ วิทย์ ทำหน้าที่ขับรถส่งมือปืน ถูกจับกุมที่บ้านพักตำบลเกาะยอ จังหวัดสงขลา
หลังจนมุม นายธันพิสิษฐ์ให้ความร่วมมือตำรวจเป็นอย่างดี ซัดทอดว่ารับงานเด็ดชีพ ‘กำนันยอง’ มาจาก ‘นายกฯ วิทย์’
มือปืนพระกาฬยืนยันว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าเป้าคือใคร กระทั่งช่วงขับรถวนดูลาดเลาก่อนลงมือไปเห็นป้ายหาเสียงถึงค่อยรู้ว่า ‘กำนันยอง’ คือเหยื่อสังหาร
ขณะที่นายศักดิ์ชัยให้การภาคเสธ เพียงรับคำสั่งจากนายกฯ วิทย์ พี่ชาย ให้ไปรับตัวนายธันพิสิษฐ์ และ ร.ท.วิทวัฒน์ จากจุดนัดพบบริเวณหน้าโรงไฟฟ้าอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วง 5 ทุ่มวันเกิดเหตุ กลับมาส่งที่ร้านอาหารของพี่ชายในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ก่อนทั้งคู่ขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร หายไปกับความมืดเท่านั้น
แม้จะถูกซัดทอดจากมือปืนและน้องชาย แต่ ‘นายกฯ วิทย์’ ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน” ก่อนส่งฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและเกรงว่าผู้ต้องหาจะข่มขู่พยานหรือหลบหนี
โดยศาลจังหวัดพัทลุงไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดพัทลุงทันที ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
ตำรวจปิดคดีนี้ได้สำเร็จในเวลาเพียง 1 เดือนกว่าๆ ถือเป็นชัยชนะของเทคโนโลยีการสืบสวน ที่ทำให้อิทธิพลท้องถิ่นแบบเดิมๆ ไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป
แต่ยังทิ้งโจทย์ใหญ่ให้สังคมไทยว่า เราจะปกป้องนักการเมืองน้ำดีจากการเมืองสีเทาได้อย่างไร?
ตราบใดที่มูลค่าของอำนาจท้องถิ่นยังจูงใจให้เกิด…
“คำสั่งตาย” ได้เสมอ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
